บ่อเหล็กน้ำพี้
อยู่หมู่ที่
1 บ้านน้ำพี้ ตำบลน้ำพี้ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 58
กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวง แผ่นดินหมายเลข 11
และเข้าทางหลวง หมายเลข 1245
บ่อเหล็กน้ำพี้เป็นบ่อเหล็กกล้ามีอยู่ด้วยกันหลายบ่อ แต่เท่า
ที่ปรากฏให้เห็นชัดเจนมีอยู่ 2 บ่อ คือ "บ่อพระแสง" และ
"บ่อพระขรรค์" โดย
บ่อพระแสงจะเป็นบ่อที่มีเนื้อเหล็กดีที่สุดกว่าบ่ออื่นๆ ในสมัยโบราณ
นายช่าง ผู้สร้างพระแสงดาบ ถวายพระมหากษัตริย์
จะนำเอาเหล็กน้ำพี้ที่บริเวณ บ่อ พระแสงไปถลุงทำพระแสงดาบ
ด้วยเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า "บ่อพระแสง" ส่วนบ่อ พระขรรค์ เข้าใจว่า
เป็นบ่อที่นำเหล็กมาจากบริเวณนี้สงวน ไว้ใช้ในการทำ พระแสงดาบสำหรับ
พระมหากษัตริย์เท่านั้น
บ่อเหล็กน้ำพี้ 
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านบ่อเหล็กน้ำพี้
สหกรณ์ ขอนำท่านท่องเมืองพระยาพิชัยดาบหัก
หรือจังหวัดอุตรดิตถ์นั่นเองครับ
จังหวัดนี้มีชื่อเสียงมากในเรื่องของเหล็กที่มีความเหนียว
และความแกร่งเป็นอย่างมาก
สถานที่ที่จะนำท่านไปนี้เป็นบ่อเหล็กน้ำพี้ที่เมื่อครั้งสมัยโบราณกาล
บรรพบุรุษของเราได้นำเหล็กบริเวณตรงนี้ไปตีเป็นดาบ เป็นอาวุธ
เพื่อใช้ในการปกป้องบ้านเมืองจากเหล่าศัตรูที่เข้ามารุกรานประเทศไทย
และที่สำคัญยังนำเหล็กจากสถานที่แห่งนี้ไปตีเป็นพระแสงดาบ
และพระขรรค์ถวายให้กับพระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา
เหล็กน้ำพี้เป็นเหล็กโบราณที่มีคุณภาพดี
ที่สำคัญมีเพียงแห่งเดียวในโลก อยู่ที่บ้านน้ำพี้ ตำบลน้ำพี้
อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์
อยู่ห่างจากตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ประมาณ ๔๐ กิโลเมตร
ปัจจุบันจังหวัดอุตรดิตถ์
ได้ดำเนินการพัฒนาปรับปรุงบ่อเหล็กน้ำพี้ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด
และเป็นสถานที่สักการะบูชาศาลเจ้าพ่อบ่อเหล็กน้ำพี้ของประชาชน โดยในปี
พ.ศ. ๒๕๔๑ นายชัยพร รัตนนาคะ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์
ได้พิจารณาเห็นว่า
บ่อเหล็กน้ำพี้เป็นแหล่งแร่ธรรมชาติที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์
เห็นสมควรที่จะปรับปรุงให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐาน
จึงได้จัดทำโครงการปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวบ่อเหล็กน้ำพี้
โดยดำเนินการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์เหล็กน้ำพี้
เพื่อเป็นการจัดแสดงกรรมวิธีการขุดหาแร่เหล็ก การถลุงเหล็ก การตีเหล็ก
และแสดงผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเหล็กน้ำพี้
พร้อมกันนี้ยังได้ปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์บริเวณบ่อเหล็กน้ำพี้ให้เรียบร้อยและสวยงามเป็นสถานที่พักผ่อนที่ร่มรื่น
ซึ่งการดำเนินงานแล้วเสร็จ และทำพิธีเปิดในวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ สิงหาคม
๒๕๔๒ โดยใช้ชื่อว่า
"พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านบ่อเหล็กน้ำพี้
"
|
|
|
ดีจร้า"pooh"
ตั้งแต่ได้เข้ามาอ่านก็ได้รู้ถึงประวัติบ่อเหล็กน้ำพี้
มากมายเลย
บ้าย....*-*.....---**