... ภาพที่ 1,2: แสดงสัดส่วน(ร้อยละ)ของการผลิตชาในปี 2546 จากสีเขียวเข้ม (> 10%), สีเขียวกลาง (5-10%), สีเขียวอ่อน (< 5%) และสีเทา (ปลูกไม่มาก) [ Wikipedia ] ... ... ภาพที่ 3: แสดงสัดส่วนการผลิตชาในปี 2546 > อันดับ 1 คือ อินเดีย (27.4%), รองลงไปเป็นจีน (24.6%), ศรีลังกา (9.8%), เคนยา (9.4%), อินโดนีเซีย (5.3%) ตามลำดับ [ Wikipedia ] ... คนทั่วโลกหันมาดื่มชากันมากขึ้นเรื่อยๆ... ปี 2551 คนทั่วโลกดื่มชากัน 3.85 ตัน เพิ่มขึ้น 4.8% ส่วนหนึ่งมากกว่าที่ผลิตได้คือ 3.78 ตัน ไม่เหมือนปีก่อนๆ ที่ยอดการผลิตสูงกว่ายอดการบริโภค ภาวะโลกร้อนทำให้เกิดภาวะแห้งแล้งยาวนาน (drought) ในเคนยา ศรีลังกา และอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตชารายใหญ่ของโลก ... ต้นปีนี้ (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2552) ศรีลังกาผลิตชาได้น้อยลง 15% เนื่องจากภาวะขาดน้ำ การประมูลส่งออกชาในอาฟริกาทำกันในเมืองมอมโบซา เคนยาในปี 2551 ($2.33/kg) สูงกว่าปี 2550 ประมาณ 1 ใน 3 ($1.76/kg) ... ปีนี้ (2552) คาดว่า เคนยาจะมีผลผลิตชาลดลง และราคาจะเพิ่มขึ้นด้วย ประเทศที่นำเข้าชาอันดับ 1 คือ รัสเซีย รองลงไปเป็นสหราชอาณาจักร (UK) คงจะต้องดื่มชาแพงขึ้นหน่อย ... ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ ...
> 1 เมษายน 2552.
Thank BBC > Tea prices are surging. Is your mug next? > [ Click ] > 31 March 2009.
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้ท่านนำไปเผยแพร่ความรู้ได้โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >
ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้