ระหว่างวันที่ ๘ – ๑๐ มิ.ย. ๕๒ ดร. ประพนธ์, คุณอ้อม และผม ช่วยกันไปเป็นวิทยากร    จัด workshop ให้ผู้ใหญ่ของศาลยุติธรรมรู้จัก KM เพื่อเอา KM ไปใช้สร้างองค์กรศาลยุติธรรมให้เป็น LO
          ผมเพิ่งรู้หลังจากได้คุยกับ ผู้นำของสถาบันวิจัยรพีพัฒนศักดิ์ ท่านสุนทรียา เหมือนทะวงศ์ ว่าโครงสร้างการบริหารงานของศาลยุติธรรมของเราทันสมัยมาก   แยกออกจากกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ศาลยุติธรรมทำหน้าได้อย่างอิสระ   ซึ่งก็ได้ตามเป้าหมายนั้น   แต่ก็ได้ fragmentation ของโครงสร้างตามมา   คือมี ก.บ.ศ., ก.ต., ก.ศ., และสำนักงานศาลยุติธรรม ทำงานแยกหน้าที่และความรับผิดชอบ    เราจึงวางแผนกันว่า จะหาทางเชื่อม fragments เหล่านั้นด้วย KM   ให้เกิดสภาพ learn together ในระหว่างการทำงาน   ซึ่งจะทำให้ศาลยุติธรรมเป็น Learning Organization 
          เท่ากับความท้าทายของทีมสถาบันรพีฯ และทีม สคส. คือ ทำอย่างไรให้เกิดทั้ง independence และ inter-dependence ของผู้คนและหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดศาลยุติธรรม   โดยใช้เครื่องมือ KM   เราหวังให้ผู้นำของทั้ง ๔ ส่วนของศาลยุติธรรมมาทำความเข้าใจ KM และช่วยกันวางแผนว่าจะใช้ KM อย่างไร   รวมทั้งเพื่อทำความเข้าใจว่า ท่านจะมีบทบาทส่งเสริมการ ลปรร. ระหว่างผู้ปฏิบัติงานในศาลยุติธรรมอย่างไร
          เวลาเอ่ยคำว่าศาล ต้องเข้าใจว่าในประเทศไทยมี ๓ ศาลที่ไม่เกี่ยวกัน คือ ศาลยุติธรรม  ศาลรัฐธรรมนูญ  และ ศาลปกครอง    ที่ สคส. กำลังร่วมมือสร้างความเป็น LO นี้ เฉพาะศาลยุติธรรมเท่านั้น ซึ่งต่อไปนี้ขอเรียกว่าศาลฯ 
          ความท้าทายของศาลฯ มีหลายอย่าง    อย่างหนึ่งคือการเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างรวดเร็ว   ที่ศาลฯ จะต้องตามให้ทัน  
          พอคิดมาถึงตรงนี้ ผมนึกขึ้นได้ว่า คาถาของ KM หรือการเรียนรู้ คือความตระหนักหรือยอมรับว่าตนเองไม่รู้ หรือรู้ไม่จริง    คนของศาลฯ จะยอมรับความจริงนี้ได้ไหม?   (หลังจบ workshop ผมได้คำตอบว่า ผู้ใหญ่ระดับสูงพอสมควรตระหนักในความจริงข้อนี้) 
          เมื่อผู้เข้าร่วมประชุมเข้าห้องประชุม ก็จะแปลกใจ ที่มีฟูกปูกลางห้องพร้อมหมอน   สำหรับนั่งประชุมกับพื้น หรือจะนอนเอกเขนกก็ได้   เพื่อสร้างบรรยากาศไม่เป็นทางการ

Session 1 : BAR  คุณอ้อมให้แต่ละท่านเขียนเป้าหมายที่มาร่วมกิจกรรมลงบนกระดาษรูปหัวใจคนละ ๓ แผ่น แผ่นละ ๑ เป้าหมาย    แล้วอ่านสู่กันฟัง   และเอาไปติดรวมกันที่ผนังห้อง

Session 2 : บรรยาย  ดร. ประพนธ์บรรยายเรื่อง KM : What, why, how?   ใช้เวลาประมาณ ๕๐ นาที   เป็นการปูพื้นความเข้าใจ KM

