เมื่อวันที่ ๒๑ ก.ค.ที่ผ่านมาคณะกรรมการการสาธารณสุขวุฒิสภาได้ประชุมสัมนาเรื่องปราการพิทักษ์สุขภาพในชุมชน เพื่อร่วมกันหาแนวทางในการแก้ปัญหาการระบาดไข้หวัด๒๐๐๙ ผมได้รับเชิญให้ทำหน้าที่ผู้ดำเนินการอภิปรายในประเด็นถอดบทเรียนการปกป้องสุขภาพในชุมชน โดยเชิญตัวแทนจากท้องถิ่น อบต. กำนัน อสม.ทั้งในต่างจังหวัดและ กทม.และตัวแทนหมออนามัย ผมได้ตั้งโจทย์ให้กับผู้ร่วมอภิปรายเพื่อถอดบทเรียนในประเด็น
๑.บทเรียนที่ได้ดำเนินการเรื่องอะไร
๒.ใช้กลวิธีใด
๓.ผลสำเร็จและประโยชน์ที่ได้รับ
๔.ปัญหาอุปสรรค
๕.จะพัฒนาต่อเนื่องอย่างไร
๖.ปรับใช้กับกรณีหวัด ๒๐๐๙ อย่างไร
๗.มีข้อเสนอแนะอะไรถึงรัฐบาล
มีบทเรียนที่น่าสนใจ พอสรุปได้ว่า
การแก้ปัญหาในชุมชน
.ต้องให้คนในชุมชนมีส่วนร่วม
.ให้มองเห็นปัญหาร่วมกัน
.มองประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง
.ปรับเปลี่ยนความคิด
.ปรับเปลี่ยนความเชื่อ
.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
.เปลี่ยนนิสัย
.ประเมินผลเป็นระยะ
.สร้างองค์ความรู้
.พัฒนาต่อเนื่อง
.ขยายผล
พรุ่งนี้จะมาเล่าต่อครับ
คุณพฤกษา จาก สพช.ได้ช่วยถอดบทเรียน จากการเข้าร่วมฟังการประชุมที่รัฐสภา
ผมเห็นว่าน่าสนใจจึงขออนุญาติคัดลอกมาเป็นข้อคิด แต่โดยรวมถือว่าผู้จัดจัดการประชุมได้ดีทีเดียว แม้เวลาจำกัดแต่ได้ข้อเสนอแนะแต่เป็นประโยชน์มาก ขึ้นอยู่กับการนำไปปรับใช้และพัฒนาต่อเนื่องอย่างไรเท่านั้น
21 กรกฎาคม 2552 ได้มีโอกาสไปนั่งฟังเสวนาเรื่อง “ปราการพิทักษ์สุขภาพชุมชน” จัดโดย คณะกรรมกาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ณ ห้องประชุมคณะกรรมธิการ หมายเลข 306-308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2 ซึ่งการเสวนาที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมในครั้งนี้ต้องขอบคุณข้อมูลจาก หมออ้อยที่ส่งข่าวมาว่าจะมีกาประชุมถอดบทเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในงานสุขภาพ ที่มีทีม อ.ชนินทร์ ไปช่วยถอดบทเรียนให้ กลุ่มเป้าหมายที่ประชุมครั้งนี้ มีทั้งวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมมาธิการสาธารณสุขวุฒิสภา ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องทางด้านสุขภาพ ผู้แทนจากภาควิชาการ ผู้ปฎิบัติงานในพื้นที่ เครือข่ายภาคประชาชน สือมวลชน และผู้สนใจทั่วไป ประมาณ 150 คนเวทีเสวนาในครั้งนี้รูปแบบเป็นการอภิปรายทั้งวัน ซึ่งแอบผิดหวังนิดๆ เพราะตอนที่ได้
ข้อมูลนั้นหวังจะได้เห็นภาพของพื้นที่ ท้องถิ่นที่มาแลกเปลี่ยนเนื้อหารายละเอียดร่วมกัน
ในประเด็นแบบกลุ่มย่อย เพื่อให้ได้บทเรียน/Model งานสุขภาพในรูปแบบ บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกันเนื้อหาการเสวนา เริ่มจากช่วงเช้าที่เป็นรูปแบบการอภิปรายในหัวข้อ “ปัญหาคุกคามสุขภาพของประชาชนยุคใหม่” ซึ่งเนื้อหา ที่พูดคุยหลักจะพุ่งเน้นไปที่ไข้หวัด 2009 ทั้งในเรื่องระบาดวิทยาการเกิดโรค การป้องกัน ดูแลรักษา
จากนั้นเป็นการอภิปรายในหัวข้อ “ถอดบทเรียนในการปกป้องสุขภาพชุมชน” ซึ่งพื้นที่ที่
มาเล่าภาพการดำเนินการของตนเองที่ผ่านมาเพื่อให้เห็นถึงการปกป้องสุขภาพชุมชน
