การที่จะกล่าวถึงความเชื่อของใครบางคนแบบผิดๆคงจะไม่ถูกต้องนัก
แต่นี่เป็นความคิดผม ฉะนั้นใครมาว่าอะไรไม่ได้ ฮ่าๆๆ
เริ่มต้นมาก็เพิ่มด้วยประโยคที่โอ้อวดจริงๆเลย ฮ่าๆๆๆ ใช่แล้วครับการที่จะบอกว่าความเชื่อของคนนั้นคนนี้งมงายไร้สาระ การกระทำคนนั้นคนนี้ไร้สาระ แต่จริงๆแล้วมันก็มีเหตุผลในตัวของมัน ว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น หรือทำแบบนั้น ถ้าหากมีคนมาห้ามไว้ว่า "ห้ามดื่มเหล้า เพราะจะทำให้เป็นบาป" ผมขอเถียงหัวชนฝาจริงๆให้ดิ้นตาย ทำไมน่ะหรือครับ คุณคิดว่าจะให้คำว่า "บาป" "บุญ" มากำหนดชีวิตเรางั้นหรอครับ
จริงๆแล้วบางคนก็จะบอกว่าผมปากไม่ดีบ้างหล่ะ ไร้สาระบ้างหล่ะ เหตุผลหนึ่งคือ เขาไม่ได้คิดแบบผมเขาจึงเถียงผมแบบนั้น สิ่งที่ผมจะบอกจริงๆคือ หนึ่งชีวิตที่เราเกิดมา หากไม่ได้ลองสักครั้งคนไม่เรียกว่า ชีวิต ละมั้งครับ หากเราไม่ได้เจ็บ หากเราไม่ได้ผิดพลาด หากเราไม่ได้รัก หากเราไม่ได้ลุ่มหลง เราคงจะไม่เติบโตขึ้น เราคงจะเป็นที่กลัวนั่นกลัวนี่ ระแวงนั้นระแวงนี่ สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไรซักที ไหนๆเราก็เกิดมาแล้วหากไม่ทำผิด เราจะทำดีได้ยังไงกัน
คนเราเปรียบเสมือนบัว 3 เหล่า 5 เหล่า หรืออะไรก็ช่าง ผมคิดว่ามันออกจะเห็นแก่ตัวไปหน่อย งั้นผมขอเปรียบ คนเป็นเหมือนต้นไม้ละกันนะครับ เมื่อคนยังโง่ ลุ่มหลง งมงาย เราก็ยังเป็นต้นไม้ที่ยังทันงอกหรืออาจจะกำลังปลูกอยู่ในดิน แต่เราก็ยังมีน้ำมีดินคอยดูแลรักษาอย่างดี เมื่อคนเราได้เรียนรู้เราก็จะค่อยๆเจริญเติบโต แน่นอนว่าหากเราคิดได้ หากเราจะตรัสรู้อะไรก็ช่างมัน ใบของเราคงจะสวยงามไร้ตำหนิมากมายแน่ๆเลย แต่พอเมื่อเวลาผ่านไปแม้คนเราจะประเสริฐขนาดเทพเจ้า หรืออะไรก็ช่างแล้วแต่คุณสักวันใบไม้นั่นย่อมแก่ขึ้นเป็นแน่แท้ ถึงแม้เราจะไม่ได้มีใบที่สวยงาม หรือเลิศเลออะไร อย่างน้อยต้นไม้ก็ยังให้คุณค่าและประโยชน์มากมาย เปรียบเหมือนกับคน แม้เขาอาจจะไม่ได้เก่งไม่ได้ดีอะไร หรือไม่ได้บรรลุธรรมะอะไรนั่น อย่างน้อยเขาก็ยังพยายามมีชีวิตต่อไป เพื่ออะไรบางสิ่ง หรือเพื่อใครสักคน เขายังไงให้คุณค่าแก่ชีวิตตัวเอง และคนรอบข้างด้วย แต่หากคนชั่วเปรียบเสมือนต้นไม้ที่มีแต่หนามแหลมคม มีตอน่าเกลียด ไม่มีใครเข้าใกล้ ถึงอย่างนั้นเขาก็จะพยายามมีชีวิตอยู่อย่างนั้น เพื่อหวังว่าจะใครซักคนมาห่วงใย หรือเข้าใจ