Session 3  หลังเล่นเกมนับ ๑ ถึง ๕๐ เพื่อบริหารสมาธิ และได้สนุกสนานเฮฮา    คุณอ้อมให้แบ่ง ๔ กลุ่ม  ให้แต่ละคนบอกว่าตนเป็นสัตว์ประเภทไหนใน ๔ ชนิด : หมี  กระทิง   เหยี่ยว  หนู   โดยอ่านลักษณะของสัตว์แต่ละชนิดจากข้อความในแผ่นกระดาษที่จัดให้    เป็นการบอกลักษณะนิสัยส่วนตัวแก่เพื่อนในกลุ่ม   หลังจากนั้นแบ่งกลุ่มใหม่ ให้สัตว์ชนิดเดียวกันเข้ากลุ่มเดียวกันและแลกเปลี่ยนนิสัยต่อกัน   ผมมองว่า session นี้มีประโยชน์ ๒ อย่าง   (๑) ให้เห็นคุณค่าของการมีคนที่แตกต่างกัน   (๒) สร้างความเป็นกันเองระหว่างสมาชิกที่มาร่วมประชุม เพื่อปูพื้นไปสู่การฝึก Knowledge Sharing ในวันต่อไป   แต่คุณอ้อมบอกว่ามีวัตถุประสงค์ให้รู้จักตัวเอง   มีสติว่าตนเองมีจุดแข็งจุดอ่อนอย่างไร   รู้จักปรับตัวเองเพื่ออยู่กับคนอื่น       

Session 4   ฉายวิดีทัศน์ KM รพ. บ้านตาก   แล้ว ลปรร. ว่าใครชอบตอนไหน เพราะอะไร   เป้าหมายเพื่อให้รู้จัก KM

Session 5 : KV  แต่ละคนเขียน KV ของ Success Story ของตนคนละ ๓ ข้อ   แล้วเล่าหัวข้อให้เพื่อนฟัง   เตรียมไว้ทำ KS และ KA ในวันพรุ่งนี้

Session 6 : Dialogue  ฉายวิดีทัศน์ EdKM   แล้ว ลปรร. แบบสุนทรียสนทนา    เพื่อทำความรู้จัก dialogue   และยังได้ ลปรร. ความเข้าใจ KM ตามที่ได้เรียนรู้มาตลอดวัน    ซึ่งปรากฎว่าผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจดีมาก   เห็นคุณค่าของ KM ในระดับที่ลึกมาก   มีการพูดถึงการสื่อสารแนวราบ   การสื่อสารความริเริ่มสร้างสรรค์จากล่างขี้นบน    ความสำคัญหรือคุณค่าของคนเล็กคนน้อยหรือคนหน้างาน    การลดตัวตนเพื่อให้สามารถฟังหรือได้ยินเสียงของคนระดับล่าง เป็นต้น  

๙ มิ.ย. ๕๒
Session 7 : Check in
โดย AAR กิจกรรมเมื่อวานสั้นๆ   ใช้เวลาเพียง ๑๕ – ๒๐ นาที   

