...

 

ภาพประกอบจาก [ flickr ] by [ KevinDooley ]

...

นิตยสารไทม์ตีพิมพ์เรื่อง "20 วิธีทำให้(ตัวเรา)มีความสุข" ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

...

(1). แสดงความชื่นชมสัปดาห์ละ 5 ครั้ง

  • อ.ซอนย่า ลิวโบเมียสกี แห่งมหาวิทยาลัย UC Riverside พบว่า คนที่แสดงความชื่นชมออกมาภายนอก (โดยการเขียน) สัปดาห์ละ 5 ครั้งมีความสุขมากกว่าคนที่ทำได้สัปดาห์ละ 3 ครั้ง
  • ถ้าไม่ชอบเขียน... พูดชมคนอื่นออกมาจากใจก็ใช้ได้ แต่อย่าเก็บความรู้สึกดีๆ แบบนี้ไว้ในใจอย่างเดียว

(2). ฟังเพลง

  • ผลการศึกษาทำในคนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดตาพบว่า การได้ฟังเพลงช่วยให้ชีพจร และความดันเลือดเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคนไข้ที่ไม่ได้ฟังเพลง
  • ผลการศึกษาทำในคนไข้ที่เข้ารับการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (colonoscopy) พบว่า คนไข้ที่ได้ฟังเพลงมีความเครียดน้อยกว่า และใช้ยานอนหลับน้อยกว่าคนไข้ที่ไม่ได้ฟังเพลง

(3). จูบกอดกันหน่อย

  • การสัมผัสร่างกายกับคนที่ "คุ้นเคย" ทำให้คนเรามีความสุข... ทีนี้ถ้าไม่คนให้กอดก็อย่าเพิ่งตกใจ กอดน้องหมาน้องแมว หรือกอดหมอน-ตุ๊กตาก็ใช้ได้

(4). ปฏิบัติธรรม

  • การปฏิบัติธรรม ฝึกสมาธิ (สำนักปฏิบัติที่ไม่เน้นการบริจาคมีแนวโน้มจะปลอดภัยกว่าสำนักที่เน้นการบริจาค หรือมากไปด้วยการเรี่ยไร) หรือการออกกำลังแบบตะวันออก เช่น ไทเกก-ไทชิ โยคะ มวยจีน รำกระบองชีวจิต ฯลฯ ช่วยให้คนเรามีความสุขได้

(5). เคลื่อนไหว

  • การเดิน เดินเร็ว วิ่ง ขี่จักรยาน หรือทำอะไรที่ร่างกายได้เคลื่อนไหวมักจะทำให้คนเรามีความสุขมากกว่าการอยู่นิ่งๆ นานๆ
  • วิธีหนึ่งที่จะทำลายความ "เศร้า-เหงา-เซง" ได้ดีคือ พอเบื่อๆ ก็ให้เดินเร็วสุดๆ ติดกันอย่างน้อย 10 นาที แล้วอะไรๆ มักจะดีขึ้นเอง

(6). หัวเราะ

  • คุยกันเรื่องขำๆ หาหนังสือขำขันมาอ่าน หรือดูวิดีโอขบขัน... ถ้าทำเป็นกลุ่มได้ยิ่งดี คนเรามีแนวโน้มจะหัวเราะเวลาอยู่กันหลายๆ คนมากกว่าตอนอยู่คนเดียว 30 เท่า

(7). ทำให้คนอื่นมีความสุข

  • ผลการศึกษาพบว่า คนที่ทำให้คนอื่นมีความสุขวันละ 5 ครั้งมีความสุขมากกว่าคนที่ทำให้คนอื่นมีความสุขสัปดาห์ละ 5 ครั้ง
  • กลไกที่เป็นไปได้คือ ความสุขเป็นโรคระบาดชนิดหนึ่งที่สะท้อนกลับไปกลับมาได้ตามหลัก "ทำดี-ได้ดี"

(8). ทำเงิน

  • การวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย สเตทในปี 2548 พบว่า คนที่ทำเงินได้มากกว่าเพื่อนๆ มีความสุขมากกว่า
  • ข้อสำคัญคือ อย่าไปเปรียบเทียบกับคนที่หาเงินได้มากกว่าเรา แต่ให้ลองเปรียบเทียบกับคนที่หาเงินได้น้อยกว่าเรา และเก็บความสุขแบบนี้ไว้ในใจ เพราะความสุขแบบนี้พูดมากไปจะทำให้คนหมั่นไส้เพียบเลย

