ตอน (1)

วันที่สองของ workshop (2 เมย.52) เริ่มต้นด้วยการนำเสนอ วิสัยทัศน์ และ พันธกิจ ที่ผ่านการร้อยเรียงโดยทีมอาสาสมัคร เพื่อให้ผู้เข้าร่วม ws ช่วยกันทบทวนอีกครั้งว่ามีความครบถ้วนครอบคลุมทุก "ภาพฝัน" ตามที่ทุกคนได้ช่วยกันระดมความคิดเห็นไว้เมื่อวานนี้หรือไม่ โดยมี พี่นก ฐิติมา โกศัลวิตร จาก สคร.7” เป็นตัวแทนออกมานำเสนอ ส่วนผู้เข้าร่วม ws อื่นๆ ก็ได้ช่วยกันปรับและขัดเกลาถ้อยคำอีกนิดหน่อยเพื่อให้มีความสละสลวยกลมกลืนมากขึ้น

   

จากนั้นวิทยากรชวนผู้เข้า ws เล่นเกมเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนนำเข้าสู่การฝึกปฏิบัติ ขั้นตอนที่ 3 ของการทำ OM นั่นก็คือ การระบุ หุ้นส่วน (partner) หรือภาคีเครือข่าย ที่จะมาร่วมมือกันดำเนินงานเพื่อให้โครงการฯบรรลุ พันธกิจ ที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งมี 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

  • Direct Partner หรือDP เป็นกลุ่มที่ โครงการฯของเรา เข้าไปทำงานด้วยโดยตรง เป็นหุ้นส่วนที่ร่วมลงไม้ลงมือกันอย่างใกล้ชิด มีใจ และพร้อมที่จะผลักดันให้พันธกิจของโครงการฯบรรลุผล และในกรณีที่โครงการฯสิ้นสุด คนกลุ่มนี้ก็ไม่ได้หยุดไปด้วย เพราะเขามีความรู้สึกเป็นเจ้าของ (Ownership) สิ่งที่ทำอยู่นี้ และทำงานต่อไปอย่างต่อเนื่อง
  • Strategic Partner หรือSP เป็นกลุ่มที่มีใจ และให้การสนับสนุน มีส่วนช่วยคิด ช่วยฝัน ร่วมกันวาง Strategy เพื่อที่จะไปส่งเสริม Direct Partners อีกทีหนึ่ง

เช้าวันแรกของ ws“อ.ประพนธ์ ได้บอกไว้แล้วว่า เรา ต้องแยก หุ้นส่วนทั้ง 2 กลุ่มนี้ให้ดี เพราะมีบทบาทหน้าที่ไม่เหมือนกัน กลุ่มที่เป็น DP คือ กลุ่มที่ เรา จะเกาะกลุ่มใกล้ชิด ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาไปด้วยกัน ส่วน SP จะมีความห่างมากกว่า คือ เป็นกลุ่มที่อาจจะสนใจเรื่องเดียวกัน แต่ในทางปฏิบัติอาจจะแค่ช่วยคิด ช่วยสนับสนุนในระดับยุทธศาสตร์หรือนโยบายเท่านั้น

 
   

พอเข้าสู่ช่วงของการฝึกปฏิบัติค้นหา หุ้นส่วน วิทยากรให้แบ่งกลุ่มย่อย แบบคละหน่วยงานออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละประมาณ 8-10 คน แล้วให้แต่ละกลุ่ม list รายชื่อหน่วยงานต่างๆ ที่คิดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานลดเสี่ยง ลดโรคไม่ติดต่อในชุมชน จากนั้นให้นำรายชื่อหน่วยงานทั้งหมดมาแยกว่าหน่วยงานไหนเป็น DP และ SP

ปรากฏว่าขั้นตอนที่ 3 นี้ ใช้เวลาค่อนข้างมาก และเกิดการสับสนอลหม่านขึ้นเล็กน้อย เมื่อผลจากการนำเสนอของแต่ละกลุ่มออกมาว่า มีหน่วยงานบางแห่งที่กลุ่มหนึ่งระบุว่าเป็น DP ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งระบุว่าเป็น SP ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน และซักถามกันอย่างกว้างขวาง และทำให้ได้ข้อสรุปด้วยว่า