Session 8 : KA  ให้จัดกลุ่มกลุ่มละ ๔ คน   ให้จับกลุ่มกันเอง    ตามเรื่อง SS ใน session 5   ที่ท่านสุนทรียากับคุณอ้อมช่วยกันจัดกลุ่มได้เป็น ๕ กลุ่ม  คือ (๑) ระบบการถ่ายทอดความรู้   (๒) การพัฒนาคุณภาพงานบริการประชาชน  (๓) การพัฒนางานโดยใช้เทคโนโลยีช่วย  (๔) การพัฒนาการบริหารจัดการคดี และสำนวนให้มีประสิทธิภาพ  (๕) การพัฒนาทีมและภาวะผู้นำ   ให้เขียนเรื่องเล่าของแต่ละคนลงบนกระดาษ flip chart แผ่นละเรื่อง    เป้าหมายของ session นี้คุณอ้อมบอกว่า เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เห็น KA ที่มีอยู่มากมายในองค์กร    ยังไม่เน้น KS ด้วย storytelling และ dialogue
          เอา flip chart (บันทึกความรู้ – KA) ติดฝาผนัง   ให้ผู้เข้าร่วมประชุมเดินอ่าน   และเลือกเรื่องที่ชอบมากที่สุด ๑ เรื่อง  
          ตั้งวงใหญ่ แต่ละคนบอกว่าชอบเรื่องอะไรมากที่สุด เพราะอะไร   มีคนชอบเรื่อง ออกหมายขังโดยใช้ บาร์โค้ด (รังสรรค์ เริ่มปี ๓๗),   การฝากขังและสืบพยานโดยใช้ระบบ อินเทอร์เน็ต,    RJ – Reconciliative Jurisdiction,    เทคนิค ฟูจิ สตาร์บัค เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา สร้างทีมสปิริต และทัศนคติเชิงบวก (โสฬส – ยาเสพติด),  และอื่นๆ    
          ในช่วงท้ายคุณอ้อมกับผมช่วยกันตีความกระบวนการเรียนรู้ในช่วงนี้ ว่าเป้นการเรียนรู้ KM โดยการสัมผัสกิจกรรมด้วยตนเอง    เป็นการเรียนรู้ KA และ KS   ผมได้ชี้ให้เห็นว่า ผู้บริหารหรือผู้ใหญ่สามารถแสดงบทบาทเอาเรื่องเล่ามาเล่าซ้ำ และตีคุณค่า    ซึ่งจะทำให้ “คุณกิจ” เกิดความภาคภูมิใจ และมั่นใจที่จะริเริ่มสร้างสรรค์งานของตนต่อไปอีก
          ผู้เข้าร่วมประชุมได้ซักถามว่าเอาความล้มเหลวมาเรียนรู้ได้ไหม   ถ้ามีคนหวงความรู้จะทำอย่างไร  ฯลฯ

Session 9 : KV ของศาลยุติธรรม   คุณอ้อมให้ชื่อ session นี้ว่า Possible Dream – “อยากเห็นองค์กรศาลเป็นอย่างไรในสายตาประชาชน” ให้แต่ละท่านคิดอย่างอิสระโดยการวาดรูป แล้วจับกลุ่มรวมเป็นภาพใหญ่ภาพเดียวในกระดาษ flip chart ให้มีภาพย่อยของแต่ละคนอยู่ในภาพ   และสามารถอธิบายให้ความหมายได้   โอ้โฮ! ท่านผู้พิพากษาหัวไวมากครับ   ใช้เวลาเดี๋ยวเดียวภาพฝันร่วม (Shared Vision) ของทั้ง ๔ กลุ่มก็เสร็จ 
          และนำเสนอความหมายของภาพฝันของแต่ละกลุ่ม เพื่อตอกย้ำคุณค่าของศาลยุติธรรม   ในฐานะที่พึ่ง ให้บริการแก่ประชาชน  ให้ความยุติธรรม  เป็นเสาหลักของสังคม  มีความทันสมัย ปรับเปลี่ยนตามการเปลี่ยนแปลงของสังคม   การมีมิติการมีส่วนร่วมของสังคมต่อการกำหนดภาพฝันของศาลยุติธรรม
          ผมตีความว่า session นี้เป็นการฝึกใช้สมองซีกขวา    ฝึกทำ shared vision   เพื่อให้สมาชิกทุกคนเป็นเจ้าของร่วมของภาพฝัน 

Session 10 : จากฝันสู่ Action Plan   โดยให้โจทย์ว่า “เพื่อบรรลุภาพฝันข้างต้น ท่านจะกลับไปทำอะไรบ้าง”   ให้แต่ละท่านเขียน   แล้วนำเสนอต่อกลุ่ม   ที่น่าสนใจคือบางท่านจะนำ KA ที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ เอาไปใช้ต่อ   เห็นได้ชัดเจนว่ากระบวนการวันนี้ สร้างแรงบันดาลใจต่อการกลับไปทำงานสร้างสรรค์ให้แก่ศาลยุติธรรม  
          ผมได้สรุปตีความให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้เห็นพลังของ Shared Vision  ที่จะยึดโยงสมาชิกองค์กรไว้ด้วยกัน   ภายใต้บรรยากาศที่เป็นอิสระขององค์กร  

๑๐ มิ.ย. ๕๒
Session 11 : เกมศัตรูภายใน
   เป็นการเล่นเกมรักษาพื้นที่แผ่นกระดาษ   ไม่ให้ศัตรูมาแย่งชิง   ได้เรียนรู้ว่าต้องวางแผนร่วมกันก่อน   และเล่นเป็นทีม   รวมทั้งได้เรียนรู้ว่าศัตรูภายในร้ายแรง เอาชนะยากกว่าศัตรูภายนอก   ท่านผู้บริหารของศาลฯได้เล่นกันอย่างสนุกสนาน 

