"คลัง"อาการหนัก ขอมติ ครม.สั่ง บสย.ค้ำเงินกู้ 100% ให้เอสเอ็มอีนำมาจ่ายภาษีนิติบุคคล ช่วยเติมรายได้รัฐไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้าน แถมหนุนสภาพคล่องธุรกิจ พร้อมดึง ธพว.ปล่อยซอฟต์โลน 5 พันล้านให้เอสเอ็มอีท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่องรายละไม่เกิน 5 ล้าน
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 เมษายน ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง โดยการให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันเงินกู้ 100% ของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ทุกประเภท จากสถาบันการเงินทุกแห่ง เพื่อนำมาจ่ายภาษีนิติบุคคลให้กับกรมสรรพากรในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มีสภาพคล่องอย่างเพียงพอ โดยไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับ บสย. มีระยะเวลา 1 ปี ระยะปลอดหนี้ 3 เดือน เสียดอกเบี้ยร้อยละ 4% ต่อปี จ่ายชำระเป็นรายเดือน คาดว่ามาตรการดังกล่าวสถาบันการเงินจะปล่อยกู้ได้เป็นจำนวนเงิน 1 หมื่นล้านบาท
"เชื่อว่ามาตรการนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกราย จากภาระภาษีที่จะต้องนำมาจ่ายในช่วงนี้ และเชื่อว่าความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในมาตรการนี้จะต่ำมาก เนื่องจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่วนใหญ่เป็นลูกค้าชั้นดีของสถาบันการเงินอยู่แล้ว และในขั้นตอนการปล่อยกู้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เพราะสถาบันการเงินจะจ่ายเช็ค ระบุชื่อกรมสรรพากรเป็นผู้รับเงินอยู่แล้ว" นายกรณ์กล่าว
รายงานข่าวจากที่ประชุม ครม. แจ้งว่า กระทรวงการคลังรายงานว่า ผู้ประกอบเอสเอ็มอีมีสัดส่วนมากที่สุดของผู้เสียภาษี เงินได้นิติบุคคล โดยในปี 2551 มีจำนวน 278,191 ราย และมีการชำระภาษีประจำปี 2550 จำนวน 31,368.79 ล้านบาท และประมาณว่าการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลในช่วงครึ่งปีหลัง (ภงด.50) สำหรับกลุ่มเอสเอ็มอี จะมีประมาณ 13,000 ล้านบาท โดยขณะนี้ บสย. มีภาระค้ำประกันอยู่ที่ 22,980 ล้านบาท ยังสามารถค้ำประกันได้อีกประมาณ 11,020 ล้านบาท ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะทำให้รัฐสามารถจัดเก็บเงินภาษีนิติบุคคลได้เพิ่มขึ้น และยังช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของสภาพคล่องในระบบด้วย
ด้านนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีมติอนุมัติแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวข้อง โดยให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ปล่อยกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ วงเงิน 5,000 ล้านบาท ซึ่ง ครม.เคยเห็นชอบไปแล้ว ภายใต้ชื่อโครงการ "smePOWER" ในช่วงระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม-31 กรกฎาคม 2552
นายประดิษฐ์กล่าวว่า การปล่อยกู้ดังกล่าว กำหนดวงเงินรายละไม่เกิน 5 ล้านบาท ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี โดยในช่วง 1 ปีแรกไม่ต้องชำระเงินต้น ส่วนดอกเบี้ยจะคิดในอัตราต่ำเป็นพิเศษ คือ MLR ลบ 3% ในช่วง 2 ปีแรก ส่วน 3 ปีที่เหลือ คิดอัตราดอกเบี้ยปกติ ทั้งนี้ ในส่วนอัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์-3 รัฐบาลจะใช้งบประมาณจำนวน 200 ล้านเข้าไปช่วยสนับสนุน ส่วนอีก 1% ธพว.จะเป็นผู้รับผิดชอบ
นายประดิษฐ์กล่าวต่อไปว่า นอกจากนั้น ครม. ยังเห็นชอบให้กระทรวงการคลัง พิจารณาจัดหาบริษัทประกันภัยเข้ามาหน้าที่รับประกันความปลอดภัยจากเหตุการณ์จลาจล ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายทรัพย์สิน ค่าใช้จ่ายเรื่องที่พักให้กับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ประมาณ 5 ล้านคน ในช่วงเวลา 6 เดือน รายละไม่เกิน 1 หมื่นเหรียญสหรัฐ นับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นไป โดยรัฐบาลจะรับภาระในการจ่ายเบี้ยประกันแทนให้ จำนวนเงิน 200 ล้านบาท ซึ่งมาตรการนี้น่าจะช่วยสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศมากขึ้น
มติชนรายวัน 29 เมษายน 2552