     

 

  • ผู้เข้าร่วม ws ยัง สวมหมวกคนละใบ ในการเลือก partner ยังไม่ได้หลอมรวมกัน เป็น เรา ซึ่ง เรา ในที่นี้หมายถึง ทุกคนเป็น เครือข่ายการจัดการความรู้ NCDฯ” หรือ “KM-NCD Network”
  • ผู้เข้าร่วม ws ส่วนใหญ่เข้าใจว่า ws ครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้มาเรียนรู้และฝึกปฏิบัติใช้ OM เท่านั้น ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ถูกต้องเพียงครึ่งเดียว เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของ ws ต้องการเชื่อมโยงให้ทุกคนมาร่วมมือกันเขียนแผนการดำเนินงานฯ ด้วยเทคนิค OM ซึ่งแผนที่ได้จาก ws ครั้งนี้จะเป็นแผนที่นำไปใช้ในการดำเนินงานจริงๆ ของโครงการฯด้วย

วิทยากร จึงต้องย้ำอีกหลายๆ ครั้งว่า ให้ทุกคนใน ws ร่วมกันวางแผนในบทบาทที่เป็น เรา โดยถอดหมวกใบเดิมไม่ว่าจะเป็น สคร. สสจ. หรืออะไรก็ตามออกก่อน

 

ส่วน คุณหมอฉายศรี ก็ได้ชี้แจงวัตถุประสงค์และรายละเอียดต่างๆ ของโครงการฯให้ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นที่โครงการฯมีงบประมาณที่พร้อมอยู่แล้วสำหรับการสนับสนุนให้เครือข่ายสามารถดำเนินงานได้ทันทีตามแผน OM ที่ได้เขียนร่วมกันใน ws ครั้งนี้

 

    

 

เราใช้เวลาตลอดครึ่งเช้าของวันนี้ แลกเปลี่ยนและช่วยกันค้นหา DP และ SP ทำให้ผู้เขียนนึกย้อนถึงเช้าวันแรกของ ws ที่ "อ.ประพนธ์" เตือนไว้แล้วว่า ขั้นตอนที่ 3 นี้ค่อนข้างจะยากและซับซ้อนมากขึ้น ต้องใช้เวลาคิด ค่อยๆ คิด ต้องจัดวางดีๆ เพราะถ้าคิดแบบเร็วๆ จะได้ หุ้นส่วนตัวปลอมอาจารย์บอกด้วยว่า เรา จะรู้ว่าใครเป็น DP หรือ SP ได้นั้น ก็ต้องมีการพูดคุยกัน ตกลงกัน แล้วพอทำไปๆ จากที่เราคิดว่าเขาเป็น DP พอถึงจุดหนึ่งเราก็สามารถเปลี่ยนไปเป็น SP ได้ เพราะ OM ไม่ใช่แผนที่ตายตัว ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เหมือนการวางหมาก

 

คุณธวัช วิทยากรนำกระบวนการ ได้กล่าวให้กำลังใจว่า อาการสับสนอลหม่านที่เกิดขึ้นจากการถกเถียง แลกเปลี่ยน ซักถามกันอย่างกว้างขวางในช่วงเช้าของวันนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ก่อให้เกิด กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของผู้เข้าร่วม ws ทุกคน เพราะเมื่อเราทุกคนผ่านช่วงอลหม่านนั้นมาได้ ก็จะพบกับความกระจ่างที่ทำให้เราสามารถวางแผนการทำงานขั้นตอนต่อๆ ไปให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น

 

ช่วงบ่ายเรายังคงอยู่ในขั้นตอนของการเลือก หุ้นส่วน ต่อจากที่ทำค้างไว้ในช่วงเช้า แต่คราวนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและรื่นไหลมากขึ้น เพราะทุกคนมีความเข้าใจตรงกันแล้ว และได้ช่วยกันเลือก DP หลักๆ ของโครงการฯ ออกมา 4 หน่วยงาน เพื่อฝึกปฏิบัติ ขั้นตอนที่ 4 คือ การเขียน “Outcome Challenges” อันหมายถึง ความท้าทายที่เป็น "ผลลัพธ์เชิงพฤติกรรม" (ทักษะ ความสามารถ) ของ DP ที่ เรา ต้องการจะเห็น และเป็นปัจจัยที่ทำให้บรรลุพันธกิจได้ โจทย์ของขั้นตอนนี้คือ ถ้าจะให้ "พันธกิจ" ที่เขียนไว้บรรลุผล "ผลลัพธ์เชิงพฤติกรรม" ของ DP ที่โครงการฯเลือกไว้ ที่จำเป็นคืออะไร?