(9). ทำงาน

  • ผลการวิเคราะห์งานวิจัย 225 รายงาน รวมกลุ่มตัวอย่าง 275,000 คนพบว่า คนเรามีความสุขใหญ่ๆ จากการทำงานให้สำเร็จ จากการมองโลกในแง่ดี สุขภาพดี สติปัญญา ครอบครัว และความเชี่ยวชาญ
  • สรุปคือ คนขยัน (ในการศึกษาเล่าเรียน การฝึกงาน การทำงาน) มองโลกในแง่ดี ให้เวลากับครอบครัว และสุขภาพมีแนวโน้มจะมีความสุขมากขึ้น

(10). กลับสู่รากเหง้า

  • ผลการศึกษากลุ่มชนหลายแห่งทั่วโลกพบว่า คนที่ไม่ลืมรากเหง้าทางสังคม เช่น ใส่ใจ และรักษาวัฒนธรรมของบรรพบุรุษ ฯลฯ มีความสุขมากกว่าคนที่ทิ้งรากเหง้า

(11). กตเวที (บุญคุณควรทดแทน)

  • คนที่ระลึกถึงความดีงามของผู้มีพระคุณ และตอบแทนคุณเป็นรูปธรรม เช่น เลี้ยงดูคุณแม่คุณพ่อ มีของฝากให้คุณครูสมัยเด็กๆ ฯลฯ มีแนวโน้มจะมีความสุขมากกว่าคนที่ไม่รู้จักตอบแทนบุญคุณ

(12). มองโลกในแง่ดี

  • คนที่มองโลกในแง่ดีมีความสุขมากกว่าคนที่มองโลกในแง่ร้าย... วิธีฝึกง่ายๆ คือ ให้ลองมองเรื่องร้ายๆ (วิกฤต) ในชีวิตเราว่า เรื่องร้ายๆ นำโอกาสดีๆ อะไรมาให้เราบ้าง และฝึกพลิกวิกฤตที่เราพบทุกวันให้กลายเป็นโอกาสแห่งการพัฒนา
  • ธรรมดาของข่าวดีคือ มักจะมาคู่กับข่าวร้าย และธรรมดาของข่าวร้ายคือ มักจะมาคู่กับข่าวดี... ชีวิตของคนส่วนใหญ่มักจะเป็นเช่นนี้
  • คนมองโลกในแง่ดีมักจะมองเห็น "โอกาส" ในท่ามกลาง "วิกฤต" ได้มากกว่า และฟันฝ่าอุปสรรคได้ดีกว่า
  • การฝึกมองโลกในแง่ดีมักจะต้องใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ และเป็นเรื่องที่น่าลงทุนมากๆ เลย

(13). ลองสิ่งใหม่

  • อ.ริช วอล์คเกอร์ แห่งมหาวิทยาลัยวินซทัน-ซาเลมทำการศึกษาบันทึกความทรงจำ 30,000 ฉบับ และไดอารีอีกกว่า 500 ชุดพบว่า คนที่มีประสบการณ์มากกว่ามีแนวโน้มจะมองโลกในแง่ดีมากกว่าคนที่มีประสบการณ์น้อย
  • การลองสิ่งใหม่ในด้านดี เช่น ท่องเที่ยวไปในที่ที่ปลอดภัย การชมสารคดี การศึกษาเรียนรู้เรื่องใหม่ ฯลฯ มักจะทำให้คนเรามีประสบการณ์มากขึ้น เห็นธรรมดาของโลกมากขึ้น และมองโลกในแง่ดีมากขึ้น

(14). ระบายความในใจกับเพื่อนที่รู้ใจ

  • การมีเพื่อนที่รู้ใจและระบายความในใจไปบ้างมักจะทำให้อะไรๆ ดีขึ้น... อ.ริช วอล์คเกอร์แนะนำว่า การมีเพื่อนหลากหลายสไตล์จะช่วยให้การระบายความในใจได้ผลดีขึ้น เช่น มีเพื่อนต่างวัย ต่างอาชีพ ฯลฯ เนื่องจากทำให้เรามีมุมมองในเรื่องชีวิตกว้างขวางขึ้น

