อิศรา ประชาไท

                หลังจากจบการศึกษาจาก ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปี 2520 ผมก็สอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งในช่วงปีนั้นเพื่อนหลายคนได้สอบเข้าเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจไปแล้ว และส่วนหนึ่งเตรียมตัวเดินทางไปแข่งขันรักบี้ประเพณีกับโรงเรียนสดาร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ พับลิกสคูล Public School เช่นเดียวกับ โรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก่อนหน้านั้นโรงเรียนที่มีการแข่งขันรักบี้ประเพณีกับโรงเรียนประจำในมาเลเซีย คือ วชิราวุธวิทยาลัย ซึ่งแข่งกับ โรงเรียนมาเลย์คอลเลจ ผลัดกันเป็นเจ้าภาพ ปีใดที่วชิราวุธวิทยาลัยเป็นเจ้าภาพ เดอะมาเลย์คอลเลจก็จะเดินทางมาแข่งกับวชิราวุธวิทยาลัย วชิราวุธวิทยาลัยก็จะให้มาเลย์คอลเลจ ได้แข่งขันประลองกับทีมโรงเรียนในประเทศไทยเป็นการอุ่นเครื่องก่อนกับทีมโรงเรียนในประเทศไทย โรงเรียน ภ.ป.ร,ราชวิทยาลัย ก็จะได้รับเชิญเข้าร่วมการแข่งขันทุกปี ในตอนหลังเรา โรงเรียนของเราก็ได้สร้างการแข่งขันรักบี้ประเพณีกับโรงเรียนพับลิกสคูล Public School ที่มีลักษณะเดียวกันกับ เดอะมาเลย์คอลเลจ โรงเรียนนั้นได้แก่ โรงเรียน Sekolah Datuk Abdul Razak (SDAR) ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในด้านรักบี้ฟุตบอลระดับแนวหน้าของโรงเรียนในประเทศมาเลเซีย ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเซเรมบัน รัฐเนกรีเซมบิลัน ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศมาเลเซีย เป็นโรงเรียนที่มีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ที่เกี่ยวของกับอดีตนายกรัฐมนตรี รัฐบุรุษของชาวมาเลเซียคือ ตนกู ดาโต๊ะ อัลดุล ราซัค ซึ่งท่านผู้นี้เคยเข้ามาศึกษาในระดับมัธยมศึกษาในประเทศไทยที่โรงเรียนเทพศิรินทร์    ในการบันทึกประวัติศาสตร์กีฬารักบี้ฟุตบอลของโรงเรียนSekolah Datuk Abdul Razak (SDAR)   ในการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเพณีกับโรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์กับ ได้เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2516 โดยกล่าวว่า  SDAR rugby is also associated with its annual match with King's College, Thailand, which, since 1973, which has become a tradition for both schools. ซึ่งในปีแรกที่มีการแข่งขันประเพณีกับ SDAR ผมเรียนอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 1 พอดีได้เห็นบรรยากาศที่ทีม SDAR มาแข่งขันที่โรงเรียนของเราพอดี