ผลประโยชน์กับสามโลกของมนุษย์

สามโลกของมนุษย์ได้แก่  โลกของปัญญา  โลกของอารมณ์  และโลกของกาย ตามทฤษฎีสามโลกของมนุษย์ โลกของปัญญาเมื่อมองด้วยความรู้เกี่ยวกับโค้งปรกติ ก็จะได้กลุ่มคนอย่างน้อย สามกลุ่ม คือ

กลุ่มปัญญาสูงราว 16% (14+2 ทางขวามือของโค้งปรกติ)

กลุ่มปัญญาปานกลางราว 68% (34+34 , ที่บริเวณตรงกลางของโค้งปรกติ)

และกลุ่มปัญญาต่ำราว 16% (14+2, ที่บริเวณทางซ้ายมือของโค้งปรกติ)

รวมทั้งสามกลุ่มจะได้ราว 2+14+68+14+2 = 100 % นี่เป็นตัวเลขตามทฤษฎี หรือเป็นแบบอุดมคติ ถ้าเอาตัวเลขเหล่านี้คูณกับคนไทยราว 65 ล้านคน ก็จะได้ประมาณดังนี้

ปัญญาสูงมากราว            2%  =  65 x .02  =  1.3    ล้านคนหรือราว   1    ล้านคน

ปัญญาสูงราว                14% =   65 x .14  =  9.1   ล้านคนหรือราว   9    ล้านคน

ปัญญาปานกลางราว       68% =  65 x .68   = 44.2  ล้านคนหรือราว  44  ล้านคน

ปัญญาต่ำราว                14% =  65 x .14   =  9.1  ล้านคนหรือราว    9  ล้านคน

ปัญญาต่ำมาก ราว            2% = 65 x .02    =  1.3  ล้านคนหรือราว    1  ล้านคน

จะเห็นว่า  คนปัญญาปานกลางมีมากที่สุด  คนปัญญาสูง หรือ ปัญญาต่ำ มีน้อยลงมาก คือมีฝ่ายละราว 9 ล้านคน  และคนปัญญา สูงมาก  หรือ ต่ำมาก ก็ยิ่งมีน้อยลงไปอีก คือราวฝ่ายละ 1 ล้านคนเท่านั้นเอง  ภาพรวมๆนี้  เมื่อคิดแต่ละระดับอายุ ก็จะได้ทำนองนี้เหมือนกันครับ  ถามว่า  ในความเป็นจริง  คนไทยทั้ง 65 ล้านคนจะเป็นเช่นนี้หรือ ?  คำตอบก็คือ  ไม่ตรงกันเป๊ะหรอกครับ  คือ  อาจจะแฟบไปบ้าง  เบ้ หรือโย้เย้ไปบ้าง  ตรงกลางอาจจะโป่งมากขึ้น  หรือแฟบลงก็ได้  แต่ที่แน่นอนที่สุดคือ  ตรงกลางจะโป่ง และปลายทั้งสองด้านจะแฟบบลงเสมอๆๆตรับ

คราวนี้เรามาพิจารณาบทบาทของผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับคนในกลุ่ม 100% นี้กันดู  เราพยากรณ์ว่า

(๑) คนทั้ง 100% หรือ  65 ล้านคนนี้ จะได้รับอิทธิพล หรือ ถูกกระทำโดย ผลประโยชน์อย่างถ้วนหน้า แต่

(๒) คนปัญญาต่ำ และปัญญาปานกลาง คือ 16% + 68% (84%) หรือราว  55 ล้านคน  ถูกกระทำโดยบทบาทของผลประโยชน์มากที่สุด

(๓)คนปัญญาสูง  และปัญญาสูงมากอีกราว 16% หรือราว 10 ล้านคน จะถูกครอบงำด้วยอิทธิพลของผลประโยชน์น้อยลงมากว่ากลุ่ม 68 % นั้น

ผลประโยชน์กระทำกับคน 65 ล้านคนนั้นอย่างไร? 

คำตอบคือ  มันกระทำต่อพฤติกรรมของคน  ทั้งพฤติกรรมภายนอกที่เราสังเกตเห็นได้ด้วยตา  และพฤติกรรมภายในที่เราไม่มีทางสังเกตเห็นด้วยตาได้เลย เช่น ความจำ  ความคิด  อารมณ์ เป็นต้น  ผลที่เกิดจากการกระทำของมันก็คือ  ทำให้คน"คิดหรือมอง" ระบบเศรษฐกิจ"อย่างผลประโยชน์" คิดการเมือง "อย่างผลประโยชน์" คิดการปกครอง "อย่างผลประโยชน์" คิดวรรณกรรม หรือศิลปกรรม หรือการกีฬา ฯลฯ "อย่างผลประโยชน์"

เมื่อคนในระบบนี้ "คิด" สร้างทฤษฎีใดๆ ก็จะ "ตั้งอยู่บนฐาน"ของระบบผลประโยชน์  การค้นหา "กฎ" และ "ข้อเท็จจริง" ก็อยู่บนฐานของอำนาจของผลประโยชน์  และผลจากความคิดเหล่านี้จะรวมกันสะสมกันเป็น "องค์ความรู้ของมนุษย์" หรือ Body of knowledge ของมนุษย์  ถ่ายทอดให้มนุษย์รุ่นหลังเล่าเรียนกัน สืบต่อกันไปอย่างมิรู้จบ เป็น "นิรันดร"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน EMPIRICAL THEORIES



ความเห็น (0)

คำสำคัญ (Tags)

#ผลประโยชน์ interests

หมายเลขบันทึก

244360

เขียน

24 Feb 2009 @ 14:56
()

แก้ไข

12 Feb 2012 @ 05:19
()

สัญญาอนุญาต

สงวนสิทธิ์ทุกประการ
อ่าน: คลิก