
เอาชนะนัฟซู 1
อับดุศศอมัด อัน นัดวียฺ
สำหรับมุสลิมที่ต้องการชัยชนะทั้งดุนยาและอาคีเราะฮฺ ต้องพินิจอายะฮฺอัลกุรอานให้ดี และจะพบว่าอัลลอฮฺ ตะอาลา ได้วางเงื่อนไขพื้นฐานสำคัญของชัยชนะนี้เอาไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่างเช่นอายะฮฺ ต่อไปนี้
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย หากพวกเจ้าช่วยเหลืออัลลอฮฺ อัลลอฮฺก็จะช่วยเหลือพวกเจ้า และจะทำให้เท้าของพวกเจ้ายืนหยัดอย่างมั่นคง(ซูเราะฮฺ มุฮัมมัด อายะฮฺที่ 7)
แท้จริงอัลลอฮฺ จะไม่เปลี่ยนสภาพของกลุ่มชนใด จนกว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงสภาพของตนเองเสียก่อน (ซูเราะฮฺ อัรเราะดฺ อายะฮฺที่ 11)
ذَلِكَ بِأَنَّ اللّهَ لَمْ يَكُ مُغَيِّرًا نِّعْمَةً أَنْعَمَهَا عَلَى قَوْمٍ حَتَّى يُغَيِّرُواْ مَا بِأَنفُسِهِمْ
นั่นเป็นเพราะว่า อัลลอฮฺจะไม่เปลี่ยนความกรุณาใดที่จะให้แก่กลุ่มชนหนึ่ง จนกว่าพวกเขาจะเปลี่ยนสภาพของพวกเขาเอง (ซูเราะฮฺ อัลอันฟาล อายะฮฺที่ 53)
อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้เรียกร้องให้เราช่วยเหลือพระองค์เพื่อตัวของเราเอง เพื่อให้เราเป็นผู้คู่ควรที่จะได้รับชัยชนะ และมีชีวิตอย่างสง่างามบนแผ่นดินนี้ แต่ทว่ามนุษย์แต่ละคน มีจิตใจ มีความรู้สึกนึกคิด มีความอยากได้ มีความทะเยอทะยาน หรือที่เรียกว่า นัฟซู النفس เป็นพระประสงค์ของผู้สร้างที่สร้างมนุษย์ในลักษณะนี้ และการมีนัฟซูนี้เองทำให้มนุษย์ต่างไปจากมะลาอีกะฮฺ ดังนั้นบ่าวทุกคน มีนายอยู่สองท่านให้เขาเลือกว่าจะสยบต่อนายท่านใด นั่นคือนายที่แท้จริงคืออัลลอฮฺกับนายที่เรียกว่านัฟซูของเขาเอง หากเขาเชื่อฟังอัลลอฮฺ เขาเป็นบ่าวของพระองค์ หากเขาทำตามนัฟซูตนเอง เขาย่อมเป็นบ่าวของมันเช่นกัน
สมรภูมิของมนุษย์
การ สู้รบระหว่างมนุษย์กับจิตใจหรือความต้องการภายในของเขาเป็นการต่อกรที่ดุ เดือด และรุนแรง ผลของสงครามนี้จะกำหนดบั้นปลายของมนุษย์ทั้งในดุนยาและอาคีเราะฮฺ มนุษย์บางคนยอมสยบต่อนัฟซูของตัวเอง ตามใจมันทุกสิ่ง เขาจึงกลายเป็นทาสของอารมณ์ต่ำ มนุษย์บางคนไม่ยอมแพ้ต่อนัฟซู ชูธงแห่งการญิฮาด ดิ้นรนต่อสู้ในเส้นทางนี้ จนเขาควบคุมมันได้ อารมณ์กลายมาเป็นผู้เชื่อฟังเขา เช่นนี้เขาคือ บ่าวของอัลลอฮฺ และเขาเป็นนายของนัฟซูตนเอง และมีมนุษย์อีกจำนวนมาก ที่ผลัดกันแพ้ผลัดกับชนะกับนัฟซูของเขาเองในสมรภูมินี้ เพื่อให้เราเข้าใจสนามรบอันรุนแรงนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อันจะนำมาสู่การวางแผนการรบที่ฉลาดและคาดหวังถึงชัยชนะได้ เราจึงต้องรู้จักสิ่งที่อยู่กับมนุษย์ตลอดเวลาสามประการคือ
القلب و النفس و الهوى
القلب อัลกอลบุ หัวใจ
หัวใจที่กำลังพูดถึงนี้ มิได้หมายความทางกายภาพ มิใช่หัวใจที่ทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงร่างกาย แต่เราหมายถึง หัวใจที่เป็นศูนย์รวมความคิด ความรู้สึก อารมณ์ในตัวคนแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความเกลียด ความโกรธ ความปิติยินดี ความโศกเศร้าสะเทือนใจ ความสงบเยือกเย็น ความท้อแท้ ความหวัง ความอ่อนโยน หรือความกลัว ความรู้สึกที่ได้กล่าวมานี้ เราได้พบในอัลกุรอานว่า อัลลอฮฺ ตะอาลาได้เชื่อมโยงมันเข้ากับหัวใจ เช่น
