ไม่ว่าจะอย่างไรเราทุกคนก็ต้องตาย แต่การยอมรับ – การทำใจได้...มันยาก...

 

                เพื่่อนแพทย์หลายคนมีประสบการณ์คนไข้เสียชีวิต โดยเฉพาะกรณีภาวะฉุกเฉินหรือเป็นโรคระยะสุดท้าย
เราทุกคนก็ทราบกันว่า สุดท้ายไม่ว่าจะอย่างไรเราทุกคนก็ต้องตาย แต่การยอมรับ
การทำใจได้...มันยาก... ยิ่งคนใกล้ชิด เป็นพ่อแม่พี่น้องคนรัก ย่อมทำใจได้ลำบาก แพทย์หลายคนทำใจไม่ได้หรอก จึงเปลี่ยนความรู้สึกนั้นให้เป็นเรื่องธรรมดา แยกโรคออกจากคน มองคนเป็นแค่การเจ็บป่วย พยายามคิดว่าคนไข้เป็นคนที่อยู่ห่างไกลออกไป ไม่เห็นแก่ความรู้สึกของคนไข้หรือของญาติ หรือแพทย์บางคนหากยังมีความรู้สึกนั้นอยู่ก็กลายเป็นไม่กล้าที่จะแสดงความเสียใจ ไม่กล้าที่จะปลอบโยนคนไข้หรือญาติ เหมือนมีฉากมากั้นตัวเองว่า ชั้นทำไม่ได้หรอก ชั้นเป็นหมอนะ ชั้นรักษาเค้าอยู่ชั้นจะเสียใจไม่ได้

 มีเพื่อนแพทย์เล่าถึงคนไข้ตั้งครรภ์มาคลอดที่รพ.ชุมชน แต่มีภาวะแทรกซ้อนคลอดยาก เพื่อนแพทย์คนนี้ต้องยอมรับเลยว่าเป็นคนดีมาก มีน้ำใจมาก เรียนเก่ง ขยัน บุคลิกเรียบร้อย แต่จะพูดน้อยและขี้อาย เป็นเจ้าของไข้และส่งตัวคนไข้คลอดไปรพ.จังหวัด

สุดท้ายลูกเสียชีวิต หลังจากนั้นญาติคนอื่นที่ไม่ใช้สามีโกรธว่าทำไม่หลานเสียชีวิต จึงมาร้องเรียนกับรพ. ทางรพ.มีการดูแลคนไข้หลังคลอดและหลังผ่าตัดโดยการเยี่ยมบ้านอยู่แล้ว ได้มอบหมายให้เพื่อนแพทย์คนนี้ไปเยี่ยมบ้าน เพื่อนเครียดมากไม่อยากคุยกับญาติคนอื่น ๆ เลย เพราะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่เคยมาส่งคนไข้ที่รพ. แล้งยังต้องไปบ้านเขาอีก จะต้องถูกต่อว่าหรือถูกกดดันสารพัด ยืนกรานไม่ไปท่าเดียว 

   นี่เป็นความคิดและความรู้สึกที่ผิดพลาดมาก แพทย์เราไม่เคยถูกฝึกมาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ฝึกฝนแต่ความรู้และทฤษฎี แต่ไม่ได้ฝึกประสบการณ์ชีวิต  เราอาจจะต้องมีความเข้มแข็งให้มากกว่าคนอื่นในการพบกับคนไข้และญาติหลังจากที่เกิดการสูญเสีย แพทย์ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบพูดคุยกับคนไข้และญาติได้ หากยิ่งไม่พบไม่คุยคนไข้และญาติจะยิ่งไม่เข้าใจและตีความไปต่าง ๆ นานา บางทีขณะที่แพทย์เสียใจสุด ๆ  สงสารครอบครัวคนไข้สุด ๆ  ในเวลาเดียวกันนั้นคนไข้กับญาติอาจมองว่าแพทย์แย่สุด ๆ ไม่มาเยี่ยมเยียนคนไข้และครอบครัว  ก็แพทย์เองไม่บอกเขานี่ คนไข้และญาติเขาก็ไม่รู้ เขาก็มีสิทธิที่จะคิดเห็นอย่างอื่น  เราคิดเอาเองไม่ได้หรอกว่าญาติคนอื่นคงเข้าใจ ญาติคนอื่น ๆ คงจะคลายความรู้สึกโกรธหรือความความเข้าใจผิดไปได้เอง นี่อาจเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่แพทย์ต้องเข้มแข็ง ต้องพยายามตัดความกลัวของตัวเอง และไปพบ ไปพูดคุยปลอบโยน แสดงความรู้สึกเสียใจกับคนไข้และญาติ

หากเรายังไม่เข้มแข็ง ไม่กล้าที่จะไปพบคนไข้หรือญาติก็เท่ากับเรานั่นแหละทีละเลยความรู้สึกของตัวเอง

  แพทย์หลายคนคิดว่าเราไม่ควรมีความรู้สึกร่วมไปกับคนไข้ กลัวทุกข์ใจไปกับคนไข้ และทำให้เป็นอุปสรรคในการรักษาคนไข้ จริง ๆ แล้วมันขึ้นอยู่กับความพอดี และความเหมาะสม มันไม่ผิดหรอก มันไม่เสียหายหรอกที่จะมีความรู้สึก แพทย์ก็เป็นคน คนไข้ก็เป็นคน และเราก็รักษาคน คนที่มีความรู้สึก  แต่อาจจะลำบากที่แพทย์จะต้องรับรู้ความรู้สึกของทั้งคนไข้และญาติ โดยที่คนไข้และญาติไม่จำเป็นต้องรู้ความรู้สึกของแพทย์  แพทย์คงต้องทำใจในข้อนี้ว่าให้ใครมาเข้าใจแพทย์ทั้งหมดไม่ได้หรอกว่าแพทย์ยังทำใจอยู่ แพทย์ยังเหนื่อยอยู่  อย่างที่ว่า แพทย์ต้องเข้มแข็งกว่าคนไข้และญาติ และพร้อมให้เร็วที่สุดในการปลอบโยนคนไข้และญาติ ต้องสื่อสารให้มาก พูดคุยอธิบายและปลอบโยนให้มากที่สุดเพราะมันเป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งในการรักษาคนไข้