ความชั่วต่างๆทีมนุษย์ทำลงไปก็เพราะกิเลสทั้งสิ้น กิเลสจึงเป็นมารอย่างแท้จริง
บุคคนผู้ไม่เชื่อโลกหน้า ทำบาปได้ง่ายกว่าผู้เชื่อเพราะเห็นว่า ถ้าเอาตัวรอดได้ในโลกนี้ก็เป็นอันว่าปลอดภัย แต่คนเชื่อโลกหน้า แม้จะทำชั่วในที่ลับก็เกรงภัยในโลกหน้าจึงไม่กล้าทำ ถ้าทำก็ทำอย่างหวาดหวั่นต่อผลในโลกหน้า เมื่อทำความดีก็มั่นคงกว่าคนไม่เชื่อโลกหน้า เพราะมีความหวังว่า หากกรรมดีนั้นยังไม่ให้ผลในโนกนี้ก็จะต้องให้ผลในโลกหน้า
พระพุทธเจ้าทรงทราบรสของฌลก ทษของโลก และอุบายเครื่องออกจากโลกตามความเป็นจริงแล้วจึงทรงปฏิญาณพระองค์ว่าได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณดังที่ตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย เราได้เที่ยวไปเพื่อแสวงหารสอร่อยในโลก...โทษของโลกและอุบายเครื่องพ้นจากโลกเราได้พบโทษและอุบายเครื่องพ้นจากโลกนั้นด้วยปัญญาของเรา เราจึงได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยม"
พระองค์ได้ทรงทราบว่า เหตุที่ทำให้คนเราเกิดมาเพื่อกระโจนขึ้นกระโจนลงไปตามคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงในโลกนี้นั้น เป็นเพราะคนเหล่านนั้นหลงรักและหลงติดในความสุขอันเป็นมายา ซึ่งเกิดขึ้นเล็ๆน้อยๆเป็นครั้งคราวในโลกนี้ พระองค์ได้ทรงเห็นว่า สรรพสัตว์ติดอยู่ในบ่วงของการเกิดในโลกนี้ เหมือนเนื้อติดบ่วงเพราะละโมบในเหยื่อเล็กๆน้อยๆที่เขาวางไว้ล่อมัน และพระองค์ทรงทราบอีกว่า ถ้าคนเราไม่ประสงค์จะติดอยู่ในบ่วงของการเกิดเช่นนี้แล้ว ก็ทีทางเดียวเท่านั้นกล่าวคือ การดับเสียซึ่งความตะกรามต่อความเพลิดเพลินทุกอย่างที่เราได้พบเห็น และไม่ปล่อยตัวให้จมตกไปในสิ่งยั่วยวน และไม่ปล่อยใจให้ทะเยอทะยานไปตามสิ่งที่โลกนี้มีไว้ยั่วยวนมนุษย์"
สมัยนี้การทำน่ ค้าขาย ทำไร่ ทำสวน เป็นครู อาจารย์ ข้าราชการประจำ นักการเมือง ลำบากทั้งนั้น การทำงานต่างๆเหล่านั้นก็เพื่อความเป็นอยู่ เพื่อเลี้ยงชีพตนและครอบครัว ส่วนมากมุ่งอย่างนี้ สมัยนี้คนสุจริตมาก การครองชีพก็สบายขึ้น ความสุจริตและไม่สุจริตเป็นจักรกลสำคัญในความสุขสบาย หรือความทุกข์ของมหาชน แต่ผู้บริหารประเทศ และผู้ปกครอบบ้านเมื่องมักมองข้ามปัญหานี้ไปเสีย มัวแต่ไปแก้ที่ปลายเหตุ จึงไม่ได้ผลตามต้องการ
