ความสัมพันธ์ระหว่างภาษาบาลีกับภาษาอังกฤษ


บทที่1

ความสัมพันธ์ระหว่างภาษาบาลีกับภาษาอังกฤษ

    ภาษาทั้งสองมีรากเหง้าเหล่ากอมาจากที่เดียวกันคือ เป็นภาษาตระกูลอินโด-ยุโรเปียน(Indo- European)ซึ่งเป็นตระกูลภาษาที่คนพูดมากที่สุด  แม้ว่าสาขาย่อยของภาษาทั้งสองนี้จะอยู่คนละสาย กล่าวคือ ภาษาอังกฤษจัดอยู่สายเยอรมันนิค(Germanic)ขณะที่ภาษาบาลีจัดอยู่อีกสายหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า อินโด - อิราเนี่ยน(Indo - Iranian) ซึ่งแสดงให้ดังนี้:

กลุ่มย่อยต่าง ๆ ของตระกูลอินโด-ยูโรเปียนรวมถึง (ตามลำดับตามประวัติศาสตร์ของการปรากฏครั้งแรก) :

  • ภาษากลุ่มอนาโตเลีย — แขนงที่มีหลักฐานปรากฏเก่าแก่ที่สุด

จากช่วงศตวรรษที่ 18 ก่อนคริสตกาล; สูญพันธุ์ ที่เด่นที่สุดคือภาษาของฮิตไตต์

  • ภาษากลุ่มอินโด-อิเรเนียน — รวมถึงภาษาบาลี-สันสกฤต, มีหลักฐานปรากฏตั้งแต่

สหัสวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาล, อเวสถาน และภาษาเปอร์เซีย

  • ภาษากรีก — มีหลักฐานภาษาไมซิเนียนที่ไม่สมบูรณ์

จากศตวรรษที่ 14 ก่อนคริสตกาล; โฮเมอร์ มีอายุในช่วง ศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสตกาล. ดูประวัติศาสตร์ของภาษากรีก.

  • ภาษากลุ่มอิตาลิก — รวมถึงภาษาละติน รวมถึงภาษาที่สืบมาจากภาษานี้

คือภาษากลุ่มโรมานซ์ ปรากฏตั้งแต่ สหัสวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล.

  • ภาษากลุ่มเคลติก — คำจารึกภาษากอลลิช (Gaulish) มีอายุตั้งแต่

ศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล; เอกสารภาษาไอริชโบราณจากคริสต์ศตวรรษที่ 6

  • ภาษากลุ่มเจอร์เมนิก (รวมถึงภาษาอังกฤษ)

หลักฐานที่ปรากฏครั้งแรกคือคำจารึกอักษรรูนจากประมาณ คริสต์ศตวรรษที่ 2, เอกสารที่มีเรื่องราวที่เก่าแก่ทีสุดเป็นภาษาโกธิค, คริสต์ศตวรรษที่ 4

  • ภาษาอาร์เมเนีย — มีหลักฐานปรากฏตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 5
  • ภาษากลุ่มโตคาเรียน — ภาษาสูญพันธุ์ของชาวโตคาเรียน

ปรากฏ 2 ภาษาย่อย มีหลักฐานปรากฏตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6โดยประมาณ

  • ภาษากลุ่มบัลโต-สลาวิก — รวมถึงภาษากลุ่มบอลติกและภาษากลุ่มสลาวิก;
  • ภาษากลุ่มสลาวิกมีหลักฐานปรากฏตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 เอกสารที่เก่าแก่ที่สุดเป็นภาษา Old Church Slavonic, คริสต์ศตวรรษที่ 9; ภาษากลุ่มบอลติกมีหลักฐานปรากฏตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14
  • ภาษาแอลเบเนีย — มีหลักฐานปรากฏตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16;

มีการเสนอความสัมพันธ์กับภาษาอิลเลเรียน ดาเซียน หรือ เธรเซียน

     ภาษาอังกฤษมาจากตระกุลเชื้อสายเยอรมันนิค(Germanic) ซึ่งเยอมันนิคเองยังแบ่งออกเป็นสายย่อยๆอีก 3 สายได้แก่ West  Nort   East  ภาษาอังกฤษจัดอยู่ในสาย West รวมกลุ่มเดียวกันกับภาษาดัตช์ เยอรมัน เฟลมมิช ยิดดิช และ แอฟรีกัน ซึ่งพัฒนาไปจากภาษาอังกฤษสาย East ได้แก่ พวกภาษา โคติค (Gothic) ซึ่งเป็นภาษาที่ตาย (Dead Langguage) ไปเสียแล้ว....

     ที่นี่วกมาดูภาษาบาลีกันบ้าง ภาษาบาลีเองสืบเชื้อสายมาจากตระกูล อินโด - อิราเนียน (Indo - Iranian) อีกทอดหนึ่ง ซึ่ง Iranian เองยังขยายลูกหลานออกไปอีก เช่น ภาษาเปอร์เซียน ซึ่งพูดกันเป็นหลักในประเทศอิหร่าน,ภาษาพาชโต (Pashto) พูดกันในอัฟกานิสถาน, กูรดิช (Kurdish) ใช้พูดสื่อสารกันในประเทศอิรัก  อิหร่าน  และตุรกี  วกมาหาภาษากลุ่มภาษา Indo หรือ Indic ก็มีพวกภาษาสันสกฤต และปรากต ซึ่งปรากตเองยังแผ่ลูกขยายหลานออกไปเป็นภาษาบาลี ฮินดี อูรดู เบงกาลี ปัญจบี มารตี แคชมิรี  ที่ใช้พูดกันในประเทศอินเดีย และบังคลาเทศ  ซึ่งก็เหมารวมเอาง่าย ๆ ไปว่าเป็นภาษา ที่ใช้พูดสื่อสารกันอยู่ในกลุ่มประเทศเอเชียใต้นั่นเอง

     ภาษาบาลีและภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่มาจากตระกูลเดียวกันคือตระกูล Indo - European ดังนั้น ภาษาทั้งสองกลุ่มนี้ จึงถูกจัดอยู่ในกลุ่ม"ภาษาที่มีวิภัตติปัจจัย (Inflection Language)" ลักษณะเด่นของภาษาทั้งสองนี้ก็คือ การสร้างคำ (Word Fomation) ซึ่งมาจากธาตุ (Root) หรือไม่ก็สร้างคำใหม่ๆ ด้วยการเติมอุปสัค (Prefixation) เข้ามาข้างหน้า หรือการลงปัจจัย (Suffixation) ลงข้างหลังคำ หรือมีวิธีอื่นๆ อีกเยอะแยะมากมาย ซึ่งจะขอกล่าวโดยละเอียดในบทต่อไป...