วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2551 เวลา 08.30น. –16.30 น. งานบุคลากร ฝ่ายแผนและพัฒนา วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนี จังหวัดนนทบุรี จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการเขียนเล่าเรื่องและการทบทวนหลังการอบรม (วิเคราะห์ After Action Review : AAR) โดยมีวิทยากร
2 ท่าน ได้แก่ อาจารย์สมพร อินทรแก้ว หัวหน้ากลุ่มการพัฒนาระบบงานสุขภาพจิต และอาจารย์อัมรากุล
อินโอชานนท์ นักจิตวิทยา ระดับ 8 จากกรมสุขภาพจิต จัดขึ้นที่ห้องประชุม 2 ผู้เข้าร่วมอบรม คืออาจารย์วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดนนทบุรี และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนของวิทยาลัยจำนวน 43 คน
ช่วงเช้าของการอบรมมีการทบทวนความรู้เรื่องการจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) ว่าเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการพัฒนางาน โดยให้คุณค่าของการจัดการความรู้ที่มีอยู่ในตัวคน (Human Knowledge Management) และคุณค่ากับความรู้ที่เด่นชัดและเก็บไว้ในฐานข้อมูล (Digital Knowledge Management) ซึ่งจะต้องมีเป้าหมายในการจัดการความรู้ที่ชัดเจน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ และพันธกิจของหน่วยงาน มีการแบ่งปัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน การเขียนเรื่องเล่านั้นเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สำคัญของการจัดการความรู้ ที่มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เล่าได้ปลดปล่อยความรู้จากการปฏิบัติและประสบการณ์ ตลอดจนความเชื่อ ความคิดและอารมณ์ของตน ผ่านปลายนