การจัดการเรียนการแบบบูรณาการ
|
การเรียนการสอนแบบบูรณาการ |
หลังจากที่ประเทศไทยประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ที่มีสาระสำคัญเน้นการปฏิรูปการศึกษา หัวใจสำคัญน่าจะอยู่ที่ การปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอนโดยเน้นให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ ส่งผลให้สถาบันการศึกษาต่างๆ ปรับกระบวนการเรียนการสอน และหนึ่งในความพยายามปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนคือการปรับแผนการสอนของครู อาจารย์ โดยนำหลักการของการบูรณาการมาใช้ นิยามของการเรียนการสอนแบบบูรณาการนั้น อ.สุวิทย์ มูลคำ และ อ.อรมัย มูลคำ กล่าวว่า เป็นการนำเอาศาสตร์สาขาต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน โดยเน้นองค์รวมของเนื้อหามากกว่าองค์ความรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญยิ่งกว่าการบอกเนื้อหาของครู หรือผู้รู้บางท่านก็บอกว่าเป็นการนำความรู้มารวบรวมประมวลไว้ในหน่วยเดียวกันเพื่อช่วยให้ผู้เรียนบรรลุถึงจุดมุ่งหมายของหน่วยบูรณาการ ซึ่งจะช่วยสะท้อนให้เห็นสภาพความเป็นจริงของการใช้ชีวิต พูดง่ายๆ ก็คือ การพยายามนำเนื้อหาวิชาที่สอดคล้องกัน ใกล้เคียงกัน มาสอนร่วมกัน จะสอนโดยอาจารย์ท่านเดียว หรือสอนเป็นทีมก็ได้ โดยเชิญอาจารย์แต่ละท่านที่รับผิดชอบการสอนในแต่ละวิชามาคุยกัน วางแผนการสอนร่วมกัน ตกลงที่จะมอบหมายงานให้ผู้เรียนได้ฝึกฝน วิธีบูรณาการการเรียนการสอนสามารถทำได้หลายรูปแบบ อาจใช้แบบสอดแทรกคือ ผู้สอนดำเนินการสอนคนเดียวแต่สอดแทรกเนื้อหาวิชาอื่นๆ เข้าไปในวิชาที่ตนสอนด้วย วิธีนี้อาจารย์จะต้องรอบรู้หลากหลายด้าน หรือจะใช้วิธีแบบคู่ขนาน โดยจัดให้เป็นลักษณะต่างคนต่างสอนคนละวิชาแต่มีการวางแผนการสอนร่วมกัน กำหนดหัวข้อเรื่อง ความคิดรวบยอดและปัญหาเดียวกัน หรือทำแบบสหวิทยาการ แบบนี้จะคล้ายกับแบบคู่ขนานคือต่างคนต่างสอน แต่วางแผน มอบหมายงานให้ผู้เรียนทำร่วมกันโดยใช้ความรู้จากทั้งสองวิชามาเชื่อมโยงเป็นประโยชน์ในการทำงานนั้นๆ สุดท้ายคือแบบข้ามวิชาหรือสอนโดยเป็นคณะ ซึ่งผู้สอนวิชาต่างๆ จะมาสอนร่วมกันเป็นทีม มีการปรึกษา วางแผนการสอนร่วมกันภายใต้ผู้เรียนกลุ่มเดียวกัน ส่วนจะเลือกวิธีใดนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะรายละเอียดในแต่ละวิชา ธรรมชาติการจัดการเรียนการสอนของสถาบัน เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดยิ่งขึ้น ขอยกตัวอย่างการเรียนการสอนทางด้านการประชาสัมพันธ์ที่สามารถจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการได้ เพราะนักศึกษาต้องเรียนในหลากหลายวิชา ทั้งวิชาการพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ การเขียนเพื่อการประชาสัมพันธ์ การผลิตสื่อ บริหารและวางแผนงานประชาสัมพันธ์ วิชาเหล่านี้สามารถนำมาบูรณาการได้ โดยปกติอาจารย์ผู้สอนศาสตร์ทางด้านนี้มักจะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานมาก่อน ย่อมเข้าใจการประชาสัมพันธ์ทั้งกระบวนการอยู่แล้ว ดังนั้นการบูรณาการสามารถทำได้ตั้งแต่แบบแรก คือ อาจารย์ผู้สอนสอดแทรกความรู้เนื้อหาวิชาการพูดกับการเขียนหรือการใช้สื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์ได้เอง หรืออาจเลือกใช้แบบสหวิทยาการ คือ อาจารย์ผู้สอนวิชาการบริหารและวางแผนการประชาสัมพันธ์ กับอาจารย์ผู้สอนวิชาการผลิตสื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์หรือการพูดเพื่อประชาสัมพันธ์ ทั้งสามวิชามาร่วมกันวางแผนการสอน กำหนดหัวเรื่องที่สอดคล้องกันโดยอาจมอบหมายให้ผู้เรียนทำงานร่วมกันแล้วใช้วัดผลได้ทั้งสามวิชา อาทิ ให้นักศึกษาวางแผนการประชาสัมพันธ์ ซึ่งในแผนดังกล่าวนักศึกษาต้องนำทักษะและเทคนิคการเลือกใช้สื่อที่มีประสิทธิภาพมาใช้และแสดงให้เห็นว่านักศึกษาเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงมีการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ตัวอย่างประกอบมาในแผนด้วย สุดท้ายนักศึกษาต้องนำเสนอผลงานดังกล่าวโดยใช้ทักษะการนำเสนอที่ดีซึ่งเรียนรู้มาจากวิชาการพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์มาประยุกต์ใช้ สุดท้ายนักศึกษาจะได้งานส่งอาจารย์ 1 ชิ้นคือ แผนงานประชาสัมพันธ์ แต่สามารถวัดผลได้ทั้งสามวิชา ที่สำคัญนักศึกษาจะมีองค์ความรู้มากกว่าเนื้อหาที่อาจารย์บอก การได้ฝึกประยุกต์ใช้ทฤษฎีและผสมผสานทุกศาสตร์ให้เป็นประโยชน์ต่องานตามสภาพความเป็นจริง คือผลสรุปที่ผู้เรียนจะได้รับ รวมถึงผลพลอยได้เรื่องการประหยัดเวลาแทนที่จะต้องทำงานส่งอาจารย์ทั้งสามวิชาแบบต่างคนต่างทำ การจะทำงานเป็นนักประชาสัมพันธ์ที่ดีนั้น นักศึกษาจำเป็นต้องเรียนรู้และฝึกปฏิบัติอย่างแท้จริง เมื่อจบออกไปจะสามารถประกอบอาชีพได้ทันที และหากนี่คือวัตถุประสงค์หลักของการผลิตบัณฑิตของสถาบันการศึกษา การเรียนการสอนแบบบูรณาการก็จะเป็นตัวช่วยที่สำคัญทีเดียว กนกพร ปิมแปง |