...

 [ gesa.org.au ]

ภาพทางเดินอาหาร > Thank [ gesa.org.au ]

จากปากลงไปจะมีท่อตรง(แนวดิ่ง) คือ หลอดอาหาร หลังจากนั้นจะเป็นกระเพาะอาหาร (stomach; แต้มไว้ด้วยแถบสีแดง)

...

กระเพาะอาหารมีลักษณะเป็นถุง มีหูรูดซึ่งทำหน้าที่คล้ายๆ ซิป หรือวาล์ว (valve) ที่สำคัญ 2 ระบบได้แก่

  • (1). หูรูดชุดบน (ขาเข้า)
  • (2). หูรูปชุดล่าง (ขาออก)

...

อาหารและน้ำที่ออกจากกระเพาะอาหารจะผ่านไปยังลำไส้เล็ก (ท่อเล็ก ผนังด้านนอกเรียบ) และลำไส้ใหญ่ (ท่อใหญ่ ผนังด้านนอกหยักเป็นลอน หรือเป็นลูกคลื่น) ตามลำดับ

ลำไส้ใหญ่ส่วนต้น (อยู่ในท้องด้านล่างข้างขวา) มีท่อปลายตันขนาดเล็กอยู่ ท่อนี้คือ ไส้ติ่ง

...

ภาพนี้แสดงตับซึ่งอยู่ในท้องด้านบนข้างขวา (แต้มสีเขียวเข้ม) ตับคนเรามีท่อต่อออกมาเชื่อมกับลำไส้เล็ก ท่อนี้คือ ท่อน้ำดี

ด้านข้างของท่อน้ำดีจะมีถุงสำหรับเก็บกักน้ำดีไว้ คือ ถุงน้ำดี... เวลาเรากินอาหาร ถุงน้ำดีจะบีบตัว เพื่อรีดน้ำดีออกไปยังท่อน้ำดี และลำไส้เล็กตามลำดับ

...

น้ำดีทำหน้าที่ช่วยให้น้ำมันละลาย หรือปนกับน้ำได้ ทำให้น้ำย่อย(เอนไซม์)ที่ละลายอยู่ในน้ำเข้าถึงหรือสัมผัสกับน้ำมันได้

กลไกการทำงานของน้ำดีมีลักษณะคล้ายสบู่หรือผงซักฟอก คือ เป็นตัวกลางจับน้ำไว้แขนหนึ่ง และใช้แขนอีกข้างจับน้ำมันไว้ ทำให้น้ำกับน้ำมันมาอยู่ใกล้ๆ กัน

...

อวัยวะที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ตับอ่อน (ในภาพจะเห็นคล้ายกับใบไม้สีเขียว ด้านในเป็นท่อตับอ่อน) ตับอ่อนทำหน้าที่ผลิตน้ำย่อย(เอนไซม์)ช่วยย่อยอาหารหลายอย่าง 

นอกจากนั้นยังทำหน้าที่ผลิตอินซูลิน ซึ่งช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยช่วยพาน้ำตาลเข้าเซลล์ ถ้าอินซูลินมีไม่พอจะทำให้เกิดโรคเบาหวาน

...

การดื่มเหล้าหนักเพิ่มเสี่ยงโรคตับอักเสบ ตับแข็ง ตับอ่อนอักเสบ (ตับอ่อนอักเสบเรื้อรังเพิ่มเสี่ยงเบาหวาน)

หลังเทศกาลใหญ่ๆ เช่น สงกรานต์ ฯลฯ มักจะมีคนอายุน้อยป่วยหนักด้วยโรคตับอ่อนอักเสบ โรคนี้มีอัตราตายได้มากจนถึง 30% (มากจนถึงระดับหนึ่ง ไม่เกินกว่านั้น) วัยรุ่นบางคนดื่มหนักตอนเทศกาล และมีลมหายใจหลังเทศกาลไปได้ไม่กี่วัน (ตับอ่อนอักเสบรุนแรง และเสียชีวิต)

...

