การจัดกิจกรรมกลุ่มย่อยที่ ๓ : การดำเนินคดีชั้นศาลสูง

การสัมมนาวิชาการที่ผ่านมา ผู้เข้าสัมมนาได้ร่วมจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยน เรียน รู้ เพื่อนำเสนอปัญหา อุปสรรค ในการปฏิบัติงานที่ผ่านมา นำมาระดมสมองเพื่อพัฒนาปรับปรุงการดำเนินคดีให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และนอกจากนี้ยังได้ร่วมกันหาแนวทางและวิธีการในการพัฒนาและแก้ไขอีกด้วย

 สำหรับการจัดสัมมนากลุ่มย่อยกลุ่มที่ ๓  เรื่อง : การดำเนินคดีชั้นอุทธร์/ฏีกา สมาชิกของกลุ่มได้เลือก นายพิสิฐพงษ์ ชัยยะ  อัยการจังหวัดประจำกรม เป็นประธานกลุ่ม

ผลจากการสัมมนากลุ่มย่อยที่ ๓ ผู้แทนของกลุ่มได้บรรยายสรุปต่อที่ประชุมของการสัมมนา โดยสรุป ได้ดังนี้

 

                                   เรื่อง  การพิจารณาคดีชั้นอุทธรณ์ - ฎีกา

 

๑. นายพิสิฐพงศ์ ชัยยะ                                   ประธาน

๒. นางสายรุ้ง  วรรณแสงแก้ว                        เลขานุการฯ

๓.  นายสมนึก  ทอแสงทอง                            ผู้ประสานงาน

 

ปัญหาและอุปสรรค / แนวทางแก้ไข

๑.    การคัดถ่ายเอกสาร

๒. การติดตามคำสั่งขอขยายเวลาอุทธรณ์ฎีกา

๓. การอ่านคำพิพากษา

 

 

แนวทางแก้ไข

            .กรณีเจ้าหน้าที่นำสำนวนมาให้อัยการที่ไปลงชื่อรับทราบอัยการไม่ต้องลงชื่อในสำนวน

            .หากลงชื่อผู้ลงชื่อต้องรับผิดชอบโดยจดคำพิพากษาแจ้งเจ้าของสำนวนและเวรชี้ทราบ

            .หากลงชื่อคดีที่มีการเลื่อนอ่านคำพิพากษาต้องแจ้งเจ้าของสำนวนและเวรชี้ทราบ

            .ให้พนักงานอัยการประสานขอความร่วมมือให้แจ้งหมายนัดทุกครั้ง

            .ให้สำนักงานอัยการเขต๓ มีหนังสือแจ้งเวียนสำนักงานอัยการทุกแห่งในเขตให้ทราบทั่วกันเพื่อปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน

 

ปัญหาความล่าช้าในการคัดถ่ายเอกสาร

            ในการติดตามคำสั่งขอขยายระยะเวลาในการอุทธรณ์และฎีกา  ตามข้อ ๑ , ๒ นั้นส่วนมากเกิดจากการที่พนักงานอัยการเจ้าของสำนวนมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการคัดถ่ายเอกสาร หรือยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลา  โดยไม่ได้ไปดำเนินการด้วยตนเอง 

 

  ปัญหานี้แนวทางแก้ไข  พนักงานอัยการสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองทุกขั้นตอนก็จะเป็นการดีอย่างยิ่ง  แต่หากไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองทุกขั้นตอนก็ควรที่จะได้จัดทำบันทึก  โดยการจดบันทึกลงในสมุดนัดความประจำวันหรือจัดทำบันทึกไว้ที่สามารถมองเห็นได้ง่ายหรือจัดหาวิธีเตือนความจำด้วยวิธีอื่น ๆ ก็ได้

 

ปัญหาในการเขียนอุทธรณ์, ฎีกา 

ปัญหานี้ในปัจจุบันนี้พนักงานอัยการเจ้าของสำนวนไม่ได้เขียนอุทธรณ์ , ฎีกา ด้วยตนเอง  แต่หากพนักงานอัยการเจ้าของสำนวนมีความจำเป็นจะต้องเขียนอุทธรณ์หรือฎีกาด้วยตนเอง  การที่จะเขียนอุทธรณ์ , ฎีกาได้ดีและถูกต้องนั้น  ผู้เขียนอุทธรณ์ฎีกาต้องศึกษาข้อเท็จจริงในคดีให้ลึกซึ้ง  ตลอดจนจับประเด็นแห่งคดีให้ได้ว่าประเด็นในคดีที่เป็นที่ถกเถียงกันคืออะไร  ในประเด็นนั้น ๆคู่ความฝ่ายไหนนำสืบว่าอย่างไร  ศาลพิพากษาในประเด็นนั้น ๆ ว่าอย่างไรและประเด็นที่ศาลพิพากษานั้นไม่ถูกต้องตรงตามแนวทางนำสืบ  ข้อกฎหมาย  หรือคำพิพากษาศาลฎีกา  ให้ได้สละสลวยนั้นจะต้องฝึกฝนการเขียนบ่อย ๆ พร้อมกับศึกษาคำอุทธรณ์ , ฎีกาของอัยการศาลสูงที่เคยเขียนอุทธรณ์ , ฎีกาไว้ด้วย  ก็จะแก้ไขปัญหานี้ได้มาก

 

หลังจากการสัมมนาเสร็จสิ้นลงแล้ว สมาชิกภายในกลุ่ม จะต้องจัดทำรายงานผลการจัดกิจกรรมกลุ่มย่อยหรือคู่มือเกี่ยวกับการปฏิบัติงานเรื่องดัวกล่าวเสนอสำนักงานอัยการเขต ๓ ต่อไป

                               

                            ท่านสมชาย ยุววิทยาพานิช อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาเขต ๓

                                                    เป็นวิทยากรประจำกลุ่ม

 

 

                            ตัวแทนของกลุ่มที่ ๓ บรรยายสรปุต่อที่ประชุมสัมมนา