เรียกว่ายิ่งออมนานยิ่งได้รับสวัสดิการมาก เป็นการดูแลช่วยเหลือกันเองในชุมชน ปัจจุบันมีเงินกองทุนกว่าล้านบาทแล้ว อย่างนี้ไม่ต้องรอให้รัฐมาจัดโครงการประชานิยมหรือเอื้ออาทร แต่ชุมชนสามารถจัดการดูแลช่วยเหลือกันได้

        

          อสม.นับว่าเป็นกลุ่มคนจิตอาสายุคบุกเบิกมากว่า ๓๐ ปี จนรัฐบาลชุดปัจจุบันเห็นความสำคัญของอสม.ได้มีนโยบายพิจารณาให้ค่าตอบแทนขึ้นเป็นครั้งแรก แต่สิ่งที่ได้มีการสร้างขวัญกำลังใจแก่อสม.เป็นประจำต่อเนื่องมาทุกปีคือ การประกวดอสม.ดีเด่น ในปีนี้มีถึง ๑๑ สาขา และอสม.จังหวัดน่านได้ผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนอสม.ดีเด่นในระดับภาคเหนือจำนวน ๔ สาขาเพื่อเข้าประกวดอสม.ดีเด่นในระดับชาติต่อไป

          หนึ่งในสี่สาขานั้นคือ สาขาสุขภาพจิตชุมชน คุณเกสร พึ่งธรรม อสม.ดีเด่นตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ได้เป็นอสม.ดีเด่นสาขาสุขภาพจิตของภาคเหนือ คณะกรรมการประกวดอสม.ดีเด่นระดับชาติได้กำหนดลงพื้นที่ประเมินผลงานของอสม.ดีเด่นในวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา นพ.ประภัสสร เจียมบุญศรี รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็นประธานคณะกรรมการ

          ผมคุ้นเคยกับชุมชนน้ำเกี๋ยนค่อนข้างมากในระยะเวลากว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมา ด้วยภาระงานที่ทั้งเข้าไปเรียนรู้และไปหนุนเสริมกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาน้ำเกี๋ยน ไม่ว่าจะเป็นงานป้องกันยาเสพติด แผนชุมชน และอื่นๆ ผมค่อนข้างเห็นพัฒนาการการเรียนรู้ของน้ำเกี๋ยนตั้งแต่ในยุคเริ่มก่อตัวจนมาถึงยุคเบ่งบานในปัจจุบัน ความเป็นน้ำเกี๋ยนมีลักษณะโดดเด่นที่แตกต่างจากชุมชนอื่นๆ หลายประการ แต่ที่เห็นได้ชัดคือความเป็นหนึ่งเดียว ที่ไม่แยกฝ่ายราชการ ฝ่ายท้องถิ่น ฝ่ายท้องที่ และฝ่ายประชาชน ด้วยความเป็นหนึ่งนี้จึงทำให้การคิดและทำของที่นี่จึงเป็นไปอย่างมีพลัง นอกจากนี้การเชื่อมความคิดอุดมการณ์กับคนภายนอกและกระบวนการขับเคลื่อนสังคมไทย ตรงนี้ทำให้เรื่องเล็กๆ จากหมู่บ้านก้าวไปอยู่ในระดับประเทศได้

 

          น้ำเกี๋ยนมีวิสัยทัศน์ร่วมกันว่า

กินอิ่ม นอนอุ่น ฝันดี

          กินอิ่ม หมายถึง การมีเศรษฐกิจความเป็นอยู่ที่พอเพียง พออยู่ พอกิน

          นอนอุ่น หมายถึง มีสุขภาวะที่ดี ทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ

          ฝันดี หมายถึง มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่มีอบายมุขและสิ่งเสพติด

 

          การก่อตัวของน้ำเกี๋ยน

          เริ่มจากวิกฤตป่าไม้ อันที่แต่เดิมเป็นแหล่งอาหาร แหล่งต้นน้ำของคนในชุมชน แต่ได้มีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่ากันอย่างมาก และมียาเสพติดแพร่ระบาดเข้ามาในกลุ่มนี้ แล้วขยายวงกว้างไปยังคนกลุ่มเยาวชนในหมู่บ้าน ทำให้แกนนำในชุมชนได้นำเอาประเด็นนี้มาขบคิดหาทางออกร่วมกัน จนเกิดกระบวนการ บวรส.บอ-วะ-ระ-สะ บ้าน-วัด-โรงเรียน-ส่วนราชการ ในการร่วมมือกันจัดกิจกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างหลากหลาย เกิดแกนนำ ๔๒ ขุนศึกขึ้นในตำบล ที่จะเป็นแกนนำขับเคลื่อนกระบวนการทุกอย่างในน้ำเกี๋ยนผ่านเวทีชาวบ้านและกิจกรรมหลากหลายที่คิดกันขึ้นมา จนสามารถลดปัญหายาเสพติดให้ไปอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ไม่เป็นปัญหาต่อคนในชุมชน แล้วขยับไปเคลื่อนงานสร้างความอยู่ดีมีสุขด้านอื่นๆ เช่น แผนแม่บทชุมชน(ที่นี่เขาเรียกว่าแผนร้อยแปด หมายถึงแผนทุกอย่าง), ลดละเลิกบุหรี่-เหล้า, ลดละเลิกอบายมุขและการพนัน เป็นต้น

