เทคนิคการเขียนข่าวประชาสัมพันธ์เร่งด่วนด้วยหลัก 5 ต. โดย...พัชราวดี ศรีบุญเรือง นักประชาสัมพันธ์เกือบทุกท่านน่าจะเคยพบเจอปัญหาที่ไม่ทันคาดคิดขึ้นในแต่ละวัน ซึ่งล้วนแล้วแต่เปลี่ยนประเด็นไปเรื่อย ๆ จนไม่สามารถคาดเดาได้ว่า จะต้องเจอข่าวด่วนเรื่องอะไรบ้าง ในฐานะนักประชาสัมพันธ์ที่ทำงานอยู่ในแวดวงของกระทรวงสาธารณสุขมาเกือบ 5 ปี และได้รับมอบหมายให้เขียนข่าวด่วนเป็นประจำ (ไม่มีใครอยากเขียน) ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับคำว่า “ข่าวด่วน” หรือ “ข่าวเร่งด่วน” กันก่อนดีกว่า คำว่า “ข่าวด่วน” หรือ “ข่าวเร่งด่วน” คือ ข่าวที่ต้องบอกกล่าวให้แก่ประชาชนหรือผู้รับสารในทันที เพื่อให้ทราบการดำเนินงานของหน่วยงาน และเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่หน่วยงาน แทบทุกหน่วยงานคงเคยมีประเด็นที่ต้องทำข่าวด่วน ในฐานะที่เคยเป็นคณะทำงานประชาสัมพันธ์กรณีนมปนเปื้อนเมลามีน ยกตัวอย่างเช่น กรณีนมเมลามีน ใครจะคิดว่า จะมีผู้ที่หัวใส นำสารเมลามีนที่ใช้ในอุตสาหกรรม เช่น ชามเมลามีน พลาสติก เป็นต้น มาใส่ในนม เพื่อให้มีปริมาณโปรตีนตามค่าที่กำหนด จึงจะสามารถส่งนมขายได้ หากหน่วยงานของท่านเจอกรณีแบบนี้จะทำอย่างไร จะเขียนข่าวประชาสัมพันธ์อย่างไร เราลองมาดูเทคนิคการเขียนข่าวด่วนกันดีกว่าค่ะ 1. ตั้งสติ - การตั้งสติ จะช่วยทำให้เราได้รวบรวมสมาธิ แน่นอนว่าการเขียนข่าวด่วน เราต้องทำงานแข่งกับเวลา ซึ่งจะสร้างความกดดันให้เราเป็นอย่างมาก ดังนั้น หากเราตื่นเต้นจนเกินไป ขาดสมาธิ ขาดสติก็อาจทำให้เขียนไม่ออก หรืออธิบายยาวหรือสั้นจนเกินไป ซึ่งอาจทำให้ได้ข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือข้อมูลที่ไม่จำเป็น และอาจไม่ทันเวลา และงานที่ออกมาก็จะไม่มีประสิทธิภาพ 2. ตั้งใจอ่านข้อมูลอย่างละเอียด พร้อมทั้งจับประเด็น ใจความสำคัญ อย่างน้อย 1 รอบ- หลังจากที่รวบรวมข้อมูลมา ทำไมต้องอ่านอย่างละเอียด ในเมื่อเป็นข่าวด่วน ก็เพราะการทำข่าวประชาสัมพันธ์คือ ข้อเท็จจริง (Fact) เรารู้อะไร ประชาชนหรือกลุ่มเป้าหมายก็ต้องรู้เช่นเดียวกับเรา จะไม่มีการเติมแต่งข้อมูลที่ไม่จริงลงไปเป็นอันขาด ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องการบอกกล่าวให้แก่ประชาชนหรือกลุ่มเป้าหมาย ล้วนจะต้องเป็นประเด็นที่เป็นที่ต้องการของกลุ่มคนเหล่านั้น ดังนั้น การอ่านข่าวอย่างละเอียด และพิจารณาควบคู่ไปด้วยว่า อะไรคือประเด็นสำคัญที่ควรจะหยิบยกมาเขียน อะไรไม่สำคัญให้ตัดออกไป เพราะเราคงไม่สามารถบอกกล่าวได้ทุกประเด็น เลือกประเด็นที่สำคัญสุด เพราะหากเขียนข่าวที่ผิดประเด็น ก็จะทำให้ผู้รับสารอาจไม่ได้รับข้อมูลที่ต้องการ หรืออาจผิดเพี้ยนไปจากข้อเท็จจริงได้ 3. ตั้งประเด็นในใจ พร้อมทั้งหาข้อมูลให้สอดคล้องกับประเด็นที่ตั้งไว้- ในการเขียนข่าวของแต่ละคนก็ย่อมมีสไตล์ไม่เหมือนกัน ดังนั้น เมื่ออ่านข้อมูลอย่างละเอียดแล้ว ก็จะได้ประเด็นที่เราคิดว่า ต้องบอกให้แก่ประชาชนหรือกลุ่มเป้าหมายทราบ และหาข้อมูลสนับสนุนประเด็นที่ตั้งไว้ทันที เพื่อเรียงร้อยเนื้อหาให้ออกมาเป็นเรื่องราวได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล ข้อมูลจะได้มีความสอดคล้อง เชื่อมโยง และสัมพันธ์กัน ผู้อาจจะได้ไม่สับสนในเรื่องราวที่ต้องการสื่อสาร 4. ต้องสงสัยในประเด็นใดให้ยกหูโทรศัพท์หรือเข้าไปถามไถ่ผู้ที่เกี่ยวข้องในทันที- เรื่องบางเรื่อง อาจเป็นเรื่องทางวิชาการ เป็นเรื่องที่เข้าใจยาก ซึ่งหัวใจสำคัญของการทำข่าวนั้น ไม่ต้องการให้เป็นทางการ หรือเป็นวิชาการ เพียงแต่บอกกล่าวให้เข้าใจได้โดยง่าย ดังนั้น หากจำเป็นต้องเขียนภาษาวิชาการ หรือเรื่องที่เข้าใจยาก พยายามถามไถ่ผู้รู้แล้วอธิบายเป็นภาษาพูด หรือภาษากึ่งทางการจะดีที่สุดค่ะ (ใครจะอยากอ่านภาษาทางการ น่าเบื่อจะตาย) 5. ตรวจทานความถูกต้อง- หากมั่นใจว่าประเด็นที่เขียนถูกต้องแล้ว ก็สามารถตรวจทานได้เอง หรือให้ผู้ที่เป็นเจ้าของข้อมูลตรวจทานอีกครั้งหนึ่ง เพื่อความถูกต้อง หรือบางหน่วยงานอาจต้องส่งให้แก่เจ้าของหน่วยงานเป็นผู้ตรวจสอบก่อนนำไปเผยแพร่ แล้วแต่กรณี แต่หากไม่ตรวจสอบเลย การเขียนอาจผิดพลาดมากหรือน้อยก็ย่อมได้ เช่น ผิดประเด็น สิ่งที่ต้องการสื่อสารไม่ใช่ประเด็นที่หน่วยงานต้องการเผยแพร่ออกไป หรือข้อผิดพลาดเล็กน้อย เช่น การสะกดคำผิด ซึ่งอาจทำให้ความหมายผิดเพี้ยน หรืออาจเกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีในการทำงานที่ไม่รอบคอบก็เป็นได้ จากที่เล่ามาทั้งหมด หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ที่อ่าน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม รวมถึงนักประชาสัมพันธ์เอง จะสามารถนำเทคนิคต่าง ๆ เหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ในการเขียนข่าวด่วนได้ อย่าลืมนะคะ ตั้งสติ - ตั้งใจอ่าน – ตั้งประเด็น - ต้องสงสัย – ตรวจทาน **********************************************
ขอบคุณค่ะสำหรับเทคนิค 5 ต ตั้งสติ-ตั้งใจอ่าน-ตั้งประเด็น-ต้องสงสัย-ตรวจทาน
ได้สาระความรู้มากมายครับ เหมาะที่จะนำไปสอนเพื่อกระตุ้นเตือนนิสิตที่เรียนสาขาประชาสัมพันธ์อย่างยิ่ง ซึ่งสอนให้มีสติ เป็นคนละเอียดลออ ไม่ปล่อยให้ความสงสัยผ่านไป ฝึกกระบวนการคิด รู้จักที่จะสงสัย และฝึกความรอบคอบในการทำงาน อีกทั้งยังช่วยให้จำได้ง่ายอีกด้วย ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ ครับ
ชอบมากเลยครับ กับข้อแรก ต้องตั้งสติก่อน มีสติซะอย่าง อะไร ๆ ก็จะดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยครับ ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันนะครับ