การบริหารหลักสูตร

  การบริหารหลักสูตรการศึกษาทั่วไปมีลักษณะพิเศษและมีรูปแบบที่หลากหลายกว่าหลักสูตรวิชาชีพซึ่งประมวลแล้วพบว่ามี  3  ลักษณะ(๑)บริหารโดยภาควิชา   ซึ่งมักอยู่ในแนวทางของหลักสูตรบังคับกระจายที่เอื้อต่ออาจารย์ให้มีแรงจูงใจและมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของภาควิชารวมถึงความสะดวกในการจัดเตรียมเอกสารแต่ข้อเสียคือมีแนวโน้นที่จะเป็นวิชาเฉพาะสาขาและอาจทำให้ผู้สอนมองผู้เรียนว่าเป็นเด็กที่มีปัญหาและสร้างความขุ่นเคืองกับผู้เรียนได้  สิ่งสำคัญที่ควรทำคือทำให้อาจารย์ในภาพได้เรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดและหลักการของวิชาศึกษาทั่วไป (๒) บริหารโดยคณะกรรมการ  แบ่งออกเป็น  2  ประเภท   ดังนี้ ๑)รูปแบบที่ทำหน้าทีแต่เพียงผู้ประสานงานเหมาะกับหลักสูตรในเชิงบังคับแบบกระจายและอยู่ในความรับผิดชอบของภาควิชา  คณะกรรมการทำหน้าที่ประสานงานระหว่างภาควิชากับคณะที่เกี่ยวข้อง  ๒) คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดแนวทาง  เป้าหมาย  และการดำเนินการในเชิงนโยบายรวมทั้งตัดสินใจเชิงปฏิบัติเหมาะกับการจัดหลักสูตรในเชิงสหวิทยาการมากกว่าภาควิชา  แต่มีข้อจำกัดก็คือ  อำนาจในการให้ความดีความชอบ  ด้านเวลา  และ  ขาดศูนย์ประสานงานกับนิสิตเพื่อตอบสนองเป้าหมายของวิชาศึกษาทั่วไป    ดังนั้นจึงมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบที่ สามคือ   การบริหารโดยหน่วยงาน / สถาบันอิสระเกิดขึ้น ถึงแม้การบริหารแบบนี้จะได้รับการสนับสนุนและได้ดำเนินการอย่างเป็นทางการไปแล้ว    แต่ทางปฏิบัติมักจะได้รับการโต้แย้งเสมอ   ซึ่งมักเป็นข้อขัดข้องในทางบริหาร  รูปแบบนี้เหมาะกับการจัดหลักสูตรในรูปแบบบังคับร่วมหรือแบบสหวิทยาการ   ปัญหาที่เรามักพบคือการดำเนินการตามรูปแบบที่สาม  ซึ่งเกิดความขัดแย้งกันสูงมาก  และเมื่อเปลี่ยนผู้บริหารแนวคิดนี้ก็ไม่ได้รับการสานต่ออย่างจริงจัง  ทางออกที่เป็นไปได้คือ  คณะกรรมการในระดับมหาวิทยาลัยควรมีการกำหนดหลักการให้สอดคล้องกับการศึกษาทั่วไป  และคณาจารย์มาจากหลากหลายสาขา   รวมทั้งควรมีแนวคิดกว้าง  และมีผู้รู้ทางหลักวิชาอุดมศึกษาโดยเฉพาะเข้ามามีส่วนร่วม ข้อสำคัญคือ   คณะกรรมการชุดนี้จะต้องเป็นการทำงานของความคิดและแปลความคิดออกมาเป็นแนวทางปฏิบัติ   กำหนดหลักเกณฑ์และขอบเขตการปฏิบัติจริงดำเนินผ่านไปทางองค์กรที่เป็นอยู่ให้มากที่สุด  โดยมีการประสานงานระหว่างกรรมการกับองค์กรที่ปฏิบัติให้มาก  และชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้