สวัสดีคะ นานมากที่ไม่ได้เข้ามาเขียนบันทึก ขณะนี้มีโอกาสร่วมโครงการส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาตอนปลาย จังหวัดนครศรีธรรมราช นะคะ และอยู่ระหว่างจัดทำแผนงาน บริหารจัดการเรียนเพื่อยกระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ไม่น่าเชื่อนะคะ นักเรียนของเรามีผลการเรียนอ่อนลงทุกปี งานชิ้นนี้จะเป็นการวัดศักยภาพครูมัธยมศึกษาที่เรียกร้องให้มีการแยกการบริหารจัดการตามความถนัดในแต่ละช่วงชั้น ครูจึงต้องพัฒนาตนเองให้ผ่านการประเมินคุณภาพในมาตรฐานที่ ๑๐ อย่างน้อยต้องระดับดีทุกคน ส่วนผู้เรียนต้องลดผลการเรียนระดับปรับปรุง (๐.๐๐- ๑.๙๙) ให้เพิ่มเป็น ๒.๐๐ มากขึ้น
และกลุ่มนักเรียนที่มีความเป็นเลิศ (๓.๐๐ ) ก็ส่งเสริมผลการเรียนให้สูงขึ้น อีกทั้งครูช่วยกันพัฒนาซึ่งกันและกัน สร้างแบบอย่างและนวัตกรรมช่วยเหลือกัน ในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีโรงเรียนที่เปิดสอนมัธยมศึกษาตอนปลายถึง ๗๑ โรงเรียน และมีผลการเรียนเฉลี่ย GPAX อยู่กลุ่มต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย สพฐ. ก็ลองนำส่วนหน้ามาเล่าก่อนนะคะ ซึ่งปีนี้ สพฐ. จัดสรรงบให้ จำนวน ๑,๑๙๙,๓๐๐ บาท สำหรับโครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานที่อยู่ในระดับปรับปรุงและพอใช้ และ สนับสนุนโรงเรียนที่ได้รับการประเมินผลระดับดี-ดีมากทุกมาตรฐานในการถอดความรู้ และนวัตกรรมเผยแพร่ จัดทำ KM เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ของจังหวัดโดยภาพรวม ก็คาดว่าถ้ามีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง คงเห็นผลในปีการศึกษา ๒๕๕๒ นี้แน่นอนคะ ลองศึกษาดูนะคะ ( จัดทำโดยคณะกรรมการ นะคะ)
กลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาตอนปลาย
จังหวัดนครศรีธรรมราช
ข้อมูลพื้นฐาน
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ถือกำเนิดขึ้นมาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งมุ่งให้มีองค์กรในการจัดการด้านคุณภาพการศึกษาเพียงองค์กรเดียว ภายใต้ การบริหารจัดการกระจายอำนาจในการจัดตั้งเขตพื้นที่การศึกษา โดยบริหารจัดการศึกษาทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๒ เป็นต้นมา จากการดำเนินการมาระยะหนึ่งการจัดการศึกษาที่เกิดจุดด้อยในการจัดการที่ชัดเจน คือ ระดับมัธยมศึกษา เนื่องจากการบริหารเป็นการจัดการที่เบ็ดเสร็จในตัวเอง ทำให้การประสานองค์กรไม่คล่องตัว ทั้งการบริหารองค์กร การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา งานวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานทั่วไป ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติ โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งขาดการส่งเสริมดูแลอันส่งผลกระทบต่อผลการทดสอบระดับชาติ ดังนั้นกลุ่มโรงเรียนมัธยมศึกษาเดิมจึงได้เร่งรัดให้มีการปรับองค์กรและรูปแบบการบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมคุณภาพและยกระดับการจัดการศึกษา เป็นสำคัญ โดยใช้กลไกในกลยุทธ์ที่ ๕ สร้างความเข้มแข็งและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบริหารและการจัดการศึกษาเพื่อรองรับการกระจายอำนาจอย่างมีประสิทธิภาพบนหลักธรรมภิบาลในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ในการแยกการบริหารเป็นเขตพื้นที่มัธยมศึกษา ต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงได้จัดตั้งกลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการการจัดการมัธยมศึกษาตอนปลาย ขึ้น โดยในการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนมัธยมทั่วประเทศ ในวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ รมว.ศธ. ได้ขอคำตอบว่า “เมื่อแยกเขตเขตพื้นที่การศึกษาออกแล้ว สิ่งที่การศึกษาต้องได้กลับมา คือ คุณภาพ” ซึ่งผู้บริหารมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ได้ยืนยันในข้อแลกเปลี่ยนดังกล่าวนี้ว่า “คุณภาพการมัธยมศึกษาของไทยต้องดีขึ้น”
