นี่คือจินตนาการส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ใดๆ ทั้งสิ้นของผม แต่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับสังคมไทย จึงเอามา “คิดดังๆ” สู่กัน โดยไม่รับรองว่าจะเป็นความคิดที่ถูกต้องในบริบทไทย และเป้าหมายที่เอามาลงบันทึกไว้ ก็เพื่อกระตุ้น “การเรียนรู้ของสังคม” (social learning) ในเรื่องระบบอุดมศึกษา
หลักการในการออกแบบของผมคือ F มาก่อน f แปลว่า Function มาก่อน form คือต้องคิดกำหนดหน้าที่ให้ชัดเจนแจ่มแจ้งเสียก่อน แล้วจึงออกแบบโครงสร้าง
ในการออกแบบระบบใดๆ ต้องคิดหน้าที่ และยุทธศาสตร์การทำงาน แล้วจึงเอามากำหนดโครงสร้างของระบบ
จึงต้องตั้งคำถามว่า ระบบกำกับดูแล (Governance Systems) ของระบบอุดมศึกษา ทำหน้าที่อะไร
คำตอบของผมคือ
o ทำหน้าที่ทำให้สังคมเข้าใจภาพใหญ่ ภาพรวม ภาพทิศทาง ภาพอนาคต ของระบบอุดมศึกษา
o และเสนอนโยบายสาธารณะ ว่าด้วยภาพใหญ่ของระบบอุดมศึกษา ต่อสังคม
o ทำให้ประเด็นทางเลือกเชิงนโยบาย ต่อระบบอุดมศึกษา เป็นประเด็นทางสังคม ที่มีผลทางการเมือง
o ทำให้นโยบายชาติ และนโยบายระดับท้องถิ่น ต่อระบบอุดมศึกษา สร้างและส่งเสริมระบบอุดมศึกษาที่เป็นคุณประโยชน์ต่อสังคมในระยะยาว
o ส่งเสริมให้ระบบอุดมศึกษา เป็นระบบที่ผสมกลมกลืน มีปฏิสัมพันธ์เป็นเนื้อเดียวกับสังคมที่เรียกว่า “ภาคชีวิตจริง” (real sector)
ความซุกซน ทำให้ผมตั้งคำถามกลับทาง ว่าระบบกำกับดูแล (Governance Systems) ของระบบอุดมศึกษา ไม่ควรทำหน้าที่อะไร
คำตอบของผมคือ
o ไม่ควรวนเวียนอยู่กับเฉพาะประเด็นปลีกย่อย จนมองไม่เห็นภาพรวมของระบบ
o ไม่ควรทำความเข้าใจกันอยู่เฉพาะในกลุ่มนักการศึกษา นักอุดมศึกษา อาจารย์มหาวิทยาลัย ต้องทำให้เกิดความเข้าใจในระดับประชาชนทั่วๆ ไป
o ไม่ควรเสนอทางเลือกเชิงนโยบายที่เป็นเพียง “แบบฝึกหัดทางวิชาการ” (academic exercise) ต้องจัดทำทางเลือกเชิงนโยบายที่เสนอต่อสังคม (social exercise) มีหลายทางเลือก ชี้ให้เห็นว่าแต่ละทางเลือกจะนำพาสังคมไปสู่สภาพใด
o ไม่ควรทำงานแบบวนเวียนอยู่เฉพาะในกลุ่ม supply-side หรือกลุ่ม “ผู้ผลิต” ต้องทำงานร่วมมือเป็นเนื้อเดียวกันกับ demand-side หรือกลุ่ม ”ผู้ใช้” ผลผลิตของระบบอุดมศึกษา
ไม่ทราบว่าการทำการบ้านส่งครูในแบบฝึกหัดนี้จะถูกต้องหรือไม่ ขอคำแนะนำด้วยครับ
วิจารณ์ พานิช
๖ ก.พ. ๕๒
เห็นประเทศอื่น โดยเฉพาะประเทศจีน นักวิชาการเขียนหนังสือ วิชาการให้ประชาชนอ่าน ในราคาย่อมเยาว์มาก
จึงสงสัยว่า จะเป็นผลสืบเนื่อง จาก นโยบายการศึกษา ของ ชาติเขา หรือไม่
อาจารย์หมอเกษม วัฒนชัย บอกการสร้างชาติ คือ การศึกษา การศึกษาที่ดี คือ การมีตำราหนังสือที่ดี ในราคาถูก ให้แก่ประชาชน
หนังสือ ความรู้ ก็เสมือนยา หากมีราคาแพง ก็มีคนได้อ่าน ได้เข้าถึง ใช้ประโยชน์น้อย
ยาแพงยังมีสิทธิได้ฟรี แต่หนังสือดีและแพง ไม่มีสิทธิได้ฟรี
จึงควรผลิตหนังสือดี ราคาไม่แพง ให้ประชาชน
ขณะนี้ เริ่มมีตำราของมหาวิทยาลัย ดีดี หลากหลายสาขาวิชา ราคาไม่แพง จากจุฬา ให้กับประชาชน น่าชื่นชมมาก ไม่รู้ว่า เขาคิด และ ทำได้อย่างไร ไม่ทราบว่ามีใครให้แนวคิด นโยบาย ชี้นำ หรือ ไม่
ระบบกำกับ อุดมศึกษา น่าจะกำหนด นโยบายสาธารณะ นอกจากการวิจัย ความรู้ใหม่แล้ว นักวิชาการ มหาวิทยาลัย จะต้องสื่อสารความรู้กับประชาชน เพียงใด
ระบบกำกับอุดมศึกษา ควรจะต้องกำกับ ให้กับประชาชนด้วยหรือไม่ ดังอารยปะเทศ
ผมคิดว่า ถ้าไม่ออกแบบกำกับไว้ ก็จะเหมือนในปัจจุบัน วิชาการ เป็นเรื่องอุดมศึกษา ไม่สื่อไปให้สังคม รู้เท่าทัน ในราคา ตำ หรือ ต้นทุนต่ำ
ตัวอย่าง รายงานวิจัย ดีดี ไม่มีการแปล เป็นไทย เผยแพร่ให้ทั่วถึง บน web -ของ มหาวิทยาลัย ก็ยังไม่มี หรือ การเข้าถึง fulltext ก็ยังไม่ง่าย
เราจึงมีช่องว่าง ของ ความรู้มาก มหาศาล ระหว่างผู้รู้ในมหาวิทยาลัย กับ ประชาชน ผู้กระหาย อยากรู้
governance in knowledge sharing . transmission
เห็นด้วยค่ะ
"ไม่ควรทำความเข้าใจกันอยู่เฉพาะในกลุ่มนักการศึกษา นักอุดมศึกษา อาจารย์มหาวิทยาลัย ต้องทำให้เกิดความเข้าใจในระดับประชาชนทั่วๆ ไป "
ปัญหาคือประชาชนอยากรู้ จะมีวิธีทำให้รู้ และเข้าใจได้อย่างไร
ปัญหาหนังสือสนับสนุนพัฒนาให้เกิดปัญญา ราคาแพง จนต้องทำใจ รอก่อน ทำให้รู้ช้า
เห็นด้วยกับคห.1 ที่ว่าหนังสือแพง ต่างประเทศหนังสือถูก
ห้องสมุดประชาชนควรได้รับการพัฒฯให้สามารถบริการได้ในระดับที่สอดคล้องกับการขับเคลื่อนทางความคิด และความต้องการพัฒนาคน
ขอบคุณค่ะ