ผมเป็นคนต่างจังหวัดๆหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้ามาใช้ชีวิตอยูในกรุงเทพฯได้สิบกว่าปีแล้ว บ้านที่ต่างจังหวัดสมัยก่อนน่าอยู่มาก ผู้คนมีความโอบอ้อมอารี รักใคร่ ช่วยเหลือกัน ผู้ใหญ่ก็จะคอยตักเตือนเด็กไม่ให้ทำชั่ว ทำแต่ความดี พากันเข้าวัดทุกวันพระ สอนให้ใสบาตรทุกเช้าทำบุญ........................................ปีใหม่ที่ผ่านมา2552 ผมกลับบ้านเยี่ยมพ่อแม่กำลังนั่งคุยกัน ก็มีรถหวอของหน่วยกู้ภัยวิ่งเข้ามาในหมู่บ้านตอนนั้นผมคิดว่าโอ้โฮ้เดี๋ยวนี้บ้านเราทันสมัยจัง มีรถฉุกเฉินแล้วเขามาทำอะไร..................สักพักชาวบ้านก็แห่กันไปที่เกิดเหตุ...เด็กจมน้ำตายเป็นเด็กชายอยู่ ม.1เท่านั้นเอง
แต่ตรงนั้นมันไม่สำคัญเท่าเรื่องที่ว่าเด็กที่จมน้ำกับเพื่อนที่ไปเล่นน้ำด้วยกันนั้นก่อนหน้านั้นซื้อเหล้าบุหรี่มาสูบกัน แล้วก็ลงไปเล่นน้ำเด็ก ม.1 สมัยนี้มันเป็นถึงขนาดนี้เชียวหรือ ถ้าจมน้ำเพราะเล่นซนธรรมดาก็เป็นอีกเรืองนึง แต่นี่ไปกินเหล้าดูดบุหรี่แล้วไปเล่นน้ำ.........ทุกคนแถวนั้นก็เห็นว่าเด็กมันทำอะไร ไม่ห้ามไม่ว่าเด็กเลยปล่อยเด็กทำ............อะไรกันนี่.นี่เป็นเรื่องแรกเดี๋ยวมีต่อ...........ชนบทกำลังเปลี่ยนไปอย่างน่ากลัวที่สุด
ผมว่า เมืองไทยเรามันเปลี่ยนไปมากแล้วหละครับพี่....จากเดิมพวกวัยรุ่นสมัยเมื่อหลายสิบปีก่อน(ก็อาจหมายถึงพวกเราตอนนื้มั้ง) การกินเหล้าสูบบุหรี่ ก็มีการเริ่มต้นที่อายุราวๆ 17-18 ปี ก็ประมาณ ม.5-6 ได้ แต่เดี๋ยวนี้....อายุของเด็กที่เริ่มต้นสูบบุหรี่หรือกินเหล้ามันน้อยลงไปเรื่อยๆแล้วพี่ ล่าสุดผมเห็นเด็กประมาณ ป.5 (11 ขวบ) เดินสูบบุหรี่เฉยเลย...แถวบ้าน...ต่างจังหวัดเหมือนกัน....อืม~... จะโทษใครดี สังคมหรือว่าตัวเด็ก