บทที่ 2: ขอถามหน่อย คุณแซ่(นามสกุล)อะไร?

ชื่ื่อแซ่ของคนจีน

คนจีนมีแซ่หรือนามสกุลมากว่า 5,000 ปีแล้ว หนังสือ"ป่ายจยาซิ่ง" (ร้อยแซ่) ซึ่งแพร่หลายในสมัยโบราณเขียนขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ (ค.ศ. 960) หนังสือเล่มนี้รวบรวมแซ่พยางค์เดียวไว้ 408 แซ่ แซ่หลายพยางค์ 30 แซ่ รวมทั้งหมดเป็น 438 แซ่ ต่อมามีแซ่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งหมดประมาณ 4,000–6,000 แซ่ แต่แซ่ที่ใช้จริงนั้นมีเพียงประมาณ 1,000 แซ่

ทสนทนาที่ 1

A :  qǐng wèn nín guì xìng

A :  请  问  您  贵  姓? ฉิง เหวิ้น หนิน กุ้ย ซิ้ง?

A :  คุณแซ่อะไรครับ

B :  miǎn guì xìng zhānɡ 

B :  免  贵  姓  张。 เหมี่ยน กุ้ย ซิ้ง จาง

B : jiào wǒ zhāng lǎo shī jiù kě yǐ  le 

B : 叫  我  张  老  师  就 可 以 了。เจี้ยว หว่อ จาง เหล่า ซือ จิ้ว เค่อ อี เลอ.

ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องใช้คำว่า “贵姓”หรอก เรียกผมว่าอาจารย์จางก็พอ

บทสนทนาที่ 2

A : nǐ hǎo wǒ jiào gāo qiáng nǐ jiào shén me míng zi

A : 你 好! 我  叫  高  强,  你 叫  什  么  名  字?

A : หนี่ ฮ่าว. หว่อ เจี้ยว เกา เฉียง,หนี่ เจี้ยว เสิน เมอ หมิง จื้อ?

A : สวัสดีครับ ผมชื่อเกา เฉียง คุณชื่ออะไรครับ

B : nǐ hǎo wǒ jiào  dà chuān hěn gāo xìng rèn shi nǐ

B : 你 好! 我  叫  大  川。 很  高  兴  认  识 你。

B : หนี่ ฮ่าว .หว่อ เจี้ยว ต้า ซวน. เหิ่น เกา ซิ้ง เหริ้น ซื่อ หนี่.

B : สวัสดีครับ ผมชื่อต้า ชวน ยินดีที่ได้รู้จักครับ

A : hěn gāo xìng  rèn shi nǐ

A : 很  高  兴  认  识 你。

เหิ่น เกา ซิ้ง เหริ้น ซื่อ หนี่.

 A : ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ

           ชื่อ-สกุลของคนจีนแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ ชื่อและแซ่ โดยจะเรียกแซ่นำหน้าแล้วตามด้วยชื่อ เวลาเขียนชื่อแซ่ด้วยสัทอักษรพินอินจะต้องเว้นวรรคระหว่างแซ่และชื่อ ตัวสะกดตัวแรกของแซ่และชื่อจะต้องเขียนด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ แซ่ของคนจีนมี 2 แบบ ได้แก่ แซ่พยางค์เดียวและแซ่หลายพยางค์ โดยแซ่พยางค์เดียวมีมากกว่า ปัจจุบันแซ่พยางค์เดียวที่พบมากที่สุดได้แก่ แซ่หลี่ หวาง จาง หลิวและเฉิน ส่วนแซ่หลายพยางค์ซึ่งประกอบด้วยตัวอักษรสองตัวหรือสองตัวขึ้นไปนั้นมีน้อยมาก ที่พบมากที่สุดได้แก่ แซ่จูเก๋อ โอวหยาง ซือหม่า ตวนมู่ กงซุน เป็นต้น ตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว คนจีนจะถือแซ่ตามบิดา มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ถือแซ่ตามมารดา ผู้หญิงเมื่อแต่งงานแล้ว ก็ยังคงใช้แซ่เดิมของตน ไม่ต้องเปลี่ยนแซ่ตามสามี

          ส่วนชื่อของคนจีนนั้นมีทั้งชื่อพยางค์เดียวและชื่อสองพยางค์ ตัวอักษรตัวที่สอง(หรือสาม)ในชื่อสามพยางค์ของคนจีนจำนวนมากมักเป็นตัวอักษรที่บ่งถึงรุ่นในตระกูล(กล่าวคือชื่อของคนในตระกูลที่เกิดรุ่นเดียวกัน จะใช้ตัวอักษรตัวที่สอง(หรือสาม)ของชื่อเป็นตัวเดียวกัน) หรือมีความหมายพิเศษอื่นๆ

ดยทั่วไปคนจีนจะเรียกคู่สนทนาด้วยแซ่ แล้วตามด้วยคำเรียกขานหรือตำแหน่งของคนนั้นๆ การเรียกขานเช่นนี้ถือเป็นการให้เกียรติคู่สนทนา เช่น

 "张先生"(zhāng xiān sheng จาง เซียน เซิง, คุณจาง)

"李小姐"(lǐ xiǎo jiě หลี เสียว เจ่, คุณหลี่)

"陈经理" (chén jīng lǐ เฉิน จิง ลี่, ผู้จัดการเฉิน)

"孙校长"(sūn xiào zhǎng ซุน เสี้ยว จ่าง , อาจารย์ใหญ่ซุน) เป็นต้น

"先生"(xiān sheng เซียน เซิง , คุณ) เป็นคำเรียกขานทั่วไปที่ใช้เรียกผู้ชาย นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้คำว่า

"先生เซียน เซิง " หรือ "老师"(lǎo shīเหล่า ซือ , ครู, อาจารย์)

 รียกผู้เชี่ยวชาญ ศาสตราจารย์และนักวิชาการอาวุโสหรือมีชื่อเสียงได้ทั้งชายและหญิง เมื่อผู้อาวุโสกว่าเรียกขานผู้มีอายุน้อยกว่าหรือคนรุ่นเดียวกันที่ค่อนข้างสนิทสนมเรียกขานกันเองในกลุ่มก็จะเรียกเฉพาะชื่อ ในการสนทนาทั่วไป

ราจะใช้คำว่า "女士"(nǚ shì หนู่ ซื่อ , คุณสุภาพสตรี)

รียกคู่สนทนาที่เป็นหญิงเพื่อเป็นการให้เกียรติ ส่วนการเรียกคู่สนทนาหญิงที่แต่งงานแล้วในการสนทนาที่เป็นทางการ เราจะใช้คำว่า

 "夫人"(fū ren ฟู เหริน , ภริยา)

หากเป็นการสนทนาทั่วไปจะใช้คำว่า

 "太太" (tài tai ไท้ ไท่ , ภรรยา, คุณนาย)

โดยจะต้องใส่แซ่สามีของคู่สนทนาหญิงไว้ข้างหน้าคำสองคำนี้ด้วย

 "小姐"(xiǎo jie เสียว เจ่ , คุณ(ผู้หญิง))เป็นคำเรียกขานหญิงสาว

"师傅"(shī fu ซือ ฟู , ช่าง) เป็นคำเรียกขานช่างฝีมือหรือผู้ที่มีอาชีพที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะทาง เช่น คนขับรถ ช่างซ่อม เป็นต้น ทั้งนี้คำเรียกขานที่เป็นคำสุภาพและง่ายที่สุดก็คือ ""(nín หนิน , ท่าน)