"โครงสร้างองค์กร" คือตัวกำหนดพฤติกรรมของ "คนองค์กร"
|
"โครงสร้างองค์กร"
คือตัวกำหนดพฤติกรรมของ "คนองค์กร"
|
|
"โครงสร้างองค์กร"
คือตัวกำหนดพฤติกรรมของ "คนองค์กร"
โครงสร้างองค์กร
เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างอิทธิพลต่อพฤติกรรมของคน
และกลุ่มคนภายในองค์กร ซึ่งอิทธิพลที่สร้างขึ้นนั้น
ส่วนใหญ่เกิดจากวัตถุประสงค์ในการควบคุม (Control)
โดยการถูกควบคุมนั้นมาจากลักษณะของงาน
ที่ได้ออกแบบไว้ภายในโครงสร้างองค์กร
ทั้งนี้ เป็นเพราะพนักงานทุกคนในองค์กรไม่สามารถไปทำงานประจำวัน
เพื่อทำในสิ่งที่อยากจะทำตามอำเภอใจได้
แต่จะต้องถูกควบคุมให้ปฏิบัติตามความต้องการขององค์กร
หรือตามเหตุผลที่องค์กรจ่ายค่าตอบแทนให้ ดังนั้น
งานและคำบรรยายลักษณะงาน
จึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการควบคุมพฤติกรรมคนภายในองค์กร
โดยทั่วไปองค์กรทุกองค์กร
จะมีการจัดกลุ่มของงานเข้าด้วยกันเป็นหน่วยงานและยุทธศาสตร์ในการจัดกลุ่มงานนี้เอง
ที่ทำให้เกิดโครงสร้างและลักษณะองค์กร ที่แตกต่างกัน
ซึ่งมักจะมีการแสดงการจัดกลุ่มนั้นๆ ไว้ด้วยผังองค์กร
(Organization Chart) ซึ่งหากองค์กรมีขนาดเล็กมาก
อาจจะไม่จำเป็นต้องมีผังองค์กรเลยก็ได้ ตราบที่ทุกคนในองค์กรรู้ว่า
จะต้องทำอะไรกับใครภายในองค์กร
และภายในโครงสร้างองค์กรนั้นเอง
ก็จะประกอบไปด้วยกิจกรรมหลากหลายที่มีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างงาน
หรือกลุ่มงาน เราอาจจะกล่าวได้ว่า
กิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในโครงสร้างองค์กรทั้งหลายนั้นซ้ำซากจำเจ
ทำให้เกิดกระบวนการทำงาน (Process)
ที่สามารถรับรู้และกำหนดได้อย่างชัดเจน เช่น
เรามาทำงานตั้งแต่ 9 โมงเช้า มาที่โต๊ะทำงานตัวเดิม
ทำงานอย่างเดิมเหมือนเดิมทุกๆ วัน สนทนากับกลุ่มคนกลุ่มเดิม
ได้รับข้อมูลจากแห่งเดิม ฯลฯ แต่ในทางกลับกัน
หากปราศจากการทำงานเช่นนี้แล้ว องค์กรก็จะไม่ได้งานตามที่ต้องการ
และไม่มีความเป็นองค์กรเช่นกัน
ดังนั้น
กระบวนการทำงานประจำวันจึงมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าตัวงาน
และคำบรรยายลักษณะงานนั้น ซึ่งก็จะเป็นตัวควบคุมพฤติกรรมคนเช่นกัน
เช่น กระบวนการสื่อสาร กระบวนการตัดสินใจภายใต้สถานการณ์ต่างๆ
กระบวนการประเมินผลงาน การบริหารสายอาชีพ การสันทนาการ เป็นต้น
ซึ่งกระบวนการทั้งหลายเหล่านี้ จำเป็นที่จะต้องมีการกำหนด บันทึก
และอธิบายให้เจ้าของงานได้เข้าใจอย่างถ่องแท้อยู่เสมอ
โครงสร้างองค์กรจำเป็นที่จะต้องทำการออกแบบโดย
ผู้บริหารร่วมกับกรรมการ หรือเจ้าขององค์กร ซึ่งผู้บริหารยังจะสามารถ
ใช้การออกแบบโครงสร้างองค์กรมาเป็นสื่อกลางในการสื่อสาร
สร้างคำอธิบายให้กับคนในองค์กรให้ได้เข้าใจในระดับเดียวกัน
ในเรื่องค่านิยมร่วมและกำหนดพฤติกรรม
รวมถึงการสร้างให้เกิดพันธะสัญญาด้านจิตวิทยาระหว่างคนในองค์กรกับองค์กรที่จะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์และวัฒนธรรมองค์กร
ซึ่งในกระบวนการออกแบบโครงสร้างองค์กรนั้น
อาจจะสามารถเริ่มจากการหวนกลับไปดูอุดมการณ์ขององค์กร
ซึ่งประกอบด้วยค่านิยมร่วม และเหตุผลที่องค์กรนั้นเกิดมาในสังคม
และต่อจากนั้นจะต้องทำความชัดเจนในส่วนของเป้ายุทธศาสตร์ปัจจัยสู่ความสำเร็จขององค์กร
ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ วัฒนธรรมในการทำงานขององค์กร
นอกจากนั้นผู้บริหารยังจะต้องคำนึงถึงเทคโนโลยีที่จะนำเข้ามาใช้ในองค์กรด้วยว่ามีความทันสมัย
และจะใช้ทดแทนสมองและแรงงานคนได้มากน้อยแค่ไหน
รวมทั้งจะต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมและความผันผวนต่างๆ
ในสังคมที่จะต้องออกแบบโครงสร้างองค์กรให้รองรับ
