ไฟจุดติดแล้ว ถ้าปล่อยไป ไฟนั้นก็จะค่อยๆ มอด และดับลงในที่สุด แต่ถ้าเราเติมเชื้อไฟอยู่เรื่อยๆ เราก็จะเห็นแสงสว่าง และได้รับความอบอุ่นอยู่เสมอ

 

                วันพุธที่ 21 มกราคม 2552 เวลา 16.30 น. เป็นฤกษ์งามยามดีที่มวลหมู่ไปร่วมงานวันเด็กไร้สัญชาติที่สบเมยนัดเจอกันเพื่อสรุปงาน เราเสร็จงานกันตั้งแต่ 8 มกราคม แต่สรุปงานเอา 21 มกราคม ไม่ช้าไปหน่อยเหรอ...ก็ช้าไปนิด แต่มีเหตุผล เพราะบังเอิญว่าสัปดาห์ถัดมา นักศึกษามีสอบกลางภาค จึงต้องให้เวลา แต่แม้จะช้าไปหน่อย ก็ไม่มีผลต่อ ไฟ ความคิด ที่ยังพรั่งพรูบอกเล่าถึงสิ่งที่ได้จากการไปร่วมงาน รวมทั้งข้อดี ข้อด้อย ข้อควรปรับปรุง งานนี้ไม่มียั้งครับพ่อแม่พี่น้อง...

                มึดาเป็นตัวหลักในการเปิดประเด็น เริ่มต้นด้วยสิ่งเบาๆ ก่อน นั่นคือ ผลงานของพวกเราที่ตีพิมพ์ (ว้าว..ป้าต๊อกเวอร์ไปหน่อย) ใน learners และ gotoknow นักข่าวได้เขียนข่าวเกี่ยวกับงานลงในหนังสือพิมพ์หลากหลายฉบับ (บางคนแอบอิจฉามึดา ว่ามีแต่รูปมึดา ..ฮ่าๆ) เวบไซต์บางเวบไซต์ก็มีลง เช่น http://www.tff.or.th/?q=node/120 (มูลนิธิกองทุนไทย) เป็นต้น และปิดท้ายเรื่องเบาๆ ด้วยภาพของพวกเราในการทำกิจกรรม

                จากนั้นเริ่มเรื่องหนัก คือ ขอความคิดเห็นและสิ่งที่ได้จากการทำกิจกรรมครั้งนี้ ป้าต๊อกขออนุญาตสรุปเท่าที่จับความได้ หากนักศึกษาคนไหนเห็นว่าขาดตกบกพร่องไป ก็มาเติมกันได้นะจ๊ะ

---------------------------------------

ข้อดีของกิจกรรมครั้งนี้

---------------------------------------

                1. ทุกคนให้ความร่วมมือกันทำงานดีมาก

                2. มีความช่วยเหลือกันและกันในทุกเรื่อง

                3. ได้รับความรู้ในเรื่องสัญชาติเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการสัมผัสกับ คน ต้นเรื่อง หรือ เอกสาร ต้นเรื่อง

                4. ค้นพบความสามารถของพวกเรากันเองว่า สามารถทำอะไรก็ได้ คือ ทางเจ้าของงานอยากให้นักศึกษาทำอะไร นักศึกษาก็ช่วยได้ทุกอย่าง เช่น แต่งหน้าทำผมให้น้องๆ เพื่อเข้าร่วมการแสดง ช่วยขายพวงมาลัย ทำลูกโป่งให้ผู้ชมนำไปคล้องคอนักแสดงจากโรงเรียนต่างๆ หรือร่วมเล่นดนตรี ร้องเพลงระหว่างที่กรรมการกำลังรวมคะแนนเพื่อตัดสิน เป็นต้น ทำได้ทุกอย่างจริงๆ..เก่งนะเนี่ย..ตัวแค่เนี้ย..

