คนไข้ใหม่ของเมื่อวาน

หมอกสีน้ำตาล

13  ธันวาคม  2551

            หน้าหนาวที่อยากได้ความรู้สึกหนาวซาบซ่าเข้าไปลึกๆถึงขั้วหัวใจ

แต่บ่ายวันนี้กลับได้แดดหนาว..แทบจะโยนเสื้อกันหนาวที่ใส่มาเมื่อเช้าออกนอกหน้าต่างไป แต่ความรู้สึกหงุดหงิดแบบนี้ก็พลันหายไปเมื่อเดินไปห้องสมุดมุมหน้าห้องน้ำ เห็นปุกปุยตัวกระจี๊ดสีขาวสองตัว แม่มันคลอดลูกตาย ทิ้งทายาทไว้ให้ตุ้ย(น้องแพทย์แผนไทย)ได้หอบมาที่ทำงาน ให้นมแบบ Brest Feeding ต่อชีวิตสัตว์โลก ผู้ซึ่งต้องพึ่งพามนุษย์ เพราะเราและมะหมา ต่างเกิดมาเพื่ออิงอาศัยกันและกัน ที่สถานีอนามัยหนองม้า เจ้าหน้าที่ทุกคนมีมะหมาเป็นเพื่อนคอยเฝ้าบ้านทุกคน และทุกคนก็รักมะหมา จึงไม่มีปัญหาใดใด หากเจ้าปุกปุยของตุ้ยต้องอยู่ที่นี่ในระหว่างเวลางานเพราะมันยังเด็ก ตุ้ยต้องคอยให้นมให้น้ำจนกว่ามันจะช่วยเหลือตัวเองได้ ดีเสียอีกความน่ารักน่าชังของมะหมาสองตัวทำให้บรรยากาศที่เคร่งเครียด จากการก้มหน้าก้มตาสะสาง งานเอกสารที่หน่วยงานปลายทางโยนลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา สถานีอนามัยหน่วยงานต้นทางจึงมีหน้าที่ ทำงานเอกสารแบบกระพริบตาไม่ได้เดี๋ยวงานเอกสารเสร็จไม่ทัน มีเวลากระพริบตาบ้างได้พักสายตาบ้าง เมื่อเห็นชีวิตมะหมาปุกปุยสองตัวอดคิดเล่นๆไม่ได้ เดี๋ยวนี้มีประชากรหมาเพิ่มขึ้นมากมาย ที่เพิ่มขึ้นเพราะอะไรตามกระแสเห็นบุคคลสำคัญรักหมา ดารารักหมา ดูหนังเกี่ยวกับหมา  หรือเพราะรักหมาจริงๆ จะเพราะอะไรก็แล้วแต่ ในเมื่อมันคือสมาชิกตัวหนึ่งในบ้านเรามนุษย์มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตและพฤติกรรมของมันทั้งหมดทั้งมวลเพราะไม่มีกฎหมายใดๆ เอาผิดกับการกระทำของหมา แต่เอาผิดกับเจ้าของหมาแทน ในที่สุดเรากับหมาก็เกี่ยวข้องกันอย่างไม่ต้องสงสัย............

 

14  ธันวาคม  2551

            เวรวันหยุด วันนี้พี่หง่องกับฉันอยู่คนละมุม แต่ก็อดคุยข้ามห้องที่กั้นด้วยตู้ยาไม่ได้ ถ้าไม่สะใจไม่เห็นหน้าเวลาคุยก็ต้องเดินมาคุยกันเลย มีคนบอกว่าการคุยที่ได้อรรถรสที่สุดต้องเห็นหน้า และก็จริงถ้าคุยออกรสต้องเดินมาคุยทุกที

