ตอนที่ ๑   ตอนที่ ๒     ตอนที่ ๓
ตอนที่ ๔   ตอนที่ ๕    ตอนที่ ๖  ตอนที่ ๗   ตอนที่ ๘

          ผมขอบทความที่มองระบบการศึกษาไทยอย่างครอบคลุมรอบด้าน   และเห็นภาพเชิงประวัติศาสตร์ ของ ดร. กฤษณพงศ์ กีรติกร นักวิทยาศาสตร์และนักการศึกษาที่ดีและเก่งที่สุดคนหนึ่งของสังคมไทย   เอามาเผยแพร่ต่อดังต่อไปนี้   โดยที่บทความนี้ยาวกว่า ๕๐ หน้า    จึงทยอยลงหลายตอน
          ขอชักชวนให้ค่อยๆ อ่านอย่างพินิจพิเคราะห์ จะได้ประโยชน์มาก    

 

วิกฤติ    กระบวนทัศน์  มโนทัศน์  เพื่อการปฎิรูปการศึกษา
กฤษณพงศ์ กีรติกร

ต่อจากตอนที่ ๘

 
องค์ความรู้ที่กำลังเติบโตมาก     กำลังเข้ามาในชีวิตและในการเกษตร   มาจากตัวอย่างที่สอง   เกิดจากการหลอมกันการบรรจบกันของเทคโนลีชีวภาพและเทคโนโลยีสารสนเทศ   เราสามารถถอดรหัสพันธุกรรมของมนุษย์ได้เมื่อปี 2546   เกิดวิชาการใหม่ที่เรียกว่า  สารสนเทศชีวภาพ (bioinformatics)    เราถอดรหัสสามพันล้านตัวอักษรในโครโมโซมมนุษย์และแสดงว่าประกอบด้วยอักษร (base) เพียงสี่ตัว     จากระหัสสี่ตัวนำมาสู่การสร้างโปรตีน  เซลล์  อวัยวะ และระบบชีวิต    เหมือนจากเริ่มจากหน่วยย่อยที่สุดคือตัวอักษรและสระ    มาผสมเป็นคำ   คำหลายคำสร้างประโยคที่มีความหมาย     ประโยคหลายประโยคประกอบเป็นย่อหน้าที่ให้ความคิดหลัก   ย่อหน้าหลายย่อหน้าที่ให้ความคิดและละข้อมูลต่างกันเกิดเป็นบท     จนเป็นหนังสือหนึ่งเล่ม    ไม่ว่าจะมีความรู้เท่าใด   มีหนังสือกี่ล้านเล่ม   หน่วยย่อยที่สุดก็คือตัวอักษรและสระ  ระบบชีวิตใดๆก็มีฐานเป็นระหัสสี่ตัวเท่านั้น    
 

          ตอนนี้เราเห็นแล้วว่ามีภาพที่คล้ายกันหรือเทียบกัน (analog) ระหว่างระบบผลิตขนาดใหญ่ที่รู้จักในชีวิตประจำวันคือโรงงานอุตสาหกรรม   กับระบบผลิตขนาดเล็กของชีวิตคือเซลล์    ไม่ว่าจะเป็นเซลล์แบคทีเรีย     เซลล์พืช   เซลล์สัตว์  เซลล์มีส่วนประกอบย่อยที่ทำหน้าที่ต่างกันเหมือนโรงงานอุตสาหกรรมที่มีระบบย่อย    นิวเคลียสในเซลล์เทียบได้กับหน่วยวางแผนควบคุมข้อมูลการผลิตในโรงงาน     ไมโตคอนเดรียเป็นหน่วยผลิตพลังงานเหมือนหม้อไอน้ำหรือมอเตอร์ไฟฟ้าของโรงงาน  ไรโบโซมเป็นหน่วยผลิตหรือประกอบ   Golgi apparatus เป็นหน่วยบรรจุหีบห่อ (Packaging) สารเคมีที่เซลล์ผลิตเพื่อส่งออกไปนอกเซลล์   เราพยายามประยุกต์ความรู้

 

 

วิศวกรรมศาสตร์เพื่อเข้าใจและออกแบบการทำงานของเซลล์ให้ได้ในทิศที่ต้องการ    มีการศึกษาระบบเมตะบอลิสซึม ( Metabolism) ในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงสารหนึ่งไปอีกสารหนึ่ง  มีเส้นทางเมตตะบอลิสซึม (metabolic pathway) นับเป็นร้อย  ร่างกายสามารถเลือกใช้เส้นทางการทำงานที่เหมาะสม (optimum route)  เทียบได้กับปัญหา optimization ในวิศวกรรมระบบควบคุม (control engineering)    แต่ metabolic pathway ในเซลล์ซับซ้อนกว่าปัญหาทางวิศวกรรมที่มนุษย์พบมาก     ที่ผมกล่าวมานี้โดยหวังว่ามหาวิทยาลัยจะตระหนักถึงการกบรรจบการหลอมรวมของศาสตร์    เราจะอยู่ในศาสตร์ของเราโดดๆ ไม่ได้อีกต่อไป   การใช้ชีวิตไปข้างหน้า    การเรียนต่อไปนี้จะต้องมีฐานวิทยาศาสตร์ชีวภาพ( Bio-science based) มากขึ้น  เราต้องรู้จักระบบวิทยาศาสตร์ชีวิตมากขึ้น
   

          บทความชุดนี้เป็น master piece ด้านให้ความลุ่มลึกในการทำความเข้าใจระบบการศึกษาไทย    ต้องอ่านอย่างพินิจพิเคราะห์จึงจะได้รับประโยชน์เต็มที่

วิจารณ์ พานิช
๒๖ พ.ค. ๕๒