Session 12 : Leadership  ดูหนังเรื่อง Leadership : An Art of Possibilities ของ Benjamin Sanders   แล้วสะท้อนความคิด ความรู้สึก การเรียนรู้ จากการดูหนังเรื่องนี้    สิ่งที่มีคนเอ่ยคือ ตอนดูหนังก็ไม่ค่อยเข้าใจ   แต่เมื่อได้ฟังคนอื่นสะท้อนความเข้าใจออกมา ก็ทำให้เข้าใจสาระที่หนังบอก ได้ครบถ้วนขึ้น   

Session 13 : AAR เป็นช่วงสุดท้าย    คุณอ้อมให้ทุกท่านเขียนลงกระดาษ ตอบคำถาม ๔ ข้อ
               • ทบทวนความคาดหวังที่เข้าร่วมโครงการนี้
               • อะไรบ้างที่ได้เกิน / ตามความคาดหวัง
               • อะไรบ้างที่ได้น้อยกว่าความคาดหวัง
               • จะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้กลับไปปรับใช้อย่างไรบ้าง 
                  แล้วหลังจากนั้น นำเอามา ลปรร. กันในกลุ่มใหญ่
                  ท่านสุนทรียา แห่งสถาบันวิจัยรพีพัฒนศักดิ์ต้องการข้อเสนอโจทย์วิจัย    จึงมีคำถามแยกอีกข้อหนึ่งให้แต่ละท่านเขียน
               • จากภาพฝันเมื่อวาน มีส่วนใดบ้างในเชิงระบบที่สามารถใช้กระบวนการวิจัยมาช่วยได้    

          ผมกลับมา AAR กับตนเองที่บ้าน   ว่า workshop นี้ประสบผลสำเร็จสูงในด้านทำให้รู้จัก KM    ภาพของ KM ก่อนกับหลังมาเข้า workshop เปลี่ยนไป    จากเน้นความรู้แจ้งชัด เป็นเน้นความรู้ฝังลึก   เกิดการเห็นคุณค่าของคนทุกคน   ว่าทุกคนมีความรู้ หรือมีส่วนดี ที่ผู้บริหารสามารถส่งเสริมให้ใช้ส่วนดีนั้นทำประโยชน์ให้แก่องค์กรได้
          ส่วนที่ยังได้น้อย คือ leadership for change   ผู้เข้าร่วมยังมีแนวคิดหิวโหย ต้องการผู้นำระดับสูงมาเป็น change champion   ไม่นึกว่าตนเองนี่แหละที่สมารถทำหน้าที่ change champion ได้   และ change champion ระดับกลาง กับระดับล่างร่วมกันขับเคลื่อนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง   ก็จะสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ไม่คาดฝันว่าจะเกิด ได้
          และส่วนที่ผมไม่มีคำตอบ คือการแสวงหาเครื่องมือเชื่อม fragments ต่างๆ ของศาลฯ เข้าด้วยกัน   ผมเดาว่าผู้ใหญ่ของศาลฯไม่เห็นว่ามี fragmentation เกิดขึ้นในองค์กร   ผมอาจจะเข้าใจผิดเอง 

วิจารณ์ พานิช
๑๐ มิ.ย. ๕๒

ทำ BAR  ยังมีคนผูกเน็คไท สวมเสื้อนอก

ประชุมแลกเปลี่ยนความเห็นกันว่าตนมีนิสัยเหมือนสัตว์ชนิดไหน ใน ๔ ประเภท

สุนทรียสนทนาหลังดูวิดีทัศน์ EdKM

กติกาของ สุนทรียสนทนา

5 KV 5 กลุ่มของ SS ที่มีมา ลปรร.

เกมท่องสูตรคูณให้ความสนุกสนานเป็นกันเองและความสัมพันธ์แนวราบ

ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลอธิบายภาพฝัน - Shared Vision ของกลุ่ม

แต่ละท่านจะทำอะไรเพื่อบรรลุภาพฝันนั้น

เกมรักษาพิ้นที่

 ดูหนังเรื่อง Leadership