พอคุยเสร็จต่างคนต่างก้มหน้าเคลียร์เอกสารตามระเบียบ ใครบอกว่าเป็นครูรบกับนักเรียน เป็นอนามัยรบกับคนไข้ ขอเถียงขาดใจ อนามัยยุคนี้รบกับงานเอกสารต่างหาก และแล้ววันนี้ฉันก็ได้เจอคนไข้ใหม่ ที่ชวนให้จดจำและคิดถึงตลอดเวลา 19 ปีของชีวิตหมออนามัยหัวหงอก ผมฟู และตาดำๆอย่างฉัน

            พี่หง่อง พากันมาหยัง คือขี่รถวนอยู่ เข้ามาพี้เบิ่ง

 พี่หง่องตะโกนเรียกเด็กน้อยสองคนที่ขี่จักรยาน วนไปวนมาอยู่หน้า สอ.

จนแกอดเรียกไม่ได้ เด็กน้อยจอดรถจักรยาน เดินอุ้มห่อปลอกหมอนเก่าๆเข้ามาที่ม้านั่งรอตรวจ

            พี่หง่อง สนมาเบิ่งนี่ เบิ๋งเราหันหน้าออกจากจอคอมพ์ เดินไปที่เสียงเรียก

            หมาผมโดนรถชนครับ เด็กน้อยเอาปลอกหมอนที่ห่อมาออก

ตรงหน้า คือหมาน้อยอายุ 1 เดือน หน้าท้องมีแผลเปิดยาวตั้งแต่ท้องน้อยถึงหน้าอก 

            ยายบอกว่าให้ลองเอามาอนามัยให้หมอดู

ฉันกะพี่หง่อง มองหน้ากันแบบงงๆ...ทั้งขำบวกความเวทนาเด็กและหมา

มันชื่ออะไรค่ะ ฉันถามเด็กน้อย พร้อมเอื้อมถือลูบหัวด้วยความสงสาร

ชื่อ หมอกครับ หมาน้อยอิดโรยเหมือนคนอาการโคม่า แต่ก็มีสัญญาณทักด้วยการกระดิกหางและเลียมือแสดงความเป็นมิตร ไม่ว่าหมาหรือคนต่างก็รักชีวิตและดิ้นรนที่จะมีชีวิตอยู่ คิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง มองหมาและเด็กน้อย

เอามันไปขึ้นเตียง...............................

15 ธันวาคม  2551

            อยู่เวรอีกวัน นั่งค้นงานในเน็ต ดูเวปสวยๆ คิดไว้ว่าเว็ปสถานีอนามัยของเรา ต้องสวยและน่าสนใจ เมื่อไรจะมีการประกวดไอเดียการทำเวปไซต์ของสถานีอนามัยซักที ฉันคิดในใจ ลดปริมาณงานเอกสารลงกว่านี้แล้วมาเน้นเนื้องานกันจริงๆ สมองซีกซ้ายและซีกขวาของเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยจะได้เกิดความสมดุลย์กันซะบ้าง

หมอครับ หมอกมาล้างแผลครับ

เป็นไงบ้างลูก ฉันเดินเข้าไปทักและลูบหัวหมาน้อยสีน้ำตาลไหม้ กระดิ่งที่คอลายน่ารัก แสดงถึงความใส่ใจและความรักที่เจ้าของมีให้หมา เจ้าหมอกสดชื่นกว่าเมื่อวานมาก เดินได้แม้จะมีแผลยาวที่ท้องก็ตาม หมาแสดงท่าทางดีใจเมื่อเจอเรา เลียมือด้วยความกระตือรือร้น เหมือนจะขอบคุณที่ช่วยเย็บแผลให้เมื่อวาน