---------------------------------------

ข้อด้อยของกิจกรรมครั้งนี้

---------------------------------------

                1. การประสานงานไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้งานหลายอย่าง ตกเป็นภาระของมึดา

                2. เมื่อการประสานงานไม่ดี ทำให้ไม่มีความชัดเจนว่าต้องทำอะไร อย่างไร

                3. การวางแผนการดำเนินงาน ก็นับเป็นจุดอ่อน

                4. ค้นพบว่า เราอาจมีความรู้ไม่เพียงพอในการให้คำปรึกษาหรือคำแนะนำในวันนั้น ซึ่งก็วนกลับไปยังปัญหาของการวางแผนการดำเนินงาน และการประสานงานอีกครั้งหนึ่ง

---------------------------------------

สิ่งที่ได้จากกิจกรรมครั้งนี้

---------------------------------------

                1. ได้เห็นของจริง ตระหนักถึงความยากลำบากของผู้ที่ไร้สัญชาติ เพราะขณะเรียน หรืออยู่ในเมือง ความเข้าใจตรงนี้มันไม่ได้ เข้าถึงใจ

                2. ได้รู้ว่าเราไม่รู้อะไร โดยเฉพาะปัญหาการไร้สัญชาติ ทำให้ต้องกลับมาทบทวน และหาความรู้เพิ่มเติม

                3. ได้เห็นความกระตือรือร้นของเด็กๆ ที่เข้ามาขอคำปรึกษา ด้วยความหวังว่าจะได้รับสัญชาติ เกิดการเปรียบเทียบกับตัวเองว่า เราพร้อมแล้ว แต่เรามีความกระตือรือร้นเหมือนเด็กเหล่านี้หรือไม่

                4. ได้ความผูกพัน ความสามัคคีกันระหว่างหมู่คณะที่เข้าร่วมกิจกรรม

                5. ได้ฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นทางวิชาการ หรือสันทนาการ

---------------------------------------

ข้อเสนอแนะ

---------------------------------------

                1. ควรมีการวางแผนการดำเนินงานให้ชัดเจน รวมถึงการแบ่งงานด้วย

                2. ควรมีการประสานงานให้ดีกว่านี้

                3. ควรมีการอบรมความรู้ก่อนลงพื้นที่

                4. ควรมีกิจกรรมร่วมกันก่อนลงพื้นที่ เพื่อสร้างความรู้จักก่อนเดินทาง

                5. ควรเดินทางพร้อมกันเป็นหมู่คณะ ไม่ควรแยกรถ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในรถไปพร้อมๆ กันด้วย

 

                หลังจากนั้น ในที่ประชุมได้คุยกันถึงเรื่องในอนาคต เพราะกิจกรรมครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เราจะไม่ยอมให้มันจบลง แล้วรอปีต่อไปเพื่อร่วมงานวันเด็กไร้สัญชาติอีก เด็กๆ ปรึกษากันว่าเราจะสามารถทำอะไรได้บ้างที่เป็นการต่อเนื่อง ทุกคนแสดงความเห็นอย่างจริงจัง (และเร่งรีบ เพราะหิวแล้ว -_-') ว่าเราจะตั้งชมรม และมีกิจกรรมที่ต่อเนื่อง อาจเป็นการอบรมเพิ่มเติมความรู้ให้สมาชิก รวมถึงไปให้ความรู้หากมีใครต้องการ มติเป็นเอกฉันท์ว่าเช่นนั้น แต่ขั้นตอนต่อไป คือ ชื่อชมรม วัตถุประสงค์ และ ฯลฯ ไปคุยกันต่อที่ร้านหมูกะทะ เพราะหิวมั่กๆ แล้ว..ฮ่าๆๆ

                ผู้สังเกตการณ์อย่างป้าเห็นว่า ไฟจุดติดแล้ว ถ้าปล่อยไป ไฟนั้นก็จะค่อยๆ มอด และดับลงในที่สุด แต่ถ้าเราเติมเชื้อไฟอยู่เรื่อยๆ เราก็จะเห็นแสงสว่าง และได้รับความอบอุ่นอยู่เสมอ เด็กๆ ที่ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นเชื้อไฟในเบื้องต้น วันหนึ่งข้างหน้าก็ต้องทยอยสำเร็จการศึกษาไป แต่ถ้ามีเด็กรุ่นใหม่เข้ามาร่วมกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ ป้าต๊อกเชื่อว่าไฟกองนี้คงไม่มีวันมอด และความเชื่อนี้ ป้าต๊อกมีเวลาพิสูจน์ทั้งชีวิต

 

                เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ต้องขอขอบคุณเด็กๆ ที่ให้ประสบการณ์ดีๆ กับป้าต๊อก

                Merci beaucoup mes petits.