ที่มาจากท้องถิ่นมี 2 พื้นที่ คือ ตำบลโนนหนามแท่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ และเทศบาลตำบลหนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี โดยผู้ดำเนินรายการ นายแพทย์อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบทให้โจทย์พื้นที่ในการเล่าถึง บทเรียนที่ผ่าน กลวิธีในการดำเนินการ ผลสำเร็จ ปัญหาอุปสรรค รวมวิธีการที่จะเสริมให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่อง เป็นอย่างไรบ้าง (พื้นที่ละ 8 นาที)
จากประเด็นนำเสนอส่วนมากจะเน้นไปที่เรื่องไข้หวัด 2009 เป็นส่วนมาก จะมีส่วนของ
เทศบาลตำบลหนองสาหร่าย ที่ยังไม่หลงประเด็นพูดในเรื่องการป้องกันสุขภาพชุมชน จึงทำให้พอให้เห็นภาพ ดังนี้
พื้นที่
เทศบาลตำบลหนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี
(ศิวโรฒ จิตนิยม)
บทเรียน
จากปัญหาที่พบในชุมชน
• ใช้ปัญหาที่มีอยู่ในชุมชนทุกเรื่องมาเป็นประเด็นในการจัดการป้องกันสุขภาพในชุมชน
• การเปลี่ยนแปลงของสังคมที่มีความเสื่อมลง
• วัฒนธรรมท้องถิ่นเสื่อมถอย
• วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงเพราะเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาแทนที่
• สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
• โรคภัยมีวิวัฒนาการเพิ่มขึ้นจึงต้องมีการปรับให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง
กลวิธี
. หาปัญหาที่เกิดขึ้นให้พบว่ามีสาเหตุมาจากอะไร
2. เน้นการพัฒนาคนเพื่อนำไปสู่การพัฒนา แก้ไขปัญหาโดยการสร้างภาพฝันร่วมกันของทุกคนในชุมชน คือมองจุดร่วมว่า “ทุกคนในชุมชนต้องมีสุขภาพดี”
3. ให้ทุกคนในชุมชนสร้างความเชื่อร่วมกันเพื่อสร้างให้เกิด พลังร่วม
4. หาภาคีร่วมในท้องถิ่นให้พบ
5. ดึงชาวบ้านมาร่วมกันให้เกิดการพัฒนาในรูปแบบการ
รวมกลุ่ม จัดตั้งในรูปคณะกรรมการบริหารและเป็นเจ้าของร่วมกัน
6. ใช้แผนชุมชนโดยการวางแผนร่วมกัน
ผลสำเร็จ
. สร้างความเข้มแข็งในเรื่องสุขภาพชุมชนได้
2. ให้ชาวบ้านซึมทราบ และเข้าถึง/เปลี่ยนทัศนคติในเรื่องสุขภาพชุมชนได้
3. เชื่อมโยงการสุขภาพดีมีสุขเข้ากับการประกอบอาชีพได้ด้วย
4. สามารถเชื่อมแผนชุมชนกับเรื่องเสรษฐกิจพอเพียงได้อย่างผสมผสาน
5. มีการบูรณาการดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการป้องกันสุขภาพภายใต้งบประมาณที่จำกัด เช่น ธนาคารขยะ ครอบครัวอบอุ่น ความรุนแรง
6. มีการกำหนดกฎหมายชุมชนจากประเด็นที่
เกิดจากความเห็นของทุกคนในชุมชน “ความสุข 10 ข้อของชุมชน”
7. มีหลักสูตรการเรียนรู้ภายในท้องถิ่นของตนเอง
8. มีการจัดทำเศรษฐกิจชุมชนของตนเอง
ปัญหา/อุปสรรค
. ช่วงแรกชาวบ้านไม่ให้ความสนใจ และความร่วมมือ เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจมีผลกระทบต่อการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน การไม่มีเวลา
2. การรักษาฟรีก่อให้เกิดค่านิยมฝังรากของการไม่ป้องกันสุขภาพเพราะมองว่า “หากป่วยไปรักษาไม่เสียค่าใช้จ่าย”
จะพัฒนาต่อเนื่องอย่างไร
ต้องมีการประเมินผลต่อเนื่อง และต้องมียุทธศาสตร์ชุมชนที่คนในชุมสามารถทำร่วมกัน