ผมสงสัยจริงว่ารากฐานของปัญหาการศึกษาไทยอยู่ที่ไหน

สวัสดีปีใหม่ครับ

เมื่อเช้านี้ผมแวะดื่มกาแฟและรับอาหารเช้าที่ร้านฟาสฟู๊ดแถวหน้า ม.สวนสุนันทา ปกติผมไม่ค่อยได้ไปร้านประเภทนี้บ่อยนัก แต่เนื่องจากร้านอาหารของมหาวิทยาลัยยังคงหยุดปีใหม่ จึงต้องออกไปหาอะไรรองท้องข้างนอก

ขณะที่นั่งรับประทานอาหาร ผมสังเกตว่าแทบทุกโต๊ะเต็มไปด้วยเด็กที่กำลังเรียนพิเศษหรือติววิชาอะไรกันอยู่ ซึ่งมีทั้งเด็กเล็กๆ 6-7 ขวบ ไปจนถึงวัยรุ่น ทำให้ผมสงสัยว่ามันเกิดอะไรกันนี่ ที่เด็กๆ เหล่านี้ต้องมานั่งเรียนหนังสือตอนเช้าวันอาทิตย์ แทนที่จะไปวิ่งเล่น หรือเล่นกีฬาตามประสาเด็กในวัยซุกซนหรือเด็กในวัยที่กำลังจะโต

คำถามแรกในใจของผมก็คือ เด็กพวกนี้มีปัญหาด้านการเรียนรู้หรือ จึงต้องมาเรียนพิเศษในวันหยุด ผมลองสังเกตดูก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเด็กๆ ส่วนใหญ่ดูท่าทางฉลาดเฉลียว 

ต่อมาผมสงสัยว่าเด็กๆ พวกนี้เขาไม่เข้าใจสิ่งที่ครูสอนในห้องเรียนปกติหรือเปล่า หรือเขากำลังเรียนเพิ่มเติมให้สูงไปกว่าหลักสูตรที่เพื่อนๆ เขาเรียนกัน  ผมสงสัยต่อว่าถ้าเป็นการเรียนเพิ่มเติมให้สูงกว่าหลักสูตร แล้วละก้อ มันมีความจำเป็นแค่ไหน หลักสูตรการศึกษาไทยอ่อนไปหรือเปล่าจึงต้องเรียนเสริม แล้วถ้าเรียนเกินหลักสูตร จะมีการทดสอบความรู้หรือไม่ ถ้ามีปรากฎอยู่ในข้อสอบ เพื่อนๆ ที่ไม่ได้เรียนเสริมก็เสียเปรียบแน่นอนเพราะจะต้องเจอข้อสอบที่ไม่ได้เรียน แต่ถ้าไม่มีการออกสอบ แล้วเรียนเสริมไปเพื่ออะไร

นอกจากนี้ ผมก็ยังอดสงสัยต่อไม่ได้ว่า แล้วเด็กๆ ในชนบทที่ไม่มีโอกาสมาเรียนเสริมในร้านฟาสฟู๊ดแบบนี้ เขาไม่เสียเปรียบเด็กเมืองกรุงที่พ่อแม่มีอันจะกินเหรอ

ผมพยายามนึกถึงสมัยที่ผมเรียนหนังสือในต่างประเทศ ซึ่งผมใช้เวลาร่วม 10 ปีในต่างแดน เรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมจนจบปริญญาโท ก็ไม่เคยเห็นภาพการเรียนพิเศษแบบนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นในประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา หรือนิวซีแลนด์ เคยเห็นแต่ทุกๆ เช้าวันอาทิตย์แบบนี้ เด็กๆ ในต่างประเทศออกไปเล่นกีฬากัน

การที่มีการประเมินกันว่ามาตรฐานการศึกษาของไทยในปัจจุบันนั้น  ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านมากมาย ทำให้ผมสงสัยอีกว่า แล้วปัญหามันอยู่ที่ไหน รากฐานของปัญหาการศึกษาไทยอยู่ที่ไหนครับ มีใครพอตอบได้ไหมครับ ไม่ทราบว่าพอจะมีผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษาฯ ที่เคยสงสัยในประเด็นต่างที่ผมสงสัยหรือไม่ เราจะทำอย่างไรเพื่อให้เด็กๆ ที่เป็นอนาคตของชาติมีระดับการศึกษาที่สูงขึ้นโดยเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ให้เพียงเด็กที่จบโรงเรียนดังๆ เท่านั้นที่เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยของรัฐ

ที่จริงข้อสงสัยสุดท้ายของผมก็คือ จริงหรือไม่ที่เด็กที่เข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะดี และส่วนใหญ่เรียนในโรงเรียนใน กทม./เมืองใหญ่ๆ มีตัวเลขที่แสดงสัดส่วนเปรียบเทียบเด็กจากชนบทกับเด็กเมืองกรุงหรือไม่