เราเรียกว่าบูรณาการเข้าด้วยกัน บทบาทของคุณต่าง ๆ จึงแยกออกจากกันได้อย่างชัดเจน แต่เมื่อแยกแล้วจะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย ประโยชน์หรือผลสำเร็จจะมาตอนที่รวมกันเท่านั้น

     จากบันทึกที่ผมบันทึกไว้คือ คุณอำนวย (KF) สไตล์ “ชายขอบ” ซึ่งได้เกิดประเด็นคำถามที่หลาย ๆ ท่านได้แสดงความคิดเห็นไว้ เพื่อต่อยอดความรู้กัน มีหลาย ๆ ประเด็นซึ่งล้วนแต่น่าสนใจทั้งนั้น (จนผมหยิบมาตอบไม่ทันเลย) บันทึกนี้ขอหยิบเอาประเด็นคุณต่าง ๆ (คำถามด้วยความสงสัยของ Dr.Ka-poom) ที่ถูกเรียกเพื่อเป็นสื่อแสดงบทบาทของผู้ที่ดำเนินการจัดการความรู้ในด้านต่าง ๆ คือ คุณเอื้อ คุณอำนวย คุณกิจ และคุณลิขิต ตามที่ผมได้ยินครั้งแรกคือ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ได้กล่าวถึงไว้

     คุณเอื้อ คุณอำนวย คุณกิจ และคุณลิขิต คืออะไรเหรอครับ ตามทัศนะผมเองนะครับ คือคนที่มีบทบาทเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องการจัดการความรู้ (KM) เอาแบบจำง่าย ๆ นะครับ
          คุณเอื้อคือผู้ที่กำหนดเลือกเป้าหมายปลายสุดที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้อง คุณเอื้อจะคอยสนับสนุน คอยขจัด/ลดขั้นตอนที่เป็นปัญหาในการดำเนินการสู่เป้าหมายปลายสุดที่ว่า และยังทำหน้าที่ถือหางเสือยานนาวาลำนั้น ๆ ด้วย
          สำหรับคุณอำนวยคือ ผู้ที่ทำหน้าที่อำนวยความสะดวก จัดหา/สร้างโอกาสที่จะทำงานไปด้วย ลปรร.กันไปด้วย หลัก ๆ คือคนที่ลงมือปฏิบัติในส่วนของการอำนวยการและเชื่อมต่อในแต่ละภาคส่วนเพื่อประสานการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายปลายสุดให้ราบรื่น ประหยัด และเกิดประโยชน์สูงสุด เป็นคนที่มองในภาพรวมของการขับเคลื่อน
          มาถึงคุณกิจ คือคนที่เป็นผู้รับผิดชอบเนื้องานนั้น ๆ โดยตรง ซึ่งก็จะแบ่งออกไปตามประเภทหน้าที่ของคุณกิจแต่ละคน จะเหมือนหรือแตกต่างกันก็ได้ แต่ที่แน่นอนคือทุกภาระหน้าที่นั้นจะสอดรับสอดประสานกันเพื่อเป้าหมายปลายสุดร่วมกัน
          และคุณลิขิต ก็คือคนที่ทำหน้าที่จดบันทึกเหตุการณ์ เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อสร้างเป็นขุมความรู้ที่เกิดขึ้น