ซึ่งถือเป็นการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเพณีกับทีมโรงเรียนต่างประเทศเป็นครั้งแรกของพวกเรา  ในยุคนั้นก็เป็นมี อาจารย์เวชสิทธิ สุขมาก (พี่นวย) เป็นผู้เล่นสำคัญคนหนึ่ง ผมจำไม่ได้ว่าเราแพ้หรือชนะ แต่น่าจะชนะมากกว่า เพราะในช่วงนั้นทีมทางมาเลเซีย จะเล่นรักบี้แพ้ทีมไทยทั้งในระดับชาติและระดับโรงเรียน  แต่ในปัจจุบัน ไม่ต้องพูดถึงเลยว่า พัฒนาการรักบี้ฟุตบอลในมาเลเซีย สิงค์โปร  น่าจะไปได้ดีกว่าประเทศไทย เพราะถ้าใครเคยเดินทางไปเที่ยวไปเยือนไปศึกษาดูงานก็จะเห็นว่า โรงเรียนทุกโรงเรียนในมาเลเซียและสิงค์โปร มีสนามกีฬารักบี้ฟุตบอลโดดเด่นอยู่สนามหน้าโรงเรียนแทบทุกโรงเรียน เหมือนประเทศไทยมีสนามฟุตบอล มีการฝึกการเตรียมนักกีฬา อย่างเอาจริงเอาจัง เขาพยายามให้ความสำคัญต่อกระบวนการพัฒนาเยาวชน ทั้ง วิชาการและกิจกรรมที่ทำให้นักเรียนมีพัฒนาการทั้งทางร่างกาย จิตใจและสังคม อย่างดี  คือ เอาวิชาการระบบของอังกฤษมาใช้อย่างเป็นระบบและทำกันอย่างจริงจังให้ความสำคัญต่อเยาวชน แต่ของเราแม้จะมีโรงเรียนเป็นพันโรงเรียน มีสนามฟุตบอลหน้าโรงเรียนทุกโรงเรียน แต่เราก็ยังไม่เก่งฟุตบอลเท่าที่ควรจะเป็นมากกว่านี้ อาจเป็นเพราะเราให้ความสำคัญกิจกรรมกีฬาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนน้อยไปนั้นเอง  เราไม่มีครูฝึกที่จบทาง  พลศึกษา วิทยาศาสตร์การกีฬาในโรงเรียนเลย บางโรงเรียนอาจมีแต่ทำภารกิจทุกอย่าง จนไม่มีเวลาฝึกฝนสอนสั่งวิธีการที่ถูกต้องให้แก่พวกเยาวชน  เราก็เลยมีสนามเยอะดี แต่ใช้สนามไม่คุ้มค่า และผู้บริหารก็ไร้จิตสำนึกในการพัฒนาเยาวชนด้านนี้เป็นสำคัญและยิ่งพูดถึงรักบี้แล้วเรามีโรงเรียนเล่นกีฬาประเภทนี้ในประเทศไทย ไม่ถึง ร้อยโรงเรียน แต่ก็เป็นที่น่าชื่นใจว่า ร้อยโรงเรียนที่มีอยู่ ผู้บริหาร ครู ผู้ฝึกสอนก็ทำกันอย่างเต็มความสามารถ  ทุกทีมก็หวังใช่ชนะเหมือนกัน แต่มีไม่กี่โรงเรียนที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน แต่ ครู ผู้บริหาร ผู้ฝึกสอน ก็ไม่ท้อถอย เพราะคิดว่า กีฬารักบี้สามารถพัฒนาศักยภาพ บุคลิกภาพ ทั้งทางร่างกาย อารมณ์  สังคม จิตใจ ได้เป็นอย่างดี ก็ทำตามศักยภาพ  จริง ๆ แล้ว ผมอยากเห็นองค์กรรัฐ หรือ เอกชน น่าจะได้เข้ามา ส่งเสริมกีฬานี้อย่างจริงจัง เพราะ มันได้ทั้งการแข่งขัน ได้ทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วย และหากพิจารณาในช่วงนี้ก็จะเห็นว่า  กีฬารักบี้หญิงของเรา ซึ่งทำไม่กี่โรงเรียน ไม่กี่สถาบันแต่ก็สามารถผลักดันไปจนถึงระดับโลก ได้อย่างน่าชมเชย  คุณูปการเหล่านี้ ผมต้องยกความชื่นชมยินดี ให้ผู้อยู่เบื้องหลังจริง ๆ  หลายคน ซึ่งก็ได้แก่   ลุงท้าว ผู้เฒ่าคนแก่ ๆ ที่เดินทางไปทั่วประเทศเพื่อสอนรักบี้ มายาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 เด็กรักบี้หญิงเหล่านี้ก็โตและพัฒนาจนกลายเป็นนักรักบี้ทีมชาติปัจจุบัน ถ้าไม่มี คน ๆ นี้ บอกได้เลยรักบี้หญิงคงไม่มีในวงการรักบี้อย่างแน่นอน อีกสามคน น่าจะเป็น อาจารย์ประกิต หงษ์แสนยาธรรม คุณดอน นักธุรกิจชาวต่างประเทศ ซึ่งช่วงหนึ่งดูแลการประสานงานต่างประเทศให้สมาคมรักบี้ฟุตบอล คุณถาวร คหบดีชาวสุพรรณบุรี ที่อาจารย์ประกิต เชิญมาเป็นผู้จัดการทีมและสนับสนุนงบประมาณในการแข่งขันไปต่างประเทศครั้งแล้วครั้งเล่าจนมาถึงยุคปัจจุบัน นอกจากนั้นก็เป็นบรรดาผู้ฝึกสอนท้องถิ่น  ไม่ว่าจะเป็น อาจารย์ติ๋ว จากธรรมศาสตร์ คลองหลวง น้าติ๋วและอาจารย์อีกหลายคนที่โรงเรียนกาญจนดิษฐ์   รุ่นน้องราชวิทย์ผมจำชื่อไม่ได้ที่ไปสร้างรักบี้ฟุตบอล โรงเรียนนางแดด จนลือชื่อ และกลายมาเป็น นักเรียนโรงเรียนกีฬาอ่างทองและสถาบันการพลศึกษาอ่างทอง ของโค้ชเดี่ยว พี่ยุทธ อาจารย์ โสภา จาก เตรียมอุดมภาคเหนือ น้องหนาน จาก โรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย ลพบุรี อาจารย์ประสิทธิ์ อาจารย์จักรพงษ์  จากเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ร้อยเอ็ด  อาจารย์ลุงหย่อง จาก เลยพิทยาคม อาจารย์ต้อม จากพิมายวิทยา และโค้ชจากโรงเรียนต่าง ๆอีกหลายโรงเรียนที่ไม่ได้เอ่ยนาม เพราะจำชื่อไม่ได้   คนเหล่านี้คือคุณูประการสำคัญที่ต้องกล่าวชมเชยและสมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ต้องให้เกียรติและยกย่องอย่างดียิ่งและหาโอกาสเป็นทางการ    ถ้าไม่มีโค้ช ไม่มีโรงเรียนฝึกเด็กนักกีฬาเหล่านี้ เป็นพื้นฐาน มาให้สมาคม มาแข่งขัน แม้ต้องเสียค่าแข่งขัน ค่ารถมาแข่งให้สมาคม ทุกปี  ถามว่า สมาคมสร้างเองได้เหรอ ผมอยากให้โค้ชเทวดาทั้งหลายลองไปทำดู ไปทำในสภาพที่สนามจำกัด อุปกรณ์ไม่มี  นักกีฬาไม่มีเงินกินข้าวเที่ยง ไม่ต้องบอกว่า โค้ชต้องหาซื้อรองเท้ารักบี้ทั้งมือหนึ่งมือสองมา นักกีฬาใช้  เอาตำรารักบี้ซึ่งหายากเต็มที  เอาวีดิทัศน์จากลุงท้าวมาเปิดให้เด็กดู ซึ่งเวลาถ่ายกล้องก็ก้มลงดินมากกว่าการแข่งขันก็มี  ใครเก่งที่ว่าแน่ ๆ ลองมาช่วยทำหน่อย มาแค่เปิดคลินิก ไปในที่ต่าง ๆ และทำให้มันเกิดความยั่งยืน ผมเชื่อว่า เราจะได้นักรักบี้ดี ๆ ที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น ช่วยหน่อย บรรดา กูรู รักบี้ทั้งหลาย   ในสภาพที่จำกัด ว่าจะพัฒนาเด็กได้มากน้อยอย่างไร  ดีกว่าการอวดอ้างและชมเชยตนเองและพรรคพวกอย่างน่าเกลียด ผมคิดว่า สมาคมต้องชมเชยบุคลากรเหล่านี้อย่างน้อยๆ   ปีหนึ่งต้องมีเกียรติบัตร สักใบหนึ่งไปให้โรงเรียนและผู้ฝึกสอนเหล่านี้บ้าง  เช่น อาจเขียนว่า “ในนามสมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอมอบเกียรติบัตรฉบับนี้ให้ นาย.....คือผู้ที่ได้สร้างคุณูประการแก่วงการรักบี้ฟุตบอลหญิงไทย โดยได้พัฒนาฝึกฝนนักกีฬารักบี้ฟุตบอลหญิง จาก......จนสามารถ เข้าเป็นนักกีฬาทีมชาติ ประเภท 7 คน ชุด ชิงแชมป์โลก ถึงจำนวน 3 คน ได้แก่.......จึงขอมอบเกียรติบัตรฉบับนี้ให้ไว้เพื่อตอบแทนคุณูปการดังกล่าวและขอขอบคุณในการสร้างสรรค์และพัฒนาวงการรักบี้ฟุตบอลหญิงไทยให้แก่สมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์จนเป็นที่ประจักษ์”  ผมคิดว่านี่คือกำลังใจอย่างล้นเหลือที่มีค่ามาก แก่โค้ชท้องถิ่นที่สมาคมฯน่าจะทำ ให้แก่บรรดาผู้ฝึกสอนต่าง ๆ แต่ก็คงเป็นเพียงทัศนะหนึ่งอาจมีผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยก็ถือเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคนผมเห็นการพัฒนารักบี้ในประเทศเพื่อนบ้านก็อดจะคิดเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ ถึงปัจจุบันนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 เราก็มีการแข่งขันรักบี้ประเพณีกับต่างประเทศระดับโรงเรียนอยู่เพียงสองสถาบัน หรือ อาจจะมากกว่านั้นก็คงไม่เกิน ห้าแห่ง  วชิราวุธวิทยาลัยกับ มาเลย์คอลเลจ น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของรักบี้ประเพณีระดับโรงเรียนกับต่างประเทศ ซึ่งเกิดขึ้นมานานไม่น้อยกว่า 40 ปี นอกจากนั้นก็เป็นวชิราวุธวิทยาลัยอีกที่เริ่มส่งทีมออกไปแข่งขันในต่างประเทศ เช่นที่ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ก็ส่งผลให้ทีมพัฒนาความก้าวหน้าไปไกลกว่าทีมอื่น ๆ ได้อีกระดับหนึ่ง และ การแข่งขันกับวชิราวุธสำหรับทีมนักเรียนโรงเรียนต่าง ๆ ในประเทศไทย ก็เป็นโอกาสที่ทำให้โรงเรียนและทีมต่าง ได้เรียนรู้จากวชิราวุธวิทยาลัยอีกทอดหนึ่ง ราชวิทย์กับ SDAR รักบี้ประเพณีของสองสถาบันก็ยาวนานไม่น้อยกว่า 36 ปี ซึ่งถ้าปีนี้ราชวิทย์เป็นเจ้าภาพก็น่าจะเฉลิมฉลองครบ 3 รอบ ได้คงจะดีไม่น้อย ผมลองค้นหาทางอินเตอร์เน็ทก็พบว่า การแข่งขันประเพณีดังกล่าวของสองสถาบันยังมีอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นข่าวข้างล่างนี้ เมื่อปี 2007 ราชวิทย์ ก็ไปเยือน SDAR เมื่อ Wednesday, 24-Oct-2007 04:10ซื่งราชวิทย์ชนะSDAR  23 ต่อ0 ที่เล่ามาถึงตรงนี้ ยาวเหยียด ผมอยากจะบอกว่า ผมผูกพันกับกีฬารักบี้ ราชวิทย์สอนผมให้รู้จักกีฬาประเภทนี้ และผมคิดว่า เยาวชนในท้องถิ่นบ้านเกิดผม มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ยโสธร อำนาจเจริญ ก็น่าจะได้สัมผัสได้เล่นกีฬาเช่นนี้แบบเดียวกับผม ซึ่งไม่ต้องไปพิสูจน์หรือบอกใครต่อใครอีกว่ามันดีอย่างไร แต่ ในปีที่ผมจะจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผมก็เป็นบุคคลคนหนึ่งที่กำลังลงฝึกซ้อมเพื่อที่จะคัดเป็นตัวแทนไปแข่งประเพณีกับSDAR พอดี จึงเป็นช่วงปิดเทอม โรงเรียนต้องการนักกีฬาเพียง 26 คน แต่ในขณะนั้นลงซ้อมคัดเลือกถึง 32 คน ตำแหน่งที่ผมเล่น คือ สกรัมฮาฟ มีผู้ที่จะต้องแข่งกันถึงสามคน ในนั้นก็มี พี่ไข่ บ้าน 1 ราชวิทย์รุ่น 8  พลตำรวจตรี ชาญเทพ เสสะเวช บ้าน 1 เพื่อนราชวิทย์ รุ่น 9 และผม  ช่วงนั้นผู้การหยม มีภาษีดีกว่าเพื่อน ติดตัวจริงตลอด ตามด้วยพี่ไข่ และผมคนสุดท้าย  การเดินทางไปแข่งขันอยู่ในช่วงปิดเทอมและสอบเอ็นทรานซ์พอดี ผู้การหยม สอบโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้แล้ว พวกผมยังต้องรอเอ็นทรานซ์  ใกล้ถึงเวลา ผมเลยตัดสินใจบอกพี่บัติและพี่นวย ว่าผมสละสิทธิ์เพื่อจะสอบเอ็นทรานซ์ให้ได้  ก็ดูแล้วยังไง ๆ ก็คงสู้เพื่อนและพี่ทั้งสองคนไม่ได้  ผมเลยอดที่จะเดินทางไปมาเลเซีย เล่นรักบี้ประเพณีกับSDAR ในปีนั้น แต่ก็ไม่เสียเที่ยวที่ปีนั้น ราชวิทย์ที่จบมัธยมศึกษาปีที่ 5 สามารถสอบเอ็นทรานซ์ได้    มี โจ บ้าน 3 สอบติดคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตุ้ย บ้าน 4 ธีระพล สุคนธมาน ติดคณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์  และผมติดคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร  ส่วนเพื่อนคนอื่น ๆ ก็ไปเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นต้น ก็ถือว่าได้อย่างเสียอย่าง แต่ที่ประสานมิตรนี้เอง ผมได้ฟื้นกีฬารักบี้ฟุตบอลกลับมาสู่มหาวิทยาลัยอีกครั้งหนึ่ง สามารถส่งแข่งขัน ประเภท 15 คน 7 คน แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในระดับอุดมศึกษา แต่ก็ได้ประกาศให้มหาวิทยาลัยอื่น ๆ รู้ว่า  ประสานมิตร มีรักบี้ฟุตบอล มีการแข่งขันกัน ประลองกัน ในระดับ กีฬา  8 วิทยาเขต  และการแข่งขันที่ไม่สามารถลืมเลือนได้คือ การแข่งขันกับ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พลศึกษา ที่ สนามกลาง ประสานมิตร  ช่วงนั้น ศรีนครินทรวิโรฒ พลศึกษา โด่งดังมากด้านกีฬาเพราะรับนิสิตทั้งประเภท 4 ปี และสองปีต่อเนื่องที่จบมาจากวิทยาลัยพลศึกษาทั่วประเทศ จึงสามารถมีนักกีฬาเข้ามาเรียนอย่างมากมาย นักรักบี้ฟุตบอลของ พลศึกษา มักจะมาจาก วพ.ยะลา วพ.มหาสารคาม วพ.ชลบุรี  เป็นส่วนใหญ่  เพราะมีโอกาสได้เล่นกับมศว.พลศึกษา ที่สนามมหาวิทยาลัยตนเอง ตอนนั้นผมอยู่ปี 3 แล้ว เล่นในตำแหน่ง สกรัมฮาฟ ในขณะที่เล่นมีอยู่ลูกหนึ่งฝ่ายพลศึกษา เตะบอลลอยโด่งมา ตรงตำแหน่งที่ผมยืนอยู่ ผมก็ตั้งท่ารับอยู่พอดี ลูกกำลังจะถึงมือ ก็มีผู้เล่นทีม มศว.