red claw หรือกุ้งก้ามแดง  อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืด ตัวมีสีเขียวปนน้ำเงินเข้ม  ที่ก้ามใหญ่จะมีแถบสีแดง จึงเรียกว่า red claw ในประเทศไทยมีการนำเข้าไปเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง (กุ้งตู้)

ข้อมูลจาก www.d-aroi.com บอกว่า ได้มีการนำไปทดลองเลี้ยงที่ดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เป็นชนิดขนาดกลาง พบว่าสามารถเจริญเติบโตได้ดี ผลผลิตรุ่นแรกที่ผลิตได้ ถูกใช้ประกอบอาหารในการถวายเลี้ยงแก่พระราชอาคันตุกะในวันที่ 13 มิถุนายน 2549 ในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จฯ พระเจ้าอยู่หัว  และได้ทดลองเลี้ยงกุ้งก้ามในนาข้าวของเกษตรกรที่บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ พบว่ากุ้งสามารถเจริญเติบโตได้ และไม่ทำลายต้นข้าว ยิ่งไปกว่านั้น มูลของกุ้งก้ามยังเป็นปุ๋ยอินทรีย์อย่างดีช่วยบำรุงต้นข้าวให้เจริญงอกงาม และให้ผลผลิตที่ดี  โครงการหลวงสามารถเลี้ยง และขยายพันธุ์กุ้งก้าม เป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายเชิงการค้าได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2550 เป็นต้นมา โดยมีจำหน่าย 2 ขนาด ได้แก่ ขนาดตัวละ 60-80 กรัม (อายุ 6-8 เดือน) และขนาดตัวละ 80-100 กรัม (อายุ 9-10 เดือน) โดยคาดการณ์ผลผลิตกุ้งก้ามตลอดปี 2550 ประมาณ 30,000 ตัว และเพิ่มขึ้นปีถัดไป

  ภาพจาก www.d-aroi.com (red claw crayfish)

 

ส่วนที่ประเทศออสเตรเลีย สามารถจับได้ในเขื่อนต่างๆ (ที่อนุญาต) และมีฟาร์มกุ้งจำหน่าย  ราคาก็เป็นไปตามขนาดของกุ้ง  เช่น

ขนาดเล็ก     30-50 กรัม  ราคา 16 เหรียญออสเตรเลีย (AUD) / กก.

ขนาดกลาง   50-70 กรัม  ราคา 18 เหรียญ / กก.

ขนาดใหญ่    70-90 กรัม  ราคา 20 เหรียญ /กก.

ใหญ่มาก      90-110 กรัม ราคา 25 เหรียญ /กก.

ใหญ่พิเศษ   110-150 กรัม ราคา 27 เหรียญ /กก.

 

กุ้งที่จับได้มาจาก Somerset Dam มีขนาดประมาณตัวละ 200 กรัม  คงจะหนักก้ามและเปลือกน่ะค่ะ  เนื้อแน่น หวานอร่อย

 

เห็นราคาแล้ว คงจะไปวางที่ดักกุ้งอีกเร็วๆนี้ค่ะ ไปด้วยกันไหมคะ