กฏหมายปกครอง
การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินของไทย
1. การรวมอำนาจปกครอง (Centralization)
- มีการรวมกำลังในการบังคับต่างๆ คือกำลังทหารและกำลังตำรวจให้ขึ้นต่อส่วนกลางทั้งสิ้น
- มีการรวมอำนาจวินิจฉัยสั่งการไว้ที่ส่วนกลาง
- มีลำดับขั้นการบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่
2. การกระจายอำนาจปกครอง (Decentralization)
- มีองค์การซึ่งเป็นนิติบุคคลแยกไปต่างหากจากราชการบริหารส่วนกลาง
- เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานขององค์การไม่ขึ้นกับการบังคับบัญชาของส่วนกลาง
- องค์การมีความเป็นอิสระในการดำเนินกิจการ
ข้อดี
2.G1 ทำให้สามารถสนองความต้องการของประชาชนในแต่ละท้องถิ่นได้ดีขึ้น
2.G2 ทำให้การดำเนินกิจการเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็ว
2.G3 ทำให้เป็นการแบ่งเบาภาระของส่วนกลาง
2.G4 ช่วยส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย
ข้อเสีย
2.B1 ทำให้เป็นภัยต่อความมั่นคง และเอกภาพของรัฐ การกระจายอำนาจทำให้ อำนาจของรัฐบาลลดน้อยลง
2.B2 ทำให้เห็นประโยชน์ของท้องถิ่นสำคัญกว่าประโยชน์ส่วนรวมของชาติ
2.B3 เจ้าหน้าที่ของท้องถิ่นอาจใช้อำนาจโดยมิชอบ
2.B4 ทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย
3. การแบ่งอำนาจปกครอง (Deconcentration) เป็นหลักการที่ราชการบริหารส่วนกลางมอบอำนาจวินิจฉัยสั่งการบางส่วนให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้แทนของราชการบริหารส่วนกลาง
การปกครองส่วนท้องถิ่น
- การกำกับดูแลส่วนท้องถิ่นต้องทำเท่าที่กฏหมายบัญญัติ
- ที่มาของผู้บริหารท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้ง
ระบบไต่สวนให้วิธีพิจารณาคดีปกครอง
ขั้นแรก: ตั้งตุลาการเจ้าของสำนวนไปสืบเสาะ และสรุปส่งตุลาการผู้แถลงคดีปกครอง
ขั้นสอง: ตุลาการผู้แถลงคดีปกครองจัดทำสรุปข้อเท็จจริง ข้อกฏหมาย และ ความเห็นส่วนตัว และมาชี้แจงด้วยวาจาต่อองค์คณะพิจารณาพิพากษา
ขั้นสาม: ประชุมออกเสียงของคณะพิพากษา
พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาศาลปกครอง
1. คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฏหมาย
2. คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่
3. คดีพิพาทเกี่ยวกับการทำละเมิดความผิด
4. คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง
5. คดีที่มีกฏหมายกำหนดให้หน่วยงาน
6. คดีพิพาทเกี่ยวกับเรื่องที่มีกฏหมายกำหนดให้อยู่ในเขตอำนาจศาลปกครอง