
ฅนเคยรวย
บทนำ
“ป๊า มีแขกมาหา” ลูกสาวร้องบอกด้วยเสียงใสๆ
“เชิญ เข้ามาในบ้าน หนูดูแลแขกก่อน” ผมออกคำสั่งให้ลูกสาวก่อนไปล้างไม้ล้างมือ
วันที่ 30 ธันวาคม 2546 ใกล้วันปีใหม่ อยากมีความสุขสนุกสนานกับครอบครัวและ
เพื่อนๆที่รู้ใจที่บ้าน โดยการหุงหาปรุงอาหารกันเอง เพราะวันรุ่งขึ้น เป็นวัน
ส่งท้ายปีเก่า ทุกคนมางานเลี้ยงส่งและรับปีใหม่กันทั้งนั้น อาหารวันนั้นเพื่อนต่างหอบหิ้ว
กันมาตามสะดวก ผู้จัดการโรงงานหิ้วเป็ดพะโล้ ตัวใหญ่ เจ้าของบริษัท ชิปปิ้ง ไม่ได้เอา
กับข้าวมา แต่มีสุราต่างประเทศอย่างดี 2 ขวด ผู้จัดการภาคประกันวินาศภัย หอบกับแกล้ม
ของขบเคี้ยว มาอีกเพียบ เพื่อนอีก 3-4 คน มี ยำปลาดุกฟู ขนมนมเนย อีกมาก ส่วนผมเจ้า
ของครัว ในตอนเช้าก่อนไปทำงาน ได้ให้เงินป้าอดีตหัวหน้ากุ้ก ซีฟู้ดใหญ่ ร้านอาหารแถว
ชายทะเล แต่ได้เกษียนอายุไปแล้ว สำหรับครอบครัวผมอาศัยไหว้วานป้ากุ้กตลอดเวลา
แล้วแกก็เต็มใจทำให้ผมและเพื่อนรับประทานตามคำไหว้วาน
“สบายดี เสี่ยหวง” ผมทักทายขึ้นก่อน
“ดีครับ เฮีย” หวง ตอบกลับ
“เชิญ ไปร่วมคุยกับพวกๆที่วังมะม่วง” ผมนำทางหวงและแนะนำพวกเพื่อนๆให้รู้จัก
ชายไทยเชื้อสายจีนเยาวราช ร่างสันทัด สูงต่ำไม่เกิน 170 ซม. ผิวขาว ไว้หนวดโดยเติม
แต่งให้เรียวงามน่าดู สวมเสื้อผ้ามีราคา มาดยังเหมือนเดิม สำหรับเพื่อนคนนี้ ลักษณะ
ท่าทาง การถือตัว เจรจาต้าอวย การดื่มการกิน การมองคนร่วมวงอย่างพิจารณา อย่าง
ถึงกึ๋น ลักษณะเช่นนี้เป็นมาเป็นไปตั้งแต่เริ่มคบ ผมจัดที่นั่งและแนะนำให้แขกในโต๊ะรู้จัก
เพื่อนหลายคนอายุรุ่นน้องหวง เมื่อเห็นผมแสดงอาการยอมรับเพื่อนแปลกหน้า ทุกคน
ได้แสดงอัธยาศัยไมตรีอันดี เริ่มสนทนาดื่มกินกันตอนอาทิตย์กำลังลอยตกจากฟ้า นกกาบิน
กลับรวงรังแล้ว วังมะม่วงคือต้นมะม่วงทะวายที่นำวิทยาการตัดต่อกิ่งพันธุ์นำเอาพันธุ์
หนองแซงไปต่อ ทำให้มะม่วงวัย 10 ปี มีผลรับประทานทั้งฤดู ส่วนใบดกหนาของมันช่วย
เป็นร่มกำบังกั้นแดดลม
โต๊ะหินกลมใต้ต้นมะม่วง มีสมาชิกนั่งรวมกัน 10 ท่าน รวมทั้งหวงเพื่อนใหม่ของวง
พวกเราคุยแต่เรื่องสนุกสนาน สามารถหัวเราะกันอย่างครื้นเครงตลอดเวลา ส่วนมากเป็นโจ้ก
หรือเรื่องสนุกขำขัน จากงาน สิ่งแวดล้อมในงาน ท้องฟ้ามืดแต่วังมะม่วงได้เสียงจากหลอด
ไฟโคมเขียนแบบที่ห้อยส่องลงมาจากกิ่ง สาวๆชอบบรรยากาศนี้มาก เพราะมะม่วงหนองแซง
ห้อยให้เห็นน่าเอื้อมเก็บ ถ้าสูงไปพวกหล่อนก็สอยเก็บ พริกเกลือ น้ำปลาหวาน กะปิที่ทำด้วย
เคยอย่างดีจากเกาะกง เป็นเครื่องเคียง แต่ทั้งนั้นทั้งนี้เมื่อมะม่วงไม่มีรสเปรี้ยว ถึงจะจิ้มเข้าปาก
รสชาดไม่มี ต้องเอาไม้ตะกร้อไปสอยเอาอกร่องทอง ที่กำลังเริ่มเข้าไคลไปจิ้ม มีเสียงซี้ดซ้าด
บ้าง แสดงว่าครบรส ของแกล้มที่ทำจากสุภาพสตรี ขายดีเป็นพักพัก
ดื่มไปกินไปคุยไป เหล้ายี่ห้อดังของสก็อต หมดไป 2 ขวด หวงแสดงน้ำใจให้ไปซื้อ เหล้า
กับแกล้ม มาเติมอีก พวกเราได้ ปลาค๊ก หมูสะเต๊ะ ขนมกุ๋ยฉ่าย ของอร่อยๆในท้องถิ่น อาหาร