ป้อนยายากมั๊ยลูก ฉันถามเด็กน้อย

ไม่ยากครับทำแบบหมอบอกครับ ลูบใต้คางค่อยๆให้กลืน

พรุ่งนี้ ไม่ต้องปั่นจักรยานมานะคะ เดี๋ยวหมอจะออกไปทำแผลให้ที่บ้าน

บ้านอยู่ตรงไหนคะ ฉันเอา Family Folder ออกมาให้เด็กชี้ตำแหน่งบ้าน

แล้วใกล้ๆบ้านติดร้านค้ามั๊ยคะ ฉันให้เด็กชี้ตำแหน่งที่ตั้งที่ใกล้บ้าน

ถัดจากบ้าน 3 หลัง เป็นสามแยก กำแพงติดวัดมีร้านค้า อยู่ตรงนี้ครับ

ฉันมองพิกัดตามที่เด็กชี้กะว่าขับรถไปถึงบ้านเด็กเลยจะได้ไม่เสียเวลาเดินถามหา นี่คือข้อดีของ Family Folder ที่พรุ่งนี้ฉันจะต้องหยิบไป เพื่อเยี่ยมอาการ

หมอกสีน้ำตาล สิ่งมีชีวิตที่เป็นศูนย์รวมจิตใจ เด็กน้อยกำพร้าทั้งสองคน  ในชีวิตการทำงาน นี่คงเป็นครั้งแรกที่ใช้คนไข้หมา เป็นจุดสานความสัมพันธ์ระหว่างสถานีอนามัยกับประชาชน อสม.ผู้นำหมู่บ้าน และครอบครัวคนไข้หมา

และหมออนามัยที่ไม่ใช่หมอหมาอย่างฉัน  และในความรู้สึกบางทีที่เป็นได้แค่เพียงหมอหมาๆ ก็ตามที

16  ธันวาคม  2551

            ไม่ต้องดูปฏิทินชุมชน ก็ต้องเข้าใจโดยอัตโนมัติ บ่ายแก่ๆต้องได้ยินเสียงโห่ดีใจหรือเสียงโห่แบบหมดแรง เพราะมันคือวันหวยออกที่บ่ายๆชาวบ้านแถวๆร้านค้าต้องออกมาชุมนุมกันเจรจาภาษาหวย ถ้าอยากได้ความร่วมมือก็ต้องแจมกับเค้าบ้าง ไม่จำเป็นต้องเล่นหวยอย่างเขา แต่ขอให้คุยแบบออกรสออกชาดได้ เดี๋ยวข้อมูลด้านอื่นๆในชุมชนก็ตามมา

            ยาย  แกอยู่กับใครบ้างคอง ถาม อสม.คิงคอง Lady boy สุดสวยหนึ่งเดียวในชมรม อสม.ของสถานีอนามัยบ้านหนองม้า

            แกอยู่กับหลานสามคน พี่สนเป็นตาเหลือตนคือหยัง ลูกชายตาย ลูกสะใภ้หนีไปเอาผัวใหม่ บ่กลับมาหาลูกอีกเลย

            แล้วอยู่บ้าน แกเฮ็ดหยังแหน่ เฮ็ดนาบ่ฉันหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนที่จะเข้าไปคุยกะยาย เพื่อง่ายต่อการเข้าหาแก

            เฮ็ดนากับลูกชาย เฮือนเลยแยกมาอีก 2-3 หลัง

ได้ข้อมูลพอประมาณ ฉันจึงขับรถคันคุ้มฟ้าคุ้มฝนพร้อมจะลุยทุกสถานการณ์ไปจอดยังที่หมาย

            บ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูง หลังคามุงสังกะสี ผุเก่าจนเป็นรอยสนิมสีน้ำตาลเกินกว่าครึ่ง ฝาบ้านทำจากไม้ไผ่สานลายตามแบบพื้นบ้าน มีรอยผุพังตามอายุการใช้งานที่บ่งบอกว่านานโข ใต้ถุนมีคอกวัว และกองฟืนกองอยู่ ข้างๆมีแคร่ไม้ไผ่ ถัดไปเป็นตุ่มดินใส่น้ำดื่ม..สอดส่องสายตาหาใครสักคนที่พอจะถามไถ่

            สวัสดีค้า  มีไผอยู่บ้านบ่น้อ ฉันส่งเสียงเป็นสัญญาณบอกเจ้าของบ้าน พร้อมทั้งมองหา คนไข้สี่ขาอย่างจดจ่อ  เงียบ ไม่มีเสียงตอบ ครู่หนึ่งเห็นเด็กน้อยกลับมาจากโรงเรียนพอดี 