เมื่อต้นไม้ให้คุณค่าของตัวเอง เอื้อเฝื้อต่างๆมากมาย ต้นไม้ไม่ได้เป็นเทพเจ้าที่จะให้ทานอะไรนั่น แต่อย่างเดียว แต่ต้นไม้ก็ยังต้องการ ยังอยากได้น้ำ ดิน การดูแลเอาใจใส่ เมื่อต้นไม้สูงใหญ่ก็ยังพยายามที่จะมองทิวทัศน์ข้างบนนั่น โดยไม่ได้สนใจต้นไม้ลูกหลานที่อยู่ข้างล่าง หรือหากใครคิดได้ ต้นไม้นั่นคงเป็นที่ไม่สูงมาก แต่ก็ไม่ได้เป็นไม้ล้มลุก ยังคอยเผื่อแผ่ให้แก่คนข้างล่าง ลูกหลานข้างล่าง
พอต้นไม้ให้ประโยชน์และใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ก็ถึงเวลาจะล้มลงและให้ต้นไม้ลูกหลานนั่นได้เผชิญกับโลกข้างบนจริงๆเสียที...
หากคนเราตายไป หรือก่อนตายอยากทำอะไรที่นิพพานให้ได้ ผมว่าคนๆนั้นคนคงเหมือนกับคนที่ไม่เอาห่าอะไรซักอย่างข้าวไม่กิน งานไม่ทำ นอน นอน นอน และนอนอย่างเดียวรอความตาย แม้ตัวเองจะทำความดี จะทำบุญยังไง ก็ยังมีกิเลสที่อยากขึ้นสวรรค์อยู่ดี.......
ฮ่ะๆ ผมคงถึงหลายคนดุเอาเป็นแน่แท้ จะเรื่องอะไรก็คิดเอาละกันนะครับ
ยังไงซะนี่ความคิดผม ความเชื่อผม ชีวิตผม....จะทำอะไรก็ช่างขอแค่คนอื่นไม่เดือดร้อนก็พอ...ผมไม่เกาะกินบุญเพื่อใช้ชีวิตหรอกนะครับ.............
ขอแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหน่อยนะคะ ได้อ่าน "ธรรมะ for you" เมื่อวานแล้วคิดว่าทั้งต้นไม้และดอกบัวเป็นแค่สัญญลักษณ์เท่านั้น แท้จริงแล้วก็มาจากดิน น้ำ ลม ไฟ เหมือนกัน เมื่อเสื่อมสลายก็กลับไปสู่ ดิน น้ำ ลม ไฟ เช่นเดิม แล้วจะไปสนใจทำไมว่าจะเป็นต้นไม้หรือเป็นดอกบัว น่าจะสนใจว่าตลอดเวลาที่ต้นไม้และดอกบัวยังมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ทำประโยชน์แก่ตนเอง แก่เพื่อนร่วมโลก แก่สิ่งแวดล้อมหรือไม่ ได้สร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามทิ้งไว้ในโลกนี้หรือไม่มากกว่านะ แต่เนื่องจากเวลาที่จะได้อยู่บนโลกนี้สั้นนัก แล้วจะเสียเวลาไปโหยหาความห่วงใยความเข้าใจจากใครกันเล่า เรารักตัวเอง ห่วงใยตัวเองหรือยัง เรารักคนใกล้ชิดห่วงใยคนใกล้ชิดหรือยัง เรารักชุมชนของเราห่วงใยชุมชนของเราหรือยัง เรารักประเทศของเราห่วงใยประเทศของเราหรือยัง........เรารักโลกของเราห่วงใยโลกของเราหรือยัง นอกจากต้องดูแลตัวเองแล้วเรายังมีภาระต้องดูแลคนอื่นด้วย ต้องดูแลสังคม ชุมชน และโลกใบนี้....อย่าเสียเวลาอยู่เลย เชื่อเถอะ