 

ต่อจากนั้นวิทยากรให้ผู้เข้าร่วม ws ทำกิจกรรม บันไดแห่งความรัก เพื่อเชื่อมโยงให้เข้าใจเกี่ยวกับผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมเพิ่มมากขึ้น และนำเข้าสู่ ขั้นตอนที่ 5 คือ การเขียน Progress Markers

 

   

 

โจทย์ของขั้นตอนนี้คือ การที่จะไปให้ถึง Outcome Challenges หรือ OC ที่กำหนดไว้ มีอะไรบ้างที่ถือว่าเป็น สัญญาณ (Sign)” หรือเป็น เครื่องหมาย (Marker)” ที่บอกว่าเราก้าวหน้า (Progress) ไปถึงไหนแล้ว โดยแบ่งเป็น 3 ขั้น คือ

  • Expect to see – คาดว่าน่าจะเกิด
  • Like to see – อยากจะให้เกิด
  • Love to see - ถ้าเกิดได้ก็ดี

ก่อนเข้าสู่ ขั้นตอนที่ 6 คือ การเขียน Strategy Maps วิทยากรให้ผู้เข้าร่วม ws ดูวีซีดีการดำเนินงานพัฒนาชุมชนเข้มแข็งของ อบต.ปากพูน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและให้เห็นตัวอย่างแผนกลยุทธ์การดำเนินงานของ อบต.ปากพูน ที่ประสบความสำเร็จด้านการพัฒนาชุมชนเข้มแข็งโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชนและการสนับสนุนของหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

โจทย์ที่ต้องทำของขั้นตอนนี้ คือ เพื่อที่จะให้ OC ที่วางไว้เป็นจริง

  • เราต้องใช้ Strategy อะไร?  
  • เราจะต้องทำอะไร เพื่อส่งเสริมให้เกิด OC นี้ เป็นจริงเป็นจังขึ้นมา
  • เราจะต้องให้การสนับสนุนอะไรบ้าง?

   

 

    

 

เมื่อหมดเวลาในวันที่สองของ ws เราทุกคนก็ได้ร่วมกันเขียน OM ผ่านไปแล้ว 6 ขั้นตอน แม้ว่าในวันนี้อาจจะยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนกันอยู่บ้างถึงวัตถุประสงค์ที่ "แกนนำ" ของโครงการฯ คือ "คุณหมอฉายศรีฯ และ สำนักโรคไม่ติดต่อ ชวนทุกคนมาร่วมใน ws ครั้งนี้ แต่ทุกอย่างก็ดำเนินผ่านไปได้ด้วยดี ในบรรยากาศของความร่วมมือร่วมใจ ซักถาม แลกเปลี่ยน และเรียนรู้ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์

 

สิ่งที่ผู้เขียนเห็นและสัมผัสได้ คือ ผู้เข้าร่วม ws ทุกคนมีความตั้งใจ เอาจริงเอาจังในการร่วมมือกันทำงานตามโจทย์ทุกๆ ขั้นตอน ภาพที่ผู้เข้าร่วม ws ทุกคนลงไปคลุกทำงานร่วมกันอยู่บนพื้นห้องอย่างไม่ถือเนื้อถือตัว ไม่บ่น ไม่เบื่อ ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย อยู่ช่วยกันอย่างเหนียวแน่นตั้งแต่เช้าจรดเย็น เป็นภาพแห่งความประทับใจที่สื่อความหมายได้ว่าทุกคน มีใจ/ให้ใจ กับโครงการฯนี้แล้ว ที่เหลือคือจะทำอย่างไรให้ "เรา" จับมือกันเดินไปสู่ความสำเร็จตาม "ภาพฝัน" ที่มีร่วมกันได้

 

ปลาทูแม่กลอง

5 เมษายน 2552