 

          ชุมชนลดละเลิกบุหรี่

          ได้มีการจัดเวทีชาวบ้านในการที่จะช่วยกันลดละเลิกบุหรี่ และกำหนดกิจกรรมรณรงค์กันอย่างกว้างขวาง เช่น การวาดรูป การเดินรณรงค์ จัดบอร์ดประชาสัมพันธ์ การทำความเข้าใจกับร้านค้า ให้ความรู้เสียงตามสาย เป็นต้น และร้านค้าทุกร้านในตำบลร่วมใจกันไม่จำหน่ายบุหรี่ ทำให้น้ำเกี๋ยนเป็นชุมชนร้านค้าปลอดบุหรี่ ความยากในการซื้อหานี่เป็นเหตุที่ทำให้หลายคนเลิกบุหรี่ได้

 

          กองทุนวันละบาท

          ที่นี่เขาจัดสวัสดิการภาคประชาชนกันเองด้วยการออมเงินวันละบาท เพื่อนำมาจัดสวัสดิการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ให้แก่สมาชิกกองทุน

          เกิด สมาชิกที่เกิดลูกจะได้เงินขวัญถุงคนละ ๕๐๐ บาท และค่านอนโรงพยาบาลคืนละ ๑๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ บาท

          แก่ สมาชิกที่อายุครบ ๖๐ ปี และเป็นสมาชิกตั้งแต่ ๑๕ ปีขึ้นไป จะได้บำนาญเดือนละ ๓๐๐ บาท, เป็นสมาชิกตั้งแต่ ๒๐ ปีขึ้นไป ได้บำนาญเดือนละ ๔๐๐ บาท, เป็นสมาชิกตั้งแต่ ๒๐ ปีขึ้นไป ได้บำนาญเดือนละ ๕๐๐ บาท

 

          เจ็บ สมาชิกที่ป่วยต้องนอนโรงพยาบาล จะได้เงินช่วยเหลือค่านอนโรงพยาบาลคืนละ ๑๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ บาท

          ตาย ที่เป็นสมาชิกตั้งแต่ ๖ เดือนเป็นต้นไป เมื่อเสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือญาติตั้งแต่ ๒,๕๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ขึ้นกับระยะเวลาที่เป็นสมาชิก

          เรียกว่ายิ่งออมนานยิ่งได้รับสวัสดิการมาก เป็นการดูแลช่วยเหลือกันเองในชุมชน ปัจจุบันมีเงินกองทุนกว่าล้านบาทแล้ว อย่างนี้ไม่ต้องรอให้รัฐมาจัดโครงการประชานิยมหรือเอื้ออาทร แต่ชุมชนสามารถจัดการดูแลช่วยเหลือกันได้

 

          กลุ่มชีววิถี

          หลังจากการทำบัญชีครัวเรือนกัน พบว่าค่าใช้จ่ายสำคัญอันหนึ่งที่แต่ละครัวเรือนต้องเสียไปคือ ค่าน้ำยาล้างจาน สบู่ ยาสระผม ผงซักฟอก เมื่อได้เข้ารับการอบรมเรื่องชีววิถี กลุ่มแกนนำในชุมชนจึงมารวมกลุ่มกันทำน้ำยาสะอาดหรือน้ำยาเอนกประสงค์ และขยายไปทำสบู่ ยาสระผม และผลิตภัณฑ์ต่างๆ จนเกิดเป็นกลุ่มชีววิถีที่ผลิตสินค้าหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลได้อย่างน่าสนใจ สร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกทางหนึ่ง

 