พลศึกษา วิ่งเข้าชาร์ทอย่างแรง ผมจำได้ว่า เท้าของเพื่อนคนนั้นกระทบกับไหปลาร้าของผม จนรู้สึกชาทันที  ผมกำลังจะเคลื่อนตัวออกจากตรงนั้นแต่ก็ชาไปหมด และก็มีกลุ่มรัก มาชนกันบริเวณตรงนั้นพอดี ยิ่งทำให้ผมทำอะไรไม่ได้เลย  และเมื่อผู้ตัดสินสั่งหยุดเกมก็รู้ทันที ว่า ตนเองได้รับบาดเจ็บ ครั้งแรกนึกว่า ไหล่หลุด แต่ หนักกว่านั้นก็คือ ไหปราร้าหัก ผมถูกหามส่งไปโรงพยาบาลกรมตำรวจ หลังจากนั้นก็เข้าเผือกอยู่ประมาณสองเดือนกว่าๆ  จนเรียกได้ว่าเป็นช่วงที่อึดอัดและแย่ที่สุด  แต่อย่างไรก็ตามผมไม่คิดโทษหรือโกรธเพื่อนที่ทำให้ไหปลาร้าผมหัก เพราะเป็นช่วงที่เขาต้องวิ่งเข้าชาร์ทพอดี  ช่วงนี้กับรักบี้ฟุตบอลสำหรับผมจึงเป็นการหยุดแบบมีเงื่อนไขชั่วคราว เพราะการเล่นรักบี้ หากร่างกายได้รับอุบัติเหตุถึงกับหักต้องมาพิจารณาว่า เราสมควรจะเล่นต่อหรือไม่เล่นต่อดี แต่สุดท้ายพอหายแล้วก็กลับมาเล่นได้อีกนั้นแหละ เพราะอย่างไง ๆ รักบี้ หนึ่ง ฟุตบอล สอง และกรีฑา สาม กีฬาสามชนิดนี้ ผมได้พื้นฐานมาอย่างดีมากจากโรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัย  ปีที่ผมอยู่ ราชวิทย์ ปีสุดท้าย ทีมฟุตบอลของโรงเรียนก็ได้ตำแหน่งชนะเลิศของจังหวัดนครปฐม  ผมเล่นตำแหน่งปีกซ้าย  ทีมกรีฑา 4x100เมตร รุ่นกลาง ก็ชนะเลิศเหรียญทองกรมพลศึกษา และชนะแชมป์เก่า วชิราวุธวิทยาลัย และได้ถ้วยรวมในปีนั้นด้วย ผมวิ่ง ไม้ 3 ซึ่งถือเป็นไม้ที่วิ่งทางโค้ง วิ่งยากที่สุด แต่ครูวีระพลและครูป๊อก ซึ่งเป็นโค้ชที่เก่งมากสอนวิธีการวิ่งจนแท๊กติกเหล่านี้ติดตัวผมมาและสามารถนำมาใช้หรือสอน หากมีโอกาสได้ลองวิชา     หลังจากจบประสานมิตร ผมคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับกีฬารักบี้ฟุตบอลได้อีก เพราะการงานอาชีพอาจจะไม่เกี่ยวข้องแต่ที่ไหนได้  ที่บ้าน พ่อกับแม่ มีลูก 11 คน คุณแม่เป็นแม่บ้าน คุณพ่อเป็นครู เป็นอาจารย์ใหญ่ เป็นอาจารย์โรงเรียนฝึกหัดครูมหาสารคาม ติดตามนายจำลอง ดาวเรือง จนถือว่าเป็น มือขวาของท่าน และเป็นทำหน้าที่ภารกิจลับสำคัญคือ การเป็น เสนาธิการค่ายนาคู ค่ายเสรีไทยในจังหวัดกาฬสินธุ์ ในเขตอีสานตอนกลาง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ออกจากครู มาสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม สองครั้ง  ลูก ๆ ส่วนใหญ่เป็นครูหมด ผมจบมาจึงพยายามจะไม่เป็นครู เพราะเห็นว่ามีครูเต็มบ้านแล้ว แต่สุดท้าย ผมก็ต้องรับราชการครู  ผมจบการศึกษาจาก ประสานมิตร เมื่อปี 2525 และก็สอบบรรจุเป็นอาจารย์วิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ และชีวิตจึงได้เริ่มต้นเป็นครูที่นี่ และเริ่มเป็นโค้ชกีฬากับบรรดาครูบาอาจารย์ที่วิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และที่นี่คือการเริ่มต้น มาจับกีฬารักบี้ฟุตบอลอีกครั้งหนึ่ง