อาหารเช้าที่มีประโยชน์ช่วยให้เด็กฉลาดเรียน

อาหารเช้าที่มีประโยชน์ช่วยให้เด็กฉลาดเรียน

 

ปัจจุบันสถานการณ์การเรียนรู้ของเด็กไทย อยู่ในสภาวะที่น่าเป็นห่วง มีหลากหลายงานวิจัยชี้ให้เห็นได้ชัดว่านับวันระดับสติปัญญา (ไอคิว) และระดับความฉลาดทางอารมณ์ (อีคิว) ของเด็กไทยก็ยิ่งลดน้อยลงเรื่อย ๆ

ผลการวิจัยของโครงการพัฒนาสติปัญญาเด็กไทย สถาบันราชานุกูล พบว่า เด็กไทยในช่วงทารกหรือแรกเกิดมีไอคิวอยู่ในระดับสากล คือประมาณ 100 แต่พอโตขึ้นมาอยู่ในระดับประถมศึกษากลับมีไอคิวลดลงเหลือเพียง 97-98 พอถึงช่วงวัยรุ่นระดับมัธยมศึกษาถึงอุดมศึกษาก็ยิ่งมีไอคิวลดน้อยลง เฉลี่ยเหลือเพียง 90 ต้น ๆ เท่านั้น

เห็นได้ชัดว่าไอคิวของเด็กไทยยิ่งโตก็ยิ่งลดน้อยลงเรื่อย ๆ !!!


ตอกย้ำผลสำรวจด้วยคะแนนสอบโทเฟลของเด็กไทย ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 8 ของกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากประเทศสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย พม่า อินโดนีเซีย เวียดนาม และลาว ขณะที่ผลสอบโทอิก ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 4 ของกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากประเทศฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และกัมพูชา

ล่าสุดกับผลคะแนนโอเน็ตที่เพิ่งประกาศผลเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ผลรวมคะแนนเฉลี่ยทั้ง 8 วิชา พบว่าเด็กไทยทำคะแนนได้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 30-40 โดยมีวิชาที่ได้คะแนนเฉลี่ยสูงสุดคือสุขศึกษา เฉลี่ย 56.745 คะแนน ส่วนวิชาที่ได้คะแนนต่ำสุดคือคณิตศาสตร์ ได้คะแนนเฉลี่ยเพียง 30.643 คะแนน

และเมื่อนำเอาคะแนนการสอบโอเน็ตย้อนหลังกลับไป 3 ปีมาเปรียบเทียบ พบว่า คะแนนเฉลี่ยวิชาหลัก 5 วิชา ทั้งภาษาไทย สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ไม่ได้ดีขึ้นแม้แต่วิชาเดียว

รศ.นพ.สังคม จงพิพัฒน์วานิช หัวหน้าหน่วยโภชนาการ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬา ลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “ความฉลาดของเด็กขึ้นอยู่กับพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม วิธีการเลี้ยงดูที่ถูกต้องและเหมาะสม ปัจจุบันพ่อแม่มักไม่ค่อยมีเวลาให้กับลูก เด็กผู้ชายส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตอยู่กับการเล่นเกม ขณะที่เด็กผู้หญิง จะใช้ชีวิตอยู่กับการแชตและการคุยโทรศัพท์ นอกจากนี้ปัญหาเรื่องภาวะโภชนาการก็มีส่วนเกี่ยวพันกับความฉลาดของเด็กเป็นอย่างมาก มีงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าเด็กที่ขาดธาตุเหล็กจะมีไอคิวต่ำกว่าเด็กที่ไม่ขาดธาตุเหล็ก ไม่เพียงแต่ธาตุเหล็กเท่านั้น สารอาหารและแร่ธาตุต่าง ๆ ก็มีส่วนสำคัญต่อความฉลาดของเด็กเช่นกัน”

ปัจจุบันพ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจถึงการเลี้ยงดูลูกในวัยเรียนที่ถูกต้องและเหมาะสม อีกทั้งยังไม่มีเวลา เพราะต้องออกไปทำงานตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ทำให้เด็กได้รับการดูแลเอาใจใส่และได้รับอาหารที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม

ในยุโรปการไม่บริโภคอาหารเช้าถือเป็นเรื่องปกติ ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ในประเทศฝรั่งเศส ร้อยละ 33 ของเด็กวัย 12-14 ปี เริ่มต้นวันด้วยท้องที่ว่างเปล่า ส่วนเด็กชาวดัชต์ อายุ 10-18 ปี ร้อยละ 12 ไม่บริโภคอาหารเช้า ขณะที่ประเทศอังกฤษที่มีประเพณีการบริโภคอาหารเช้ามายาวนาน แต่ร้อยละ 6 ของเด็กอังกฤษกลับไม่ได้บริโภคอะไรเลยในตอนเช้า ส่วนเด็กอายุ 12-13 ปี ไม่ได้บริโภคอาหารเช้าสูงถึงร้อยละ 20-30

สำหรับประเทศไทย ผลการสำรวจของกองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุ เด็กไทยวัยเรียน ช่วงอายุ 6-14 ปี พบว่ามากกว่า 1 ใน 4 ของนักเรียนไทยมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม ร้อยละ 28.5 ไม่ได้บริโภคอาหารเช้า ส่งผลต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ต่าง ๆ ทำให้ไม่มีสมาธิในการเรียนรู้ ความจำและความเข้าใจในวิชาที่เรียนลดน้อยลง

นอกจากนี้ผลการสำรวจยังระบุอีกว่า อาหารว่างที่นักเรียนบริโภคบ่อย 5-6 วันต่อสัปดาห์ เป็นเนื้อสัตว์ติดมัน และอาหารประเภททอด ซึ่งเป็นอาหารที่มีไขมันสูงเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน และเด็กไทยโดยรวมยังได้รับใยอาหารจากธรรมชาติในปริมาณที่น้อยลง เพราะนิยมบริโภคอาหารสำเร็จรูป ข้าว และธัญพืชขัดสีจนขาวมากขึ้น

รศ.ประไพศรี ศิริจักรวาล สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “วัยเรียนเป็นช่วงที่เด็กมีกิจกรรมมาก ต้องมีสมาธิในการเรียน และต้องการพลังงานที่เพียงพอสำหรับกิจกรรมนอกห้องเรียน อาหารจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญ โดยเฉพาะอาหารเช้าก่อนเข้าเรียน นับเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดของแต่ละวัน เด็กควรบริโภคอาหารเช้าที่ให้พลังงานและสารอาหารที่เพียงพอ ถ้าเปรียบเทียบกับอาหารทั้งวัน พลังงานจากอาหารเช้าควรอยู่ที่ประมาณร้อยละ 25 ของทั้งวัน อาหารเช้าที่ทำมาจากโฮลเกรนหรือธัญพืชเต็มเมล็ดเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เหมาะสำหรับเด็กวัยเรียน เพราะยังมีส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเมล็ด เนื้อเมล็ด และจมูกข้าวอยู่ครบถ้วน ทำให้ได้สารอาหารที่สำคัญ เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไฟเบอร์ วิตามินอี วิตามินบี แร่ธาตุ ไฟโตนิวเตรียนท์ และสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ มากกว่าธัญพืชขัดสีทั่วไป”

อาหารเช้ามีความสำคัญต่อการพัฒนาของเด็กวัยเรียนเป็นอย่างมาก การเลือกอาหารเช้าที่มีประโยชน์ อาทิ อาหารเช้าที่ทำมาจากโฮลเกรน จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญา ทำให้เด็กในวัยเรียนมีพลัง พร้อมที่จะเรียนรู้ ฉลาดและเก่งสมวัยได้.