            หมอครับ ด้ายเย็บแผลมันหลุดไปเส้นหนึ่งครับ  ชิดชัยอุ้มหมอกมาให้ดูแผล

            แผลดีแล้วนี่ ระวังอย่าให้ดินเข้าแผลหมานะคะ เดี๋ยวแผลติดเชื้อเป็นหนองเด็กอุ้มหมามานั่งที่แคร่ไม้ไผ่ใต้ถุนบ้าน ข้างๆฉัน

            ได้ยินนางคองบอกว่าหมอมาเยี่ยม ยายไปเอาควายเข้าคอกยายวันดีจูงควายสองตัวแม่ลูกมาเข้าคอก

            แผลมันกะติดดีอยู่คุณหมอ เด็กน้อยมันกะเบิ่งดี  ป้อนยาหมาดีตั๋วล่ะ

ยายวันดี เอาน้ำใส่ขันมาให้เราดื่ม

            เด็กน้อยมันบ่มีพ่อแม่ ยายกะรับเลี้ยงเด็กกำพร้ากำพอยอยู่จั๋งซี้แหละ

เป็นความน่าเวทนาสงสาร เมื่อเหลือบเห็นแผลเป็นวงกว้างที่ศีรษะเด็ก

            แม่มันผิดกันกับผัว ผัวไล่ตีหอบลูกแล่นหนีลอดหนามบักจับบ่หวิด หัวลูกเลยขูดกับหนามบักจับ

เฮ้อ  กรรมแท้ๆ กรรมของพ่อเวรของแม่ ที่เด็กไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต้องมารับประทับรอยที่ศีรษะ 

            ฉันวนเวียนไปบ้านเลขที่7 หมู่ที่ 12 ที่หัวหน้าครอบครัวคือนางวันดี  ใยดี

และสมาชิกคือหลาน 3 คน สัตว์เลี้ยง ควาย 2 ตัวแม่ลูก และหมาหมอกสีน้ำตาลของเด็กๆ พร้อมทั้งไปพูดคุย อ่านหนังสือให้ฟังบ้าง เอาหนังสือนิทานเล่มเก่าๆของลูกไปฝากบ้าง เอาแบบฝึกหัดเล่มเก่าของลูกไปให้เด็กทำ เป็นทั้งคุณครูและคุณหมอให้กับเด็ก เป็นทั้งคุณแม่เมื่อต้องเรียกเขาว่า ลูกหลายวันทีเดียวจนตัดไหมและแผลดี หมาเป็นปกติ ฉันก็จางหายไปเยี่ยมบ้านคนอื่นๆต่อไป

30 มิถุนายน  2552

            วันเริ่มต้นทำงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพหลังจากรอให้นักเรียนเข้าที่เข้าทางซึ่งหมายถึง จำนวนนักเรียนคงที่ผู้ปกครองตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะให้เด็กเรียนที่ไหน บ่ายวันนี้จึงมีนัดกับอาจารย์ฐิติกาญจน์  ปัญญาเพียร อาจารย์อนามัยโรงเรียนบ้านจาน ที่ประสานทางโทรศัพท์ก่อนออกหนังสือ เพราะกว่าจะหาวันลงตัวครูว่าง นักเรียนว่าง และเจ้าหน้าที่อนามัยว่างก็ปาเข้าไปจนถึงวันสุดท้ายของเดือน

            สวัสดีค่ะ อาจารย์ เราจอดรถและไปประสานกับอาจารย์อนามัยโรงเรียนก่อน

            พี่ให้ผู้นำนักเรียนเตรียมสถานที่และเอกสารไว้ที่อาคารหอประชุมแล้วอาจารย์อนามัยโรงเรียนเดินนำฉันไปที่อาคารหอประชุม ที่มีเด็กๆป.4 ป.5 ที่ผ่านการอบรมผู้นำนักเรียนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมารอช่วยงานอยู่

