..............
เราไม่มีสิทธ์ตัดชีวิตคนให้จบก่อนที่พวกเขาจะใช้กรรมจนหมดสิ้น
ถึงเวลาเขาตายไปสู่อีกมิติหนึ่ง จะได้รับทุกข์ที่นั่นเองจะอยู่ในภาวะร้อนรุ่มไม่มีความสุข
ไม่พบความสงบเลย แล้วถูกส่งกลับมาเกิดแต่ชีวิตชาตินี้จะตกระกำลำบากมาก
จะต้องมาทำความดีชดใช้คืนคนที่เคยทำร้ายพวกเขาจะต้องได้รับโทษแน่นอน
หาความสุขแบบเรียบง่ายก็ได้
เช่น นั่งอ่านหนังสือ
จิบชาหอมกรุ่นริมระเบียง
ฟังเพลง
ทำอาหารจัดโต๊ะสวยๆ
นั่งสมาธิ
อ่านหนังสือเล่มโปรด
จัดห้องนอนให้น่าอยู่
เดินชมธรรมชาติ ต้นไม้ลำแสงสวยงามท่ามกลางสวนสวย
สวรรค์ในโลกมนุษย์เกิดได้ตลอดเวลาทุกเมื่อที่เราอยากให้เป็น แค่เราเลือกให้เกิด
เมื่อใจเปิดขึ้นไม่มีทางจะปิดลงได้อีก เพราะมันชื่นใจและอิ่มเอมสุข
ไม่มีวันสุขล้นเพราะใครคนหนึ่งเปลี่ยนหรือโลกเปลี่ยนไป
แต่.....อยู่ที่ใจเราต่างหาก
คนอื่นชี้ทางให้เราได้บอกเทคนิควิธี
แต่.....ที่เหลือทั้งสิ้นอยู่ที่ตัวเรา
การหาสุขสงบใจคนเดียวไม่พอ
ต้องช่วยเหลือแบ่งเบาทุกข์คนอื่นด้วย ช่วยประคองเขาเดินเส้นทางชีวิตได้โดยไม่หวังอะไร
เงินกับความมั่นคงคนละอย่างกันเราโดนภาพลวงตาสามมิติหลอก
เราโดนสอนมาว่า สิ่งจับต้องได้ วัตถุ ตำแหน่งความสะดวกสบาย มันสำคัญเสียจนเป็นเป้าหมายหลักของชีวิต
เงินมีค่าเป็นกลางเราใช้เงินอย่างไรนั่นแหละสำคัญ
แต่...ที่จริงความมั่นคงเกิดจากภายในใจเท่านั้นไม่ใช่ภายนอก
และไม่ใช่ภาพที่ว่าคนอื่นคิดอย่างไรกับเราการอิจฉาคนอื่นมีแต่จะเป็นยาพิษกัดกร่อนดวงจิตเรา
เราไม่อาจเอาวัตถุใดๆติดตัวไปได้สิ่งที่เอาติดตัวไปได้คือการกระทำ เคยทำอะไรไว้บ้างเท่านั้น
ที่มา : หนังสือของดร.ไบรอัน แอล ไวส์ที่โด่งดังในไทยอีกเล่ม
สวัสดีค่ะ
เคยไปหาซื้อเมล็ดถั่วเหลืองที่ตลาดเก่าเยาวราช เป็นร้านที่ขายถั่วต่างๆ โดยเฉพาะ ปกติ เคยซื้อถั่วเหลืองราคากิโลกรัมละ 32-36 บาท ร้านนี้ มีถั่วเหลืองราคา กิโลกรัมละ 20 บาท และ 70 บาท ได้ถามเขาว่า ราคาต่างกันมากมาย ถั่วต่างกันตรงไหน เขาตอบว่า อยู่ที่การใช้เงิน (และเมื่อขอดู จึงเห็นว่า เมล็ดถั่วก็สวยและไม่สวย ต่างกันตามราคาด้วย แต่ที่ร้านเขาบอกว่า กินได้/ทำน้ำเต้าหู้ได้เหมือนกัน) สรุปแล้ว นีนานันท์ก็ไม่ได้ซื้อถั่วเหลืองที่ร้านนี้ค่ะ ไปซื้อเจ้าประจำที่ราคา 32-36 บาท...