أَلَا بِذِكْرِ اللَّهِ تَطْمَئِنُّ الْقُلُوبُ
พึงทราบเถิดว่า การรำลึกถึงอัลลอฮฺ ทำให้หัวใจสงบ (ซูเราะฮฺ อัรเราะดฺ อายะฮฺที่ 28)
وَإِذَا ذُكِرَ اللَّهُ وَحْدَهُ اشْمَأَزَّتْ قُلُوبُ الَّذِينَ لَا يُؤْمِنُونَ بِالْآخِرَةِ
และเมื่ออัลลอฮฺถูกรำลึกถึงแต่เพียงองค์เดียว หัวใจของพวกไม่ศรัทธาต่อวันอาคิเราะฮฺจะรู้สึกรังเกียจ(ซูเราะฮฺ อัซซุมัร อายะฮฺที่ 45)
الَّذِينَ إِذَا ذُكِرَ اللَّهُ وَجِلَتْ قُلُوبُهُمْ
คือบรรดาผู้ที่เมื่อพระนามของอัลลอฮฺถูกเอ่ยขึ้น หัวใจของพวกเขาก็หวั่นเกรง(ซูเราะฮฺ อัลฮัจญ์ อายะฮฺที่ 35)
หัวใจจึงเสมือนกษัตริย์ที่คอยออกคำสั่ง ส่วนอวัยวะอื่นๆ เป็นเช่นทหารที่คอยรับคำสั่งไปปฏิบัติ หัวใจจึงต้องดีงาม เพราะหากมันเสื่อมเสีย ร่างกายทั้งหมดต้องเสียหายไปด้วย ดังที่ปรากฏในอัลหะดีษว่า
أَلَا وَإِنَّ فِي الْجَسَدِ مُضْغَةً إِذَا صَلَحَتْ صَلَحَ الْجَسَدُ كُلُّهُ
وَإِذَا فَسَدَتْ فَسَدَ الْجَسَدُ كُلُّهُ أَلَا وَهِيَ الْقَلْبُ
พึง ทราบเถิดว่า ในร่างกายนั้นมีก้อนเนื้อก้อนหนึ่ง ซึ่งหากมันอยู่สภาพดี ร่างกายทั้งหมดก็จะดีไปด้วย และหากมันเสียหาย ร่างกายทั้งหมดก็จะเสียหายไปด้วย พึงทราบเถิดว่า ก้อนเนื้อนั้นคือหัวใจ(มุตตะฟะกุน อะลัยฮิ)
นอกจากนี้ หัวใจยังเป็นที่ฝังตัวของอีหม่าน ดังที่ อัลลอฮฺ ตะอาลาได้ตรัสว่า
قَالَتِ الْأَعْرَابُ آمَنَّا قُلْ لَمْ تُؤْمِنُوا وَلَكِنْ قُولُوا أَسْلَمْنَا وَلَمَّا يَدْخُلِ الْإِيمَانُ فِي قُلُوبِكُمْ
เพราะอีหม่านยังไม่ได้เข้าสู่หัวใจของพวกท่านเลย(ซูเราะฮฺ อัลหุญุรอต อายะฮฺที่ 14)
ที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษก็คือ อัลกุรอานได้กล่าวถึง “การมองด้วยหัวใจ” ซึ่ง เอาไว้ใช้มองทางที่นำไปสู่ผู้เป็นเจ้า และใครที่ทิ้งการมองด้วยหัวใจ ก็ย่อมอยู่ในความมืดที่เกิดจากเขม่าควันของการทำบาปชนิดต่างๆ ซึ่งอัลกุรอานเรียกมันว่า“หัวใจที่บอด”
อันที่จริง การมองเห็นนั้นไม่บอดดอก แต่ทว่าหัวใจที่อยู่ในทรวงอกต่างหากที่บอด(ซูเราะฮฺ อัลหัจญ์ อายะฮฺที่ 46)
หัวใจบอดที่มองทางไปสู่อัลลอฮฺไม่เห็นนั้น ไม่ มีผลลัพธ์อันใดนอกเสียจากการทำบาปที่ทับซ้อนและต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าตัวหมายถึงเจ้าของหัวใจที่บอดนั้น ก็หมดความคิดที่จะชำระล้างหัวใจของตนด้วยการเตาบะฮฺ กลับตัวต่ออัลลอฮฺอย่างจริงจัง วันคืนที่ผ่านไปคือช่วงเวลา ของการสะสมเขม่าควันของบาปที่รังจะทำให้การมองด้วยหัวใจจะไม่ชัดมากขึ้น เพราะหัวใจเต็มไปด้วยสนิม ดังที่อัลกุรอานได้อธิบายลักษณะไว้ว่า
หาใช่เช่นนั้นไม่ แต่สิ่งที่พวกเขาได้ขวนขวายไว้นั้น ได้เป็นสนิมบนหัวใจของพวกเขา (ซูเราะฮฺ อัลมุฏอฟฟิฟีน อายะฮฺที่ 14