หมดไปเป็นอย่างๆ อาหารจากกุ๊กบรรดาศักดิ์ เป็นพวกซีฟู้ด ถูกนำมาเสริฟ อีกครั้ง สมาชิก
วังน้ำปลาหวาน อิ่มหมีพีมันกันทุกคน คืนสุกดิบ 30 ธันวาคม ได้สนุกสนานด้วยการพบปะ
เพื่อนฝูงในแวดวงธุรกิจ คุยถึงปัญหาความเป็นมาเป็นไป ข้อดีข้อเสียของแต่ละธุรกิจผลงาน
รอบปี พ.ศ.ที่ผ่านไป ในเชิงเริงอารมย์มากกว่าซีเครียด สี่ทุ่มกว่าพวกๆขอแยกตัวเองกลับ คงเหลือ
ผมกับหวงที่ยังนั่งคุยกันโดยเปลี่ยนเป็นพูดคุยเรื่องอดีตที่แสนจะชื่นมื่น ที่เก็บงำความทุกข์ของ
แต่ละคนไว้ ใบมะม่วงกิ่งมะม่วงได้ลมบกแกว่งไปมาตามกระแสความรุนแรงหนักเบาของลม
เหมือนจะเตือนความทรงจำให้ไม่เลือนลืม จะให้ลืมอดีตได้อย่างไร จากคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจ
พันล้าน เจ้าของโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ มีเงินหมุนเวียนในธุรกิจ รับแลกเช็ค ให้กู้กินดอก
ที่ปล่อยให้ชีวิตต้องเป็นต้องไปตามบุญกรรม นั่งคุยกับหวง หลายเรื่องหลายราวที่เข้า
มายุ่งเกี่ยวในชีวิต มีทั้งเรื่องที่เป็นอุทธาหรณ์สอนใจ ในโลกปัจจุบัน หลายชั่วโมงที่ได้
คุยกัน จนกระทั่งลมเงียบ เสียงเราสองเงียบไปนาน
“หวงไปนอน จัดที่นอนไว้ให้แล้ว” ภายหลังจากส่งเสี่ยหวง อาบน้ำ เข้านอนเสร็จ ผมมาเก็บ
จานชามแก้วช้อนใส่ตะกร้า กะละมัง เก็บไปคิดไป น่าจะบันทึกอดีตไว้บ้าง
สงกรานต์ปีนี้หลังจากทำบุญทำกุศลตามประเพณีหลบนั่งคลายร้อนที่มะม่วงต้นเดิม ลำต้น กิ่ง ก้าน
แปลกไป พร้อมกับเพื่อนๆเพียงสองสามคน คิดถึง ไอ้วิทย์ (จู๋)เพื่อนที่เป็นนักต่อสู้เหมือนกันแต่
แตกต่างทางอุดมการณ์ไอ้วัฒน์ (ยม) น้องนักการเมืองที่ชื่นชอบนำบทประพันธ์ที่เขียนมาให้
วิจารณ์ทุกครั้งที่เขียนเสร็จพวกเอ็งตายยังมีหลายคนอาลัย หันหน้าไปทางระยองบางสะเหร่
เหล้าตราดำสำหรับมึงคนละฝาคงเพียงพอ สำหรับสงกรานต์นี้ และอีกคนละ 1 แก้วเพียว
สำหรับการเขียนเรื่องนี้ของกู ตราดำเพียวๆ วาบผ่านลำคอเพื่อคารวะ เพื่อนและน้องผู้จากไป
“กูเคยแต่เป็นผู้ตรวจวิจารณ์ เที่ยวนี้ต้องเขียนเอง” บ่นให้เพื่อนร่วมวงสุราเทศกาลสงกรานต์ฟัง
คงไม่ต้องสงสัย ธรรมเนียมการคิดถึงเพื่อนที่จากไป เครื่องดื่มเทแรก ส่งให้ผีเพื่อนดื่มก่อน ทำไม
ต้องคิดถึงเพื่อนยามต้องเขียนเรื่องสั้นนี้
“อีกแก้ว สำหรับพวกเอ็ง วิทย์ วัฒน์” ผมระลึกทบทวนอดีต
กวีคมๆ ที่เอ็งไม่มีโอกาสได้อ่าน จากนิดนรี
อุดมการณ์หาญกล้าท้าทุกข์ยาก
ฝ่าหนามขวากทุกหนคนกล่าวขาน
นักต่อสู้ประชาธิปไตยมายาวนาน
ขอกราบกรานนักสู้ของคนจน
ชื่อสุวิทย์ วัดหนู ที่รู้จัก
ยังประจักษ์ ความดี มีทุกหน
ยังเห็นภาพ ยืนเคียงข้างประชาชน
ในฝูงชน ขอจงอยู่ ตลอดกาล
อยู่คู่ผู้ยากไร้ ในใจราษฎร์
อยู่ประกาศเสียสละและอาจหาญ
อยู่ต่อสู้อธรรมกร้ำรุกราน
อยู่เล่าขาน งานต่อสู้ สู่ผองชน
ตนเคยรวย
ความร่ำรวยเปรียบเหมือนน้ำทะเล ยิ่งดื่มมาเท่าไหร่ก็ยิ่งกระหายมากขึ้นเท่านั้น
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น