(15). งานเป็นงาน-บ้านเป็นบ้าน

  • การวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน สเตทพบว่า คนที่รู้จักแยกแยะ "งานเป็นงาน-บ้านเป็นบ้าน" หรือทำงานเต็มที่ หมดเวลาแล้วพักงาน กลับบ้านแล้วให้เวลากับคนที่บ้าน มีความสุขมากกว่าคนที่แยกแยะไม่เป็น

(16). คาดหวังบนความเป็นไปได้จริง

  • งานวิจัยในยุโรปพบว่า คนเดนมาร์กมีความสุขมากกว่าคนชาติอื่นๆ ในยุโรปติดกันมานานกว่า 30 ปี
  • สาเหตุสำคัญคือ คนเดนมาร์กมีระดับความคาดหวังที่ตั้งอยู่บนความเป็นไปได้จริง ไม่คาดหวังอะไรที่เกินจริง ทำให้คนที่นั่นมี่ความสุข

(17). ทำตัวให้ว่าง

  • คนที่เหลือเวลาให้กับตัวเองบ้าง ไม่รับงานหรือวุ่นวายกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เช่น ไม่ดู TV หรืออ่านหนังสือพิมพ์มากเกินไป โดยเฉพาะข่าว 3 จังหวัดภาคใต้กับข่าวพวกประท้วงในไทย ฯลฯ มีความสุขมากกว่าคนที่ชอบทำตัวให้ไม่ว่าง
  • คนที่สนใจเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ทั้งวัน เช่น หมกมุ่นกับการเมือง ฯลฯ มีแนวโน้มจะมีความสุขน้อยลง

(18). คิดเรื่องดีๆ

  • คนที่คิดเรื่องดีๆ บ่อยๆ เช่น คิดถึงการทำความดีของคนรอบข้างทุกเช้า คิดถึงการทำความดีของตัวเองก่อนนอน ฯลฯ มีแนวโน้มจะมีความสุขมากกว่าคนที่คิดแต่เรื่องร้ายๆ

(19). ยิ้มให้เป็น

  • คนที่ยิ้มเก่งมีแนวโน้มจะมีความสุขมากกว่าคนที่ยิ้มไม่เก่ง... วิธีฝึกง่ายๆ คือ ส่องกระจกทุกครั้งให้ยิ้มกับ "คนในกระจก" ทุกครั้ง เวลาพูดโทรศัพท์ให้หากระจกมาตั้งไว้ใกล้ๆ (ส่องเป็นพักๆ)... พูดไปยิ้มไป

(20). แต่งงานกับความสุข

  • ผลการศึกษาพบว่า คนโสดที่แสนเศร้า (คนโสดที่มีอารมณ์ซึมเศร้าบ่อย) มีความสุขจากการแต่งงานมากกว่าคนโสดที่ไม่ค่อยเศร้า และคนที่แต่งงานแล้วส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะมีความสุขมากกว่าคนโสด
  • นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอร์วิคพบว่า คนที่มีความสุขสุดๆ ไปเลยคือ คนที่แต่งงานกับคนที่มีความสุข... ทีนี้ถ้าแต่งงานแล้วยังรู้สึกไม่ค่อยจะพึงพอใจก็ไม่ต้องตกใจ เพราะมีงานวิจัยพบว่า พวกขี้บ่นก็บ่นไปอย่างนั้นเอง จริงๆ แล้วส่วนลึกๆ ยังมีความสุขมากกว่าคนโสด
  • ถ้ายังโสดก็ไม่ต้องตกใจอีกนั่นแหละ เพราะมีวิธีทำให้มีความสุขอีก 19 วิธี (ข้อ 1-19)... เมื่อชีวิตมาถึงตรงนี้แล้ว ขอให้พอใจกับสิ่งที่เรามีและเป็น... แล้วความสุขจะเข้ามาหาเราเอง

...

เรื่องที่สำคัญมากสำหรับคนยุดนี้คือ ถ้าไม่อยากมีความทุกข์แบบสุดๆ... อย่าเป็นหนี้โดยไม่จำเป็นจริงๆ อย่าเป็นหนี้เกินตัว อย่าไปค้ำประกันหนี้สินให้คนอื่น และอย่าเล่นการพนัน

คนที่ไม่มีหนี้นั้น... เวลาหายใจเข้าก็หายใจเข้าเป็นสุข เวลาหายใจออกก็หายใจออกเป็นสุข ไม่หายใจติดขัดแบบคนมีหนี้

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ที่มา                                                     

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >  > 24 เมษายน 2552.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.