ในสมัยที่ของแพง เงินตรามีราคาน้อย สิ่งยั่วยวนความอยากของคนมีมาก คนส่วนมากมีความ"ไม่พอ"อยู่ในใจจนดับไม่ได้ ใรคทำท่าจะดับหรือต้องการดับความอยากอันโพลงอยู่เสมอ เพื่อความสงบสุขของชีวิตบ้างสังคมก็ตราหน้าว่าเป็นคนไม่มีเกียรติ ไม่มีความทะเยอทะยาน อันเป็นคุณสมบัติของมนุษย์ในสังคมปัจจุบัน แม้แต่ลูกเมียก็ไม่ให้ความนิยมนับถือ เมื่อสิ่งแวดล้อมบีบบังคับรัดเข้าเช่นนี้ เขาก็ต้องดิ้นรนต่อไป ต้องกระหืดกระหอบต่อไป ต้องวิ่งทำมาหากิน บริโภคกาม แล้วแสวงหาเกียรติยศ เกียรติที่คนสมัยนี้สมยอมพร้อมใจกันยกให้ และเหมือนจะตั้งเป็นกฏของสังคมทีเดียวว่า คนมีเกียรติต้องมีเงิน หรือมีตำแหน่งสูง มีรถยนต์ราคาแพง ต้องหรูหราฟุ้มเฟือย ปลูกบ้านเพื่ออวดคน ไม่ใช้เพื่ออยู่ กินข้าวภัตตาคารชั้นดี มีเพลงให้ฟัง มีนักร้องสวยๆสิ่งเหล่านี้จะได้มาโดยวิธีใดช่างมัน ขอให้ได้มาก็แล้วกัน คนทั้งหลายมองดูที่ผลต่างหาก ไม่มีไครอยากาวไปหาเหตุว่าเขาได้มาโดยวิธีใด ทุจริตฉ้อโกงใครมาบ้าง ช่างหน้าสังเวชสลดใจเสียนี่กระไร
ความสุขใจนั้นเป็นขุมทรัพย์อันประเสริฐของมนุษย์ใจเศร้าหมองหรือผ่องแผ้ว เป็นเหตุโดยตรงของการทำชั่ว และทำดี ถ้าใจเศร้าหมองก็ทำชั่วได้ง่าย ใจผ่องแผ้วก็ทำดีได้ง่าย เพื่อให้ใจผ่องแผ้วควารปฏิบัติดังนี้...รอนะ
กรรมดี กรรมชั่ว เกิดจากการกระทำ มนุษย์ เรามองหากรรมของตนไม่เห็น แต่มองว่าสิ่งที่ตนทำนั้นดีที่สุดแล้ว จึงไม่ได้พิจารณาว่าเป็นกรรมดี หรือกรรมเลว "หวังว่าคุณคงเข้าใจ..ในสัจธรรมที่ว่า...มนุษย์เกิดมาใช้กรรม การทำความดี ระเว้นความชั่วจะช่วยให้..เจอแสงสว่าง ...สู่ปรินิพาน.." (ยินดีที่ได้รู้จักันใน goto know ฉันเป็นคน อ.กระแสสินธุ์ อยู่ รพ.กระแสสินธุ์ ใกล้กับอ.ระโนด ดีใจที่มีคนใกล้ๆ เข้ามาเล่าแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันที่นี้ หวังว่าคงได้คุยกันอีก...) "ไอติม"
สวัสดีครับ คุณอังสุมาลี
ขอขอบคุณครับที่เข้ามาทักทาย ยินดีครับแลกเปลี่ยนเรียนรู้
แหล่งกำเหนิดที่แท้จริงของเราก็คืดกรรมของเรา บิดาเป็นผู้ใช้กำเหนิด มารดาเป็นผู้เกิดเรามาก็จริง แต่การให้กำเหนิดและเกิดเรามาในด้านร่างกายเท่านั้น ส่วนจิตใจและคุณสมบัติทางจิตใจเป็นของเราเองซึ่งอาจสืบเนื่องกันมาหลายร้อยหมายพันชาติแล้วก็ได้
มารดำย่อมหวังให้ลูกดี ฉลาดสูงส่งทุกคน แต่ทำใมลูกบางคนจึงเป็นอย่างนั้นไม่ได้ ก็เพราะแต่ละคนมีกรรมของตนเองติดตัวมาด้วย ถ้ามารดาบิดากำหนดชีวิตของลูกได้ ลูกทุกคนคงไม่มีไครตกต่ำ