ด้วยความคิดที่ว่า “ผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียจังหวัดน่านต้องได้รับสิทธิในการรักษา และ ได้รับการดูแลรักษาเหมือนบุตรของตนเอง” จึงได้จัดตั้งเครือข่ายผู้ป่วยโรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลียสาขาจังหวัดน่าน ภายใต้มูลนิธิโรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลียแห่งประเทศไทยขึ้น

ด้วยความคิดที่ว่า ผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียจังหวัดน่านต้องได้รับสิทธิในการรักษา และ ได้รับการดูแลรักษาเหมือนบุตรของตนเอง    ดิฉันและครอบครัวจึงได้ดำเนินการสืบค้นหาผู้ป่วยนาน 1 เดือน  พบว่า มีผู้ป่วยเพียง 1 รายเท่านั้นที่ได้เข้าร่วมโครงการโรคค่าใช้จ่ายสูงของสปสช. เนื่องจากมีบิดารับราชการครู  นอกจากนั้นผู้ป่วยในจังหวัดน่านไม่เคยรับทราบโครงการนี้มาก่อน ที่ผ่านมาการรักษาที่ได้รับคือเมื่อเจ็บป่วยหรือมีอาการเลือดออกก็ต้องนอนรับ การรักษาด้วย cryoprecipitate ที่โรงพยาบาลน่าน นาน 14 สัปดาห์ ญาติ ผู้ปกครอง ต้องหยุดงานมาดูแล ขาดรายได้ประจำวัน ผู้ป่วยต้องเผชิญกับความเจ็บปวดไม่สามารถเรียนหนังสือหรือทำงานได้ตามปกติ ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยที่มีความพิการจากโรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลียปรากฏให้เห็นจำนวน 5 ราย  ผู้ป่วยคนหนึ่งเล่าว่าน้องชายเสียชีวิตไปแล้วจากหกล้มศีรษะกระแทกบันไดมีอาการเลือดไหลไม่หยุด  ผู้ป่วยบางรายมีเครือญาติเสียชีวิตด้วยอาการเลือดไหลไม่หยุดถึง 4 รายด้วยกัน ผู้ป่วยมีความคิดว่า  ชีวิตตนเองเหมือนถูกสาป  เพราะต้องระมัดระวังตลอดชีวิต ในขณะที่คนปกติทั่วไป ถ้ากระแทกก็มีเพียงรอยช้ำ หกล้มเลือดไหลไม่นานก็ตกสะเก็ด แต่พวกเขาไม่ได้เป็นเช่นนั้น เล่นกีฬาไม่ได้ เผลอกระแทกโต๊ะก็ไม่ได้ เพราะเมื่อไหร่ที่เลือดออก ไหลไม่หยุด รักษาไม่ทัน นั่นหมายถึงความพิการและอันตรายถึงกับชีวิต ผู้ป่วยจึงมีความคิดท้อแท้ อยากฆ่าตัวตายให้พ้นจากความทุกข์ทรมาน

ด้วยสิ่งเหล่านี้จึงมีแนวคิดในการจัดตั้ง เครือข่ายผู้ป่วยโรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลียสาขาจังหวัดน่าน ภายใต้มูลนิธิโรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลียแห่งประเทศไทยขึ้น  เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวมกลุ่มผู้ป่วยโรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลียและครอบครัวในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ใกล้เคียงกับคนปกติ  ปราศจากความพิการและภาวะแทรกซ้อนได้  รวมทั้งผลักดันให้โรงพยาบาลน่านเป็นศูนย์รับรักษาส่งต่อโรคฮีโมฟีเลีย โดยมีศูนย์ประสานงานอยู่ที่โรงพยาบาลท่าวังผา