หรือหาทางหนีทีไล่ให้ทันตามสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป
ทั้งนี้ องค์ประกอบต่างๆ ที่ได้กล่าวมานั้น
ล้วนมีส่วนในการควบคุมพฤติกรรมของคนในองค์กรทั้งสิ้น
สำหรับการเขียนผังองค์กรนั้น
ผู้บริหารจะต้องเริ่มเขียนโครงสร้างองค์กรในระดับมหภาค (Macro
Structure) ก่อน
ซึ่งเป็นระดับที่ประกอบด้วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับยุทธศาสตร์และการปลูกฝังค่านิยมร่วม
เพื่อให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานที่พึงประสงค์
พร้อมทั้งกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของทุกงานในระดับนี้
ต่อจากนั้นจึงทำการเขียนโครงสร้างองค์กรในระดับจุลภาค (Micro
Structure) ซึ่งประกอบด้วยงานในระดับจัดการ ควบคุม
และปฏิบัติการ
การออกแบบตัวงานต่างๆ ที่ได้กล่าวมานั้น จะต้องประกอบด้วย
การกำหนดวัตถุประสงค์ของงานที่จำเป็นจะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์และเป้าหมายทางธุรกิจ
ต่อจากนั้นจึงทำการกำหนดระดับของความเฉพาะด้าน (Degree of
Specialization) ของงาน หน้าที่ความรับผิดชอบของงานนั้น
อำนาจการตัดสินใจที่องค์กรมอบหมายให้
วิเคราะห์ความท้าทายในงานภายใต้วัฒนธรรมการทำงานในปัจจุบัน
กำหนดคุณสมบัติของคนที่จะมาปฏิบัติงานนั้น การปฏิสัมพันธ์กับงานอื่นๆ
ในองค์กร
ต่อจากนั้นผู้บริหารจะต้องกำหนดจำนวนงานที่จะรายงานตรงต่อผู้บังคับบัญชาแต่ละคน
ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับลักษณะของงานว่า
ต้องการการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างนายกับลูกน้องมากน้อยแค่ไหน
นอกจากนั้นยังขึ้นอยู่กับระดับของความเฉพาะด้านและกลไกในการสื่อสารระหว่างกันอีกด้วย
Macro และ Micro Structure
นั้นอาจประกอบด้วยงานที่มีลักษณะคล้ายคลึงหรือแตกต่างกันก็ได้
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการกำหนดกลไกในการประสานสัมพันธ์ระหว่างงานและกลุ่มงานภายในองค์กรและยุทธศาสตร์
ในการบริหารและควบคุมงานต่างๆ ในองค์กร
สำหรับสภาพแวดล้อมภายนอกนั้น
ในกรณีที่องค์กรอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คงที่
จะมีโครงสร้างองค์กรที่มีลำดับชั้นของการควบคุม (Hierarchical
Control) ตลอดจนกฏระเบียบต่างๆ ในการประสานสัมพันธ์กันที่ตายตัว
รวมถึงมีแผนงานอย่างละเอียดและผลสัมฤทธิ์ที่ค่อนข้างคงที่
ในกรณีนี้พฤติกรรมของคนจะถูกควบคุมอย่างใกล้ชิด
ส่วนองค์กรที่อยู่ตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
จะไม่สามารถอยู่รอดได้ด้วยการทำตามระบบควบคุมและแผนงานที่ตายตัว
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมจะทำให้องค์กรจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นอยู่เสมอ
ในกรณีนี้
โครงสร้างองค์กรจะมีความสำคัญน้อยกว่าค่านิยมร่วมและพฤติกรรมของคนในองค์กร
ซึ่งจะมีความยืดหยุ่นมากกว่าในกรณีแรก
ทั้งนี้และทั้งนั้นสามารถสรุปได้ว่า
ผู้บริหารก็คือผู้ที่กำหนดพฤติกรรมของคนในองค์กร
โดยใช้สื่อที่ประกอบด้วย ผังองค์กร คำบรรยายลักษณะงาน กระบวนการทำงาน
และกลไกการประสานงานกันระหว่างงานด้วยกัน
รวมถึงสภาพแวดล้อมขององค์กรนั้นๆ
ที่จะเป็นตัวกำหนดความยืดหยุ่นในการควบคุมพฤติกรรมคน
ซึ่งหากผู้บริหารองค์กรมีจิตสำนึกในเรื่องของงานบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างจริงจัง
ก็จะสามารถควบคุมพฤติกรรมคนในองค์กรให้ไปในทิศทางที่ต้องการเดียวกันได้เป็นอย่างดี
|
|
โดย
ดร. ชัชวลิต สรวารี
-
วันอังคารที่
6
พฤศจิกายน พ.ศ.
2550
|
ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยมชม
ได้รับความรู้มากทีเดียวค่ะ
ขอบคุณนะคะสำหรับความรู้ใหม่ ๆ