วันนี้เราจะมาคุยกันถึงกลไกของระบบหูรูดชุดล่าง (ขาออก) ของกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นหูรูดที่มีผลต่อโรคอ้วน และการลดความอ้วนครับ

...

...........................................................................

อาหารกลางวันสูตรลดความอ้วนแบบเดิมๆ ของคนอังกฤษคงจะเป็นน้ำ... ดื่มเข้าไปมากๆ ต่อด้วยไก่กับผัก

คณะนักวิจัยทำการศึกษาด้วยเครื่องตรวจสนามแม่เหล็ก-คลื่นวิทยุ (magnetic resonance imageing / MRI) และเครื่องตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง (ultrasound / US) หรือที่เรียกรวมๆ กันว่า "เครื่องสแกน (scanners)" ในอาสาสมัคร 

...

ผลการศึกษาทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ว่า อาหารต้านความหิวที่ดีคือ ซุปหรือโจ๊กข้นๆ เช่น ซุปผัก ข้าวโอ๊ตละลายน้ำร้อน

ข้าวโอ๊ตมีขายทั่วไปในห้างสรรพสินค้า เติมน้ำร้อนลงไป 2-3 นาที ทำให้เย็นโดยนำไปแช่น้ำในกาละมังหรือถัง จะได้ซุปที่ช่วยลดความอ้วนด้วย และถ้ากินเป็นประจำจะช่วยลดไขมันในเลือดหรือโคเลสเตอรอลได้ด้วย

...

เพียงเติมลูกเกด ลูกพรุนสับ หรือถั่วลิสงต้มลงไปหน่อย... จะได้ข้าวโอ๊ตแบบอาหารจานด่วน (fastfood) ชั้นดีทันที

และถ้าต้องการให้ได้แคลเซียมกับโปรตีน... เติมนมไขมันต่ำหรือนมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียมไปในข้าวโอ๊ต อุ่นให้ร้อนในไมโครเวฟ จะได้อาหารเสริมชั้นดีทันที

...

ถ้าต้องการซุปกำลังงานต่ำสุดๆ ให้ลองทำซุปผัก ซึ่งจะช่วยในโปรแกรมลดความอ้วนได้ดีที่สุด

ทีมนักวิจัยทดลองให้กลุ่มตัวอย่างกินอาหารแข็งกับน้ำ (solid food-plus-water) เปรียบเทียบกับอาหารที่ปนเป็นเนื้อเดียวกันทั้งน้ำและเนื้อ คือ ซุป

...

หลังจากนั้นตรวจกระเพาะอาหารด้วยเครื่องสแกน MRI และ US

ผลการศึกษาพบว่า กระเพาะอาหารของคนเราทำงานคล้ายถุง หรือท่อหนังที่มีหูรูด หรือมีซิปชนิดพิเศษ (sphinctors) อยู่ 2 ด้าน

...

เจ้าหูรูดหรือซิปนี้ทำหน้าที่คล้ายเจ้าหน้าที่ด่าน หรือหน่วยตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ทั้งขาเข้า (หูรูดบน) และขาออก (หูรูปล่าง)

ซิปหรือหูรูดด้านบน (ขาเข้า) ยอมให้อาหารตกลงไป แต่ไม่ยอมให้อาหารแข็งหรือน้ำไหลย้อนกลับ ยอมให้ลมไหลย้อนกลับหรือ "เรอ" ได้

...

ถ้าซิปหรือหูรูดด้านบนทำงานผิดปกติจะเกิดโรคกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease / GERD)

ทีนี้มาดูซิปหรือหูรูดด้านล่าง (ขาออก - pyloric sphinctor) ยอมให้น้ำออกไปได้เร็ว แต่ไม่ยอมให้อาหารแข็ง หรือซุปไหลออกไปได้เร็ว ต้องออกช้าๆ เพื่อให้ย่อยไปบางส่วนก่อน

...