ดังนั้นในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน นักเรียน และครู ในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีผลการประเมินคุณภาพต่ำกว่าเกณฑ์ และพัฒนาความเป็นเลิศสำหรับโรงเรียนที่มีผลการประเมินคุณภาพในระดับ ดี และดีมาก โดยใช้กลไกการส่งเสริม สนับสนุนจากกลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาตอนปลายและศูนย์พัฒนากลุ่มสาระการเรียนรู้
ในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดสรรงบประมาณโดยกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จระดับผลลัพธ์ ไว้ดังนี้
๑. ร้อยละของครูที่ผ่านการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความแตกต่าง และความสามารถของผู้เรียนในกลุ่มสาระวิชาหลักที่สามารถดำเนินงานเป็นไปตาม ๒ ตัวบ่งชี้ คือ
๑.๑ ลดจำนวนนักเรียนที่มีผลการเรียนที่ต่ำกว่า ๒.๐๐ ภาคเรียนที่ ๑ และ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๒ ในโรงเรียนกลุ่มยกระดับคุณภาพ
๑.๒ เพิ่มจำนวนนักเรียนที่มีระดับผลการเรียนสูงกว่า ๓.๐๐ ในภาคเรียนที่ ๑ และ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๒ และพัฒนาสู่ความเป็นเลิศในโรงเรียนกลุ่มพัฒนาความเป็นเลิศ
๒. จำนวนสื่อเทคโนโลยีทางการศึกษาที่ศูนย์พัฒนากลุ่มสาระการเรียนรู้สามารถจัดหาและพัฒนาเป็นคลัง
สื่อได้
๓. รายการข้อมูลสารสนเทศพื้นฐานของศูนย์พัฒนากลุ่มสาระการเรียนรู้ เกี่ยวกับทรัพยากรบุคคล ทรัพยากรแหล่งเรียนรู้ ทรัพยากรวัสดุครุภัณฑ์อุปกรณ์ที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้และสารสนเทศอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นประโยชน์ในการวางแผน
๔. จำนวนมาตรฐานจากผลการกระกันคุณภาพภาพในสถานศึกษาที่เทียบกับผลการประเมินคุณภาพของ สมศ. ในระดับปรับปรุง และพอใช้ ได้รับการพัฒนาสูงขึ้นอย่างน้อย ๑ ระดับ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กำหนดแนวทางในการดำเนินงาน ดังนี้
๑. ให้กลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาตอนปลายจังหวัดจัดทำแผนพัฒนา
คุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๖ และแผนปฏิบัติการประจำปี พ.ศ.๒๕๕๒
๒. พัฒนาครูผู้สอนโดยรูปแบบที่หลากหลายที่เน้นการเพิ่มประสบการณ์ที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
และเพิ่มทักษะที่จะต้องนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับผลการวิเคราะห์
คุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษา ตลอดจนการวัดผลประเมินผลที่มีมาตรฐาน
๓. ครูผู้สอนที่ผ่านการพัฒนามีข้อมูลผลสัมฤทธิ์นักเรียนรายบุคคล และพัฒนานักเรียนโดยสามารถลดจำนวนนักเรียนที่มีผลการเรียนที่ต่ำกว่า ๒.๐๐ เมื่อเทียบกับรายวิชาที่เป็นพื้นฐานก่อนหน้าสำหรับกลุ่มยกระดับคุณภาพและเพิ่มจำนวนนักเรียนที่มีผลการเรียนสูงกว่า๓.๐๐ เมื่อเทียบกับรายวิชาที่เป็นพื้นฐานก่อนหน้า พร้อมกับพัฒนาสู่ความเป็นเลิศสำหรับกลุ่มพัฒนาความเป็นเลิศ
๔. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เร่งพัฒนานักเรียนในกลุ่ม เก่ง ปานกลาง และอ่อน โดยผู้สอนมีแผนการเรียนรู้ที่เน้นรูปแบบกระบวนการเรียนรู้ สื่อเทคโนโลยีที่เหมาะกับกลุ่มและเป็นที่ยอมรับ
๕. จัดหา หรือพัฒนาสื่อเทคโนโลยีทางการศึกษาและระบบเครือข่ายที่ใช้สนับสนุนตามแผนการเรียนรู้ของผู้สอน ที่จะนำไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เร่งพัฒนาผู้เรียน รวมถึงมีการนิเทศการสอนที่เป็นไปตามแผนการเรียนรู้ การช่วยสอน หรือจัดหาชดเชยอัตรากำลังที่ไม่พอตามเกณฑ์
อ่านต่อ