          ครอบครัวอบอุ่น

          จากปัญหาที่คนบางส่วนยังนิยมดื่มสุรา ก่อให้เกิดปัญหาทะเลาะวิวาทในครอบครัว และการฆ่าตัวตาย ทำให้อสม.และแกนนำได้จัดทำโครงการครอบครัวอบอุ่นขอสนับสนุนงบประมาณจากสสส.มาจัดค่ายครอบครัวอบอุ่นให้แก่ครอบครัวจำนวน ๕๐ ครอบครัว เน้นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ให้ครอบครัวได้มาแลกเปลี่ยนทุกข์สุขร่วมกัน และถือโอกาสขอบคุณ-ขอโทษกันและกัน เกิดพันธะสัญญาร่วมกันที่จะลดละเลิกเหล้า-บุหรี่ และที่จะดูแลกันและกัน รวมทั้งมีการมอบเมล็ดพันธุ์พืชอันเป็นเสมือนตัวแทนเมล็ดพันธุ์แห่งความรักและความดีมอบให้แต่ละครัวกลับไปปลูกในบ้านของตนเอง หลังจากการอบรมมีการติดตามและสนับสนุนกิจกรรมของครอบครัวต่อเนื่อง เกิดบุคคลต้นแบบ และครอบครัวต้นแบบที่เป็นแบบอย่างที่ดีในชุมชน

 

          ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง

          ในห้วงของการแก้ไขปัญญาวิกฤตยาเสพติด ชุมชนพบว่า ผู้ที่ผ่านการบำบัดแล้ว สวนใหญ่ไม่มีอาชีพทำ ไม่ได้รับการเยี่ยวยาฟื้นฟูสมรรถภาพ ชุมชนจึงได้จัดตั้ง นิคมฝึกอาชีพขึ้น เพื่อให้ผู้ที่ผ่านกรบำบัดรักษาได้ฝึกฝนอาชีพ มีรายได้ และสามารถฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายได้ จึงมีการจัดทำโรงงานทำอิฐบล็อก และโรงงานผลิตน้ำดื่มขึ้น ต่อมาได้ขยายการจัดทำฟาร์มสาธิตการเกษตรแบบพอเพียง เช่น การเลี้ยงปลา หมูหลุม ไก่ เป็ด ผักสวนครัว ไม้ผล เป็นต้น นอกจากจะเป็นศูนย์เรียนรู้ให้แก่ผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติด บุหรี่ และสุราได้มาเรียนรู้และฝึกอาชีพแล้ว ยังเปิดโอกาสให้คนในชุมชนที่สนใจเข้ามาฝึกฝนตนเองอีกด้วย

          ชุมชนประสานใจแก้วิกฤตสุรา

          แม้ชุมชนจะแก้ไขปัญหาเรื่องการลดละเลิกการดื่มสุรามาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังพบว่าคนที่ติดสุราเรื้อรังยังไม่ได้รับการแก้ไข อสม.และแกนนำชุมชนจึงได้จัดค่ายบำบัดสุราในชุมชนขึ้น โดยความร่วมมือของอบต.และกลุ่มงานจิตเวช โรงพยาบาลน่าน เพื่อชักชวนเอาคนที่ติดสุราเรื้อรังจำนวน ๓๑ คนมาเข้าค่ายบำบัด โดยกระบวนการของชุมชนเอง ทีมจิตแพทย์และจิตเวชมีหน้าที่ในการคัดกรองและให้การรักษาการถอนพิษยา คนในชุมชนเข้ามาช่วยดูแลฟื้นฟูสภาพ ครอบครัวเข้ามาให้กำลังใจ

          มีการประชุมกำหนดมาตรการการดูแลช่วยเหลือกันหลังการบำบัด เช่น ห้ามจำหน่ายเหล้าให้แก่ผู้บำบัด, ห้ามชักชวนคนที่ผ่านการบำบัดดื่มเหล้า, จัดบัดดี๊ให้การดูแลติดตามให้กำลังใจ เป็นต้น

          ผลของการดำเนินการ หลายคนเลิกเหล้าได้เด็ดขาด คนที่ยังเลิกไม่ได้ ก็ลดการดื่มลงไปมาก จากที่ดื่มทุกวัน เป็นเดือนละครั้งสองครั้ง ที่สำคัญทำให้คนเหล่านี้ที่หลายคนคิดว่าไม่มีค่าในสังคม กลายเป็นคนมีค่า มีประโยชน์ต่อชุมชน ความอบอุ่นในครอบครัวกลับคืนมา

          นี่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการขับเคลื่อนความอยู่ดีมีสุขของคนน้ำเกี๋ยน และหนึ่งใน ๔๒ ขุนศึกที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญคือ คุณเกสร พึ่งธรรม อสม.ดีเด่นสาขาสุขภาพจิตชุมชน ภาคเหนือ ปี ๒๕๕๒

บันทึกจากเรื่องเล่า การประกวดอสม.ดีเด่นระดับชาติ สาขาสุขภาพจิตชุมชน"

๑ มีนาคม ๒๕๕๒

ณ อบต.น้ำเกี๋ยน อ.ภูเพียง จ.น่าน

ขอบคุณ

คุณเกษร พึ่งธรรม, บุคคลต้นเรื่อง

อบต.น้ำเกี๋ยน

สอ.น้ำเกี๋ยน

แกนนำชุมชนตำบลน้ำเกี๋ยน 

และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน