สาเหตุที่ทำให้คนเราฝัน (พุทธศาสนา)

*** สาเหตุที่ทำให้คนเราฝัน   อย่าง ***


๑.  ธาตุกฺโขภโต   เพราะธาตุกำเริบ

๒.  อนุภูตปุพฺพโต  เพราะเคยทราบมาก่อน

๓.  เทวโตปสํหารโต  เพราะเทวดาสังหรณ์

๔.  ปุพพนิมิตฺตโต  เพราะเป็นบุพพนิมิต

อธิบายสาเหตุที่่ทำให้ึคนเราฝัน

๑. คนผู้มีธาตุกำเริบ  เพราะประกอบด้วยปัจจัยอันทำให้ดีเป็นต้นกำเริบ *(หรืออย่างเช่น เป็นไข้  กินอาหารมากไป อาหารอาจไม่ย่อย เป็นต้น)  ชื่อว่า  ย่อมฝัน  เพราะธาตุกำเริบและเมื่อฝัน  ย่อมฝันต่าง ๆ เช่นเป็นเหมือนตกจากภูเขา  เหมือนเหาะไปทางอากาศ  และเหมือนถูกเนื้อร้าย  ช้างร้าย  และโจรเป็นต้นไล่ติดตาม.  

๒.  ชื่อว่าย่อมฝันถึงอารมณ์ที่ตนเคยเสวยมาแล้วในกาลก่อน เช่น  เคยไปเที่ยวในสถานที่สวยๆ เคยไปฟังพระเทศน์  หรือเจอสิ่งสวยๆงามๆ ก็เก็บเอามาคิด ชื่อว่า ย่อมฝัน เพราะเคยทราบมาก่อน   

 ๓.พวกเทวดาย่อมนำอารมณ์มีอย่างต่าง ๆ เข้าไป  เพื่อความเจริญบ้าง  เพื่อความเสื่อมบ้าง  เพราะเป็นผู้มุ่งความเจริญบ้าง  เพราะความเป็นผู้มุ่งความเสื่อมบ้าง  แก่บุคคลผู้ฝัน เพราะเทวดาสังหรณ์  ผู้นั้นย่อมฝันเห็นอารมณ์เหล่านั้นด้วยอานุภาพของพวกเทวดานั้น  ชื่อว่า  ย่อมฝัน เพราะเทวดาสังหรณ์

 

 ๔. เมื่อบุคคลฝันเพราะบุพพนิมิต  ชื่อว่าย่อมฝัน ที่เป็นบุพพนิมิตแห่งความเจริญบ้าง  แห่งความเสื่อมบ้าง  ซึ่งต้อง การจะเกิดขึ้น  ด้วยอำนาจแห่งบุญและบาป  เหมือนพระมารดา ของพระโพธิสัตว์  ทรงพระสุบินนิมิตในการที่จะได้พระโอรสฉะนั้น, เหมือนพระโพธิสัตว์ทรงพระสุบิน ๕ ประการ  และเหมือนพระเจ้าโกศลทรงพระสุบิน ๑๖ ประการ ชื่อว่า ย่อมฝัน เพราะเป็นบุพพนิมิต ฉะนี้แล.

 

แล้วความฝันอย่างไหนละครับที่เป็นจริง ?????????

ความฝันที่คนฝัน  เพราะธาตุกำเริบ และเพราะเคยทราบมาก่อน  ไม่เป็นจริง.   ความฝันที่คน ฝันเพราะเทวดาสังหรณ์  จริงก็มี  เหลวไหลก็มี,   เพราะว่าพวกเทวดาโกรธแล้ว  ประสงค์จะให้พินาศโดยอุบาย  จึงแสดงให้เห็นวิปริตไปบ้าง.   ส่วนความฝันที่คนฝันเพราะบุพพนิมิต  เป็นความริงโดยส่วนเดียวแล.   ความแตกต่างแห่งความฝัน  แม้เพราะ  ความแตกต่างแห่งมูลเหตุทั้ง ๔ อย่างนี้คละกันก็มีได้เหมือนกัน.

 

แล้วความฝันอย่างไหนละครับที่เป็นจริง ?????????

ความฝันทั้ง ๔ อย่างนี้นั้น   พระเสขะและปุถุชนเท่านั้น  ย่อมฝันเพราะยังละวิปัลลาสไม่ได้.  พระอเสขะทั้งหลาย  ย่อมไม่ฝันเพราะท่านละวิปัลลาสได้แล้ว.

                                                .... ข้อมูลจากหนังสือ ทุติยสมัตปาสาทิกา แปล  เล่มที่ 2 ...

 

 

ปล.  อ่านแล้ว อย่าลืมคอมเม้นด้วยนะครับ 555+