ถ้ากินอาหารแข็งกับน้ำ... หูรูดหรือซิปขาออกจะทำการจำแนกแจกแจง เปรียบคล้ายเจ้าหน้าที่ด่าน หรือหน่วยตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ขาออก

หูรูดนี้จะยอมให้น้ำผ่าน หรือออกจากกระเพาะอาหารไปยังลำไส้เล็กได้เร็ว... นี่คือ เหตุผลที่ว่า ทำไมการดื่มน้ำพร้อมอาหารไม่ค่อยช่วยให้คนเราอิ่มได้นานมากขึ้น

...

ทีนี้ถ้ากินอาหารที่ของแข็ง-ของเหลวปนกันเป็นเนื้อเดียวกันดี เช่น ซุปข้น ข้าวโอ๊ตเติมนมไขมันต่ำ ฯลฯ... อาหารเหล่านี้จะค้างอยู่ในกระเพาะอาหารนาน เนื่องจากเจ้าหูรูด "ตม." แยกส่วนน้ำกับเนื้อออกจากกันไม่ได้

ผลคือ อิ่มมากขึ้น-นานขึ้น

...

กลไกที่ทำให้อิ่มได้นานมาจากฮอร์โมน "เกรลอิน (ghrelin)" ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมความอยากกินอาหาร (appetite)

ปี 2542 มีการค้นพบว่า เซลล์พิเศษบนผนังกระเพาะอาหารทำหน้าที่ผลิต และหลั่งฮอร์โมน "เกรลอิน"

...

ถ้ากระเพาะอาหารว่าง (empty stomach) จะมีการหลั่งฮอร์โมนหิวหรือ "เกรลอิน" หรือฮอร์โมนแห่งความหิวออกไปเรื่อยๆ

ฮอร์โมนหิว (ghrelin) จะเข้าไปในกระแสเลือด ไปที่ศูนย์หิวในสมอง (brain appetite centre) ตรงต่อมใต้สมอง (hypothalamus)

...

ศูนย์หิวในสมองจะร้องบอกว่า "หิวๆๆๆๆ" ไปเรื่อยๆ เหมือนเด็กที่งอแง ร้องไป... ร้องไปจนกว่าจะได้กิน

แต่ถ้าผนังกระเพาะอาหารถูกถ่าง หรือยืดออก (stretched)... เซลล์ที่หลั่งฮอร์โมนหิวหรือเกรลอินจะหยุดทำงานชั่วคราว เปรียบเหมือนเด็กที่กินนมอิ่มแล้วหยุดร้อง

...

ต่อมใต้สมองก็จะหยุดบอกว่า "หิวๆๆๆๆ" เช่นกัน

เพราะฉะนั้นถ้าอยากจะลดความอ้วน และไม่มีจิตใจแข็งแกร่งดุจขุนเขาจริงๆ... ยุทธศาสตร์สำคัญคือ ต้องทำการยืดผนังกระเพาะอาหารให้ยืดออก หรือหาอะไรมาเติมกระเพาะอาหารไว้เป็นพักๆ

...

ข้อดีของการกินซุปคือ ทำให้อิ่มได้นานกว่าอาหารแข็ง 1.5 ชั่วโมง = 1 ชั่วโมง 30 นาที

นอกจากนั้นยังมี 'cupcake circuit (cupcake = เค้กขนาดถ้วยเล็ก; circuit = วงจร เซอร์กิต)' คือ ถ้าปล่อยให้หิวเต็มที่... คนเราจะเลือกกินอาหารกำลังงานสูง เช่น เค้ก ขนมหวาน อาหารประเภท "ผัดๆ ทอดๆ" ก่อนอาหารกำลังงานต่ำ เช่น ผัก ผลไม้ทั้งผล ข้าวกล้อง ฯลฯ

...

ฮอร์โมนที่ควบคุมความหิวมีหลายสิบชนิด แต่มีตัวที่ทำงานโดดเด่นอยู่ไม่กี่ตัว

ปรากฏการณ์นี้คล้ายกับท้องฟ้าที่มีดวงดาวนับล้านล้านล้านดวงขึ้นไป แต่มีมหาอำนาจเพียง 2 เท่านั้นคือ พระอาทิตย์กับพระจันทร์

...