พระสงฆ์มีวินัยของพระภิกษุที่จะต้องประพฤติให้เป็นผู้มีศีล ชาวพุททั่วไป ก็มีวินัยของคฤหัสถ์ ที่จะต้องปฏิบัติให้เป็นมาตรฐาน
ชาวพุทธต้องดำเนินชีวิตที่ดีงาม และร่วมสร้างสรรค์สังคมให้เจริญมั่นคง ตามหลัก วินัยของคฤหัสถ์ (คิหิวินัย) ดังนี้
กฎ ๑: เว้นชั่ว ๑๔ ประการ
ก. เว้นกรรมกิเลส (บาปกรรมที่ทำให้มัวหมอง) ๔ คือ
๑. ไม่ทำร้ายร่างกายทำลายชีวิต (เว้นปาณาติบาต)
๒. ไม่ลักทรัพย์ละเมิดกรรมสิทธิ์ (เว้นอทินนาทาน)
๓. ไม่ประพฤติผิดทางเพศ (เว้นกาเมสุมิจฉาจาร)
๔. ไม่พูดเท็จโกหกหลอกลวง (เว้นมุสาวาท)
ข. เว้นอคติ (ความลำเอียง/ประพฤติคลาดธรรม) ๔ คือ
๑. ไม่ลำเอียงเพราะชอบ (เว้นฉันทาคติ)
๒. ไม่ลำเอียงเพราะชัง (เว้นโทสาคติ)
๓. ไม่ลำเอียงเพราะขลาด (เว้นภยาคติ)
๔. ไม่ลำเอียงเพราะเขลา (เว้นโมหาคติ)
ค. เว้นอบายมุข (ช่องทางเสื่อมทรัพย์อับชีวิต) ๖ คือ
๑. ไม่เสพสุรายาเมา
๒. ไม่เอาแต่เที่ยวไม่รู้เวลา
๓. ไม่จ้องหาแต่รายการบันเทิง
๔. ไม่เหลิงไปหาการพนัน
๕. ไม่พัวพันมั่วสุมมิตรชั่ว
๖. ไม่มัวจมอยู่ในความเกียจคร้าน
กฎ ๒: เตรียมทุนชีวิต ๒ ด้าน
ก. เลือกสรรคนที่จะเสวนา คบคนที่จะนำชีวิตไปในทางแห่งความเจริญและสร้างสรรค์ โดยหลีกเว้นมิตรเทียม คบหามิตรแท้ คือ
๑. รู้ทันมิตเทียม หรือ ศัตรูผู้มาในร่างมิตร (มิตรปฏิรูปก์) ๔ ประเภท
๑) คนปอกลอก มีแต่ขนเอาของเพื่อนไป มีลักษณะ ๔
(๑) คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว
(๒) ยอมเสียน้อยโดยหวังจะเอามาก
(๓) ตัวมีภัยจึงมาช่วยทำกิจเพื่อน
(๔) คบเพื่อนเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์
๒) คนดีแต่พูด มีลักษณะ ๔
(๑) ดีแต่ยกของหมดแล้วมาปราศรัย
(๒) ดีแต่อ้างของยังไม่มีมาปราศรัย
(๓) สงเคราะห์ด้วยสิ่งที่หาประโยชน์มิได้
(๔) เมื่อเพื่อนมีกิจ อ้างแต่เหตุขัดข้อง
๓) คนหัวประจบ มีลักษณะ ๔
(๑) จะทำชั่วก็เออออ
(๒) จะทำดีก็เออออ
(๓) ต่อหน้าสรรเสริญ
(๔) ลับหลังนินทา
๔) คนชวนฉิบหาย มีลักษณะ ๔
(๑) คอยเป็นเพื่อนดื่มน้ำเมา
(๒) คอยเป็นเพื่อนเที่ยวกลางคืน
(๓) คอยเป็นเพื่อนเที่ยวดูการเล่น
(๔) คอนเป็นเพื่อนเล่นการพนัน
ยังมีต่อ.........
ที่มา: หนังสือธรรมนูญชีวิต.พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต)