จรรยาบรรณ" ประเด็นสำคัญในการบริหารอนาคตขององค์กร
จากบทความของคุณ ณรงค์วิทย์ แสนทอง ได้กล่าวถึงเรื่องจรรยาบรรณ ว่า "จรรยาบรรณ" ถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งขององค์กรในปัจจุบันเพราะถ้าบุคลากรในองค์กรใดขาดในเรื่องนี้แล้วโอกาสที่องค์กรจะก้าวหน้าลดหน้าลงแน่นอนแต่ที่สำคัญกว่านี้คือโอกาสล้มเหลวมีมากขึ้นเราคงจะเห็นตัวอย่างจากบริษัทใหญ่ๆในอเมริกาที่ผู้บริหารได้ตกแต่งตัวเลขทางการเงินเพื่อให้ตัวเองได้รับผลประโยชน์ในเรื่องหุ้นหรือผลตอบแทนอื่นๆจนทำให้บริษัทล้มมาแล้วหลายแห่ง
จรรยาบรรณเปรียบเสมือนภูมิคุ้มกันโรค "ทุจริต"ให้กับองค์กร องค์กรไหนมีภูมิคุ้มกันดีถึงแม้ว่าจะมีคนไม่ดีอยู่บ้างผมก็คิดว่าเขาคงไม่สามารถทำอะไรองค์กรเราได้ไม่แตกต่างอะไรไปจากภูมิคุ้มกันของร่างกายเรา ถ้าเรามีภูมิคุ้มกันดี ร่างกายแข็งแรงถึงแม้จะมีโรคอะไรมารุมเร้า ร่างกายเราก็สามารถต่อสู้กับมันได้ แนวทางการสร้างภูมิคุ้มกันขององค์กรโดยผ่านจรรยาบรรณนั้น มีดังนี้
-
กำหนดจรรยาบรรณขององค์กรให้ชัดเจน
หลายองค์กรมีแนวทางเรื่องนี้อยู่แล้วแต่อาจจะยังอยู่ในใจของผู้บริหาร เป็นแนวปฏิบัติอยู่แล้วแต่อาจจะยังไม่มีการกำหนดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่มีการประกาศให้บุคลากรรับทราบอย่างเป็นทางการเท่านั้นเองแต่หลายองค์กรยังไม่เคยมีการพูดถึงเรื่องนี้เลยจึงอยากเสนอแนะให้ผู้บริหารองค์กรต่างๆกำหนดจรรยาบรรณขึ้นมาให้ชัดเจนเหมือนกับการที่กำหนดนโยบายคุณภาพหรือนโยบายอื่นๆแล้วควรจะมีการสื่อสารให้บุคลากรเข้าใจถึงความสำคัญและความหมายของจรรยาบรรณรวมถึงบอกให้บุคลากรทราบว่าเขาจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้างจึงจะสอดคล้องกับจรรยาบรรณขององค์กร -
เชื่อมโยงจรรยาบรรณสู่แผนงานและโครงการในการพัฒนาคน
การกำหนดจรรยาบรรณคงไม่ใช่เรื่องยากแต่เรื่องที่ยากจะอยู่ที่ทำอย่างไรให้จรรยาบรรณงอกเงยและเติบโตในองค์กรแนวทางหนึ่งที่ช่วยได้คือ การแปลงจรรยาบรรณสู่การระบบการพัฒนาคน เช่นถ้าเราจะจัดฝึกอบรมหลักสูตรเรื่องการพัฒนาทีมงานกิจกรรมต่างๆที่จะนำมาใช้จะต้องสอดคล้องและตอบสนองเรื่องจรรยาบรรณขององค์กรด้วยซึ่งอาจจะมีทั้งเรื่องของการเก็บความลับ ความสื่อสัตย์ ความโปร่งใสการบริหารผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกันระหว่างผลประโยชน์ของสมาชิกแต่ละคนกับผลประโยชน์ของทีมงานเป็นต้นนอกจากนี้ทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นในองค์กรจะต้องสอดคล้องแนวคิดและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับจรรยาบรรณอยู่เสมอเพื่อเป็นการกระตุ้นจิตสำนึกของบุคลากรอยู่เสมอ สิ่งไหนถูกกระตุ้นบ่อยๆก็จะนำไปสู่นิสัยได้ -
ให้รางวัลเพื่อป้องกันการเสื่อมถอย (ของจิตใจ)
แนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้จรรยาบรรณขององค์กรเติบโตเร็วขึ้นก็คือการใช้อาหารเสริม อาหารเสริมในที่นี้คือการให้รางวัลหรือสิ่งจูงใจกับคนที่ปฏิบัติตัวสอดคล้องกับจรรยาบรรณ เช่นการคัดเลือกพนักงานดีเด่นประจำปีหรือการเลื่อนตำแหน่งหรือกิจกรรมอะไรก็ตามที่เป็นการยกย่องเชิดชูคนดีให้สอดแทรกหลักการของจรรยาบรรณเข้าไปด้วยทุกครั้งผมอยากจะยกตัวอย่างนักกีฬาที่บางคนอาจจะประพฤติตัวไม่ดีมาก่อนแต่เมื่อกลายมาเป็นแชมป์เป็นคนของประชาชนแล้วคนเหล่านั้นจะถูกรางวัลที่ได้ป้องกันไม่ให้เขากลับไปทำอะไรที่ไม่ดีอีกเมื่อไม่ได้ทำสิ่งที่ไม่ดีนานๆ ก็จะเกิดเป็นนิสัยไม่กล้าที่จะทำผิดเหมือนในอดีตอีกคนที่ได้รับการยกย่องในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมักจะถูกสังคมตรวจสอบเขาในทุกๆเรื่องถึงแม้จะไม่ใช่เรื่องที่เขาได้รับรางวัลก็ตาม -
มีระบบตรวจสอบติดตาม
การสร้างจรรยาบรรณก็คงไม่แตกต่างไปจากการนำเอาระบบอื่นๆเข้ามาใช้ในองค์กรที่จำเป็นจะต้องมีการติดตามตรวจสอบว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่มีปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง จะต้องมีการทบทวนแก้ไขหรือไม่ อย่างไรสิ่งที่อยากจะแนะนำคือ องค์กรควรกำหนดให้มีคณะกรรมการกำกับดูแลจรรยาบรรณเพราะมีเหตุผลสองประการคือหนึ่งเพื่อกันคนกลุ่มหนึ่งที่เป็นกรรมการให้รับผิดชอบเรื่องจรรยาบรรณแทนองค์กรและคนเหล่านี้จะถูกขัดเกลามากกว่าคนอื่นคนกลุ่มนี้จะถูกเพ่งเล็งจากคนในองค์กรมากกว่าคนอื่นๆอันนี้ถือเป็นเครื่องมือที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เขาออกนอกลู่นอกทางเพราะเขาคือกรรมการเหมือนกรรมการห้ามกีฬาประเภทต่างๆที่จะมีคนคอยจับจ้องว่าโปร่งใสและเป็นธรรมหรือไม่ เหตุผลประการที่สองคือการมีคณะกรรมการจะช่วยให้สามารถติดตามตรวจสอบความเป็นไปของจรรยาบรรณในองค์กรได้เป็นอย่างดีเพราะระบบใดก็ตามที่กำหนดขึ้นมาแล้วไม่มีการติดตาม ระบบนั้นๆจะจางหายไปกับสายลมและแสงแดด
จากบทความนี้ ขอเสนอแนะว่า จรรยาบรรณเป็นสิ่งที่สำคัญที่องค์กรไม่ควรมองข้ามถึงจรรยาบรรณจะไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้องค์กรมีกำไรมากขึ้นแต่ถ้าขาดสิ่งนี้แล้วอาจจะทำให้องค์กรเดินไปสู่ความพินาศได้ภายในระยะเวลาอันสั้นเราต้องไม่ลืมว่าเวลาแห่งการปลูกต้นไม้ใหญ่ไม่สามารถทำได้ภายในวันเดียวต้องอาศัยระยะเวลาที่ยาวนานหลายปีแต่เวลาสำหรับการทำลายหรือการโค่นต้นไม้ใหญ่ เพียงไม่กี่อึดใจก็ล้มครืนลงมาได้ถ้าองค์กรใดไม่อยากเป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่ถูกโค่น จงช่วยกันสร้าง "จรรยาบรรณ"ขององค์กรขึ้นมากันเถอะค่ะ
น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อทุกองค์กรมากเลยค่ะ จะมีผู้บริหารสักกี่คนที่จะหวนนึกถึงเรื่องนี้ ขอบคุณสำหรับเรื่องๆดีๆที่นำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ
ขอบคุณนะคะที่แวะมาทักทาย แล้วแวะมาอีกนะนะ
ชอบบทสรุปของน้องหน่อยมาก ให้แง่คิดทีถูกใจจริง ๆ ค่ะ ขอให้น้องหน่อยเจริญรุ่งเรืองดั่งความคิดดี ๆ นี้นะจ๊ะ
นอกจากจะมีจรรยาบรรครูแล้ว เราก็ควรมีจรรยาบรรณขององค์กรด้วยเพราะถ้าองค์กร อยู่ไม่ได้ แล้วครูเราจะมีอนาคตและทิศทางอย่างไร น้องนางค่ะ
แวะมาอ่านบทความคนขยันค่ะ น่าสนใจมากเลยค่ะ