            ขณะรอตรวจสุขภาพนักเรียนป.2  มีหมาสีน้ำตาลมาหมอบใต้เก้าอี้เอาจมูกดมเท้าฉันอยู่ หมาใครค่ะอาจารย์

            ชิดชัย มาเอาหมาเธอไปหน่อยเร็วพอเห็นหน้าเด็กน้อยที่กำลังต่อคิวตรวจสุขภาพเดินมาอุ้มหมาฉันก็ถึงบางอ้อไอ้หมอกๆๆ..ไอ้หมอกมันจำฉันได้ มันโตขึ้นมากจนฉันไม่คิดว่าเป็นมัน แต่แปลกใจตรงที่มันมานอนใต้เก้าอี้ไม่ยอมไปไหน ที่คงจะพอมีเค้าโครงเดิมของไอ้หมอกวัยเด็กก็คือ ขนสีน้ำตาลออกไหม้ๆ เลยถือโอกาสคุยกับอาจารย์อนามัยโรงเรียนที่เป็นครูประจำชั้นของเด็ก ถามถึงการเรียนของเด็ก สภาพครอบครัวและนิสัยใจคอ ตลอดจนสุขภาพจิตและสุขภาพกายของเด็กๆในบ้านหลังนี้

บ้านของยายวันดี

            หมาตามเด็กมาโรงเรียนบ่อยมาก บางวันก็มานอนข้างๆเก้าอี้เด็ก

อาจารย์ฐิติกาญจน์  เล่าถึงเรื่องหมาและครอบครัวของเด็ก

            ชิดชัย ไอ้หมอกฉีดวัคซีนหรือยังฉันถามเด็กที่กำลังเอามือลูบหัวหมา

            ยายบอกว่ามันยังไม่ได้ฉีด มันฉีดบ่ทันวัคซีนหมดก่อนเด็กน้อยตอบฉัน

            เอาละที่นี่ไม่ยุ่งมันก็ต้องยุ่ง ไม่เกี่ยวมันก็คงต้องเกี่ยว

            อาจารย์ค่ะ หนูคิดว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้อาจเป็นอันตรายกับนักเรียน ถ้าหมามันเกิดติดเชื้อหมาบ้า เอาเป็นว่าเดี๋ยวบ่ายๆพรุ่งนี้ หนูจะเอาวัคซีนหมาบ้ามาฉีดให้นะคะ

            ขอบใจหนูมาก ยังไงก็ช่วยๆกันนะคะ อาจารย์ยิ้มดีใจ

            ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ที่หนูทำไปก็เพราะป้องกันนักเรียน ป้องกันคนไม่ให้เป็นอันตรายแค่นั้นละค่ะ

            ฉันนึกขอบคุณไอ้ดำเกิง หมาที่บ้านไม่ได้ เพราะมีหมาฉันจึงต้องซื้อวัคซีนหมาบ้าไว้ตุนเผื่อฉีดให้หมาตัวเองและหมาคนใกล้เคียงที่อาสาสมัครปศุสัตว์เขาไม่ได้ฉีดเพราะจับยาก ใครบอกว่าหมาไม่เกี่ยว เยี่ยมคนเท่านั้นหน้าที่หมออนามัย ถึงจะเป็นการเยี่ยมบ้าน ฉันคงต้องก้มหน้ารับกรรมหากทำเกินหน้าที่ แต่ก็ดีใจที่ทำให้หัวใจใครหลายคนพองโต อย่างน้อยก็หัวใจครอบครัวของยายวันดี นักเรียนโรงเรียนบ้าน อาจารย์โรงเรียนบ้านจาน และที่สุดหัวใจของฉันก็พองโตขึ้นมาบ้างด้วยรอยยิ้มของคนและหมา

และหวังว่าหมอกในชีวิตของเด็กๆกำพร้าบ้านยายวันดีคงจะสีจางๆลงไปบ้าง ฉันก็ได้แต่หวังสักวัน..