กำลังอ่านหนังสือ "What do you care what other people think?" ของ Richard Feynman อ่านไปได้เพิ่งจะไม่เท่าไหร่ แต่สิ่งที่ได้จากการอ่านที่ผ่านมาก็คือ ชอบวิธีคิดที่เขาสื่อสารออกมา ซึ่งบอกได้ว่า เขาได้แนวคิดนี้มาจากคุณพ่อของเขานั่นเอง

สิ่งที่แตกย่อยออกมาในความคิดเมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้ที่อยากเอามาบันทึกในวันนี้ ก็คือ การที่เรามีความคิดของเราเองที่ไม่เหมือนใครนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก การที่ไม่มีใครแสดงว่าคิดแบบที่เราคิด ไม่ได้แปลว่าคนอื่นไม่ได้คิดแบบเรา และใครจะคิดแบบเรา เชื่อแบบเรา อยากทำแบบเราหรือไม่ ไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญก็คือ ความเป็นเรานั้น ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน และไม่ว่าเราจะมีอำนาจอิทธิพลแค่ไหน เราก็ต้องไม่บีบบังคับให้คนอื่นเป็นเหมือนเราหรือทำอย่างเรา (แม้แต่ลูกของเราเอง เราก็ไม่มีสิทธินั้น)

สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งอีกอย่าง ที่ตัวเองได้เรียนรู้มาด้วยวัยวันที่ผ่านมาก็คือ เราไม่ต้องแคร์ว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรกับเรา คำพูด คำวิจารณ์ของคนอื่นที่มีต่อตัวเรานั้น เราควรให้ความสำคัญในแง่ของการรับรู้แล้วนำมาพิจารณาว่า เราเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ยังไง มีอะไรที่เราควรปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลง (เท่าที่เหมาะสม) หรือไม่ อย่างไร อะไรที่เราควรใส่ใจ อะไรที่ไม่ใช่สาระสำคัญ

สมัยที่ยังเด็กๆ จะเป็นตัวของตัวเองแบบคิดเงียบๆ และไม่กล้าที่จะแสดงความคิดของตัวเอง (เมื่อแตกต่างจากคนอื่น) มากนัก แต่พอโตขึ้นๆ ก็จะใช้วิธีทดสอบสิ่งที่ตัวเองคิดและเชื่อด้วยการลองทำ อยากใช้ชีวิตแบบไหนก็ลองทำ โดยไม่ต้องสนใจว่าใครจะว่ายังไง แต่ก่อนยังไม่ค่อยรู้ว่า หากเรามีหลักฐานทางสังคมที่รับรองความรู้ ความคิดของเรา เราจะทำอะไรอย่างที่เราคิด เราเชื่อได้ง่ายขึ้นมาก เรียนอะไรก็เพราะอยากเรียนรู้มากกว่าที่จะให้ได้หลักฐานมายืนยันว่าเรารู้ แต่มาถึงตอนนี้รู้แล้วว่า หากเรามีดีกรียืนยัน ถึงแม้เราไม่รู้ คนก็ยังคิดว่าเรารู้เสียด้วยซ้ำ โชคดีที่เราก้าวผ่านจุดที่เราแคร์กับความคิด คำพูดคำวิจารณ์ ของคนอื่นอย่างขาดความมั่นใจมาแล้ว ทำให้ยังคงเป็นตัวเองได้แบบธรรมดาๆเหมือนเดิม แต่มีความสุขขึ้นตรงที่รู้แล้วว่า อะไรๆก็ไม่สำคัญไปกว่า ความเชื่อในตัวเองของเราแบบที่เราเป็นเราเอง