     มาถึงตรงนี้ผมก็อยากจะชี้ไปให้เห็นสิ่งที่ผมคิดเอง..ว่าเอง...ว่า... โดยเนื้อแท้แล้ว คุณ...ต่าง ๆ ที่ว่านั้นสามารถปรับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปได้ และที่สำคัญในเนื้องานหนึ่ง ๆ เมื่อแบ่งด้วยเงื่อนไขเวลาด้วยแล้วบทบาทเหล่านี้ก็อาจจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ที่อาจจะทำทดแทนกันได้ แต่อาจจะไม่ดีที่สุด เพราะอะไรเพราะความถนัดและทักษะที่แตกต่างกัน อุปมาดังเช่นวงดนตรีสากลวงหนึ่งประกอบเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น นักคนตรีแต่ละคนประจำอยู่ตามความถนัดและทักษะที่ถนัด หากเมื่อถึงคราวจำเป็นในบางครั้งก็อาจจะต้องใช้นักดนตรีสำรอง และเกิดการเปลี่ยนเครื่องคนตรี เพื่อให้คนที่ทดแทนทำหน้าที่ได้ ตามข้อจำกัดที่เขามี เมื่อลงตัววงดนตรีก็เล่นไปได้ แต่อาจจะไม่เหมือนชุดเดิม ที่ดีที่สุด ก็ต้องเล่นไปสักพัก ทุกอย่างเข้าที่ รู้กัน จึงไปได้ อันนี้หมายถึงต้องมีการซ้อมกันไว้บ้าง ก็เหมือนงานที่เราทำที่ต้องมีการทดแทนกันได้

     เมื่อได้ยกตัวอย่างวงคนตรีสากลแล้วลองนึกตามดูสิครับ หากมองว่าคุณกิจคือนักร้องนำ ก็จะเห็นว่าในบางครั้งก็ต้องมีการร้องประสานเสียง บางครั้งก็มีการโยนลูกให้นักดนตรีรับไปร้องบ้างในบางตอนบางจังหวะ หรือหากมองว่าผู้ให้จังหวะคือคุณเอื้อ ก็จะเห็นว่าการให้จังหวะมีอยู่ในหลาย ๆ ส่วนทั้งกรอง กีต้าเบส กีต้าร์ แต่เน้นหนักที่กลองและเป็นส่วนนำจังหวะ ใช่ไหมครับ ให้จังหวะไม่ดีก็เดือดร้อนไปถึงนักร้อง จะร้องไม่ได้ ถัดมาผมมองถึงคุณอำนวยเป็นมือกีต้าร์ที่คอยให้อารมณ์ ให้ความสุข เร่งเร้าให้คุณกิจ ขับขานบทเพลงออกมาด้วยอารมณ์ความรู้สึกร่วม เพิ่มความไพเราะ อีกทั้งก็ให้จังหวะไปด้วย ส่วนคุณลิขิตนั้นก็เป็นคนเก็บข้อมูลเสียงเพลงที่ออกมา และคอยสะท้อนกลับเพื่อการปรับปรุงและต่อยอด ตลอดจนบันทึกลักษณะที่ดี เพื่อทบทวนนำมาใช้ได้อีกในภายหลัง ที่สำคัญก่อน-หลังเล่นทุกคนช่วยกันแบกกลอง ขนแบกอุปกรณ์เครื่องประกอบต่าง ๆ ได้ทุกคนไม่เว้นแม้แต่คุณเอื้อ อย่างนี้ใช่ไหมที่เราเรียกว่าบูรณาการเข้าด้วยกัน บทบาทของคุณต่าง ๆ จึงแยกออกจากกันได้อย่างชัดเจน แต่เมื่อแยกแล้วจะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย ประโยชน์หรือผลสำเร็จจะมาตอนที่รวมกันเท่านั้น

     พยายามที่จะอธิบายตามที่ Get ได้ แต่ก็ทราบดีว่าน่าจะยังทำได้ไม่ดีนัก แต่หากพอจะเป็นประโยชน์ที่พอจะช่วยให้มองเห็นในระยะเริ่มต้นได้บ้างผู้บันทึกก็สุขใจระดับหนึ่งแล้ว หากจะหาข้อมูลเบื้องต้นของคุณต่าง ๆ นั้นแนะนำว่าอ่านจากบันทึกของอาจารย์หมอวิจารณ์ พานิช ใน Blog GotoKnow.org ที่ http://thaikm.gotoknow.org  ต่อได้ครับ อาจารย์บันทึกไว้อย่างละเอียดและแนบเนียนในการทำความเข้าใจด้วยตนเอง ลองดูนะครับ และอยากให้ ลปรร.เพิ่มเติมต่อท้ายบันทึกนี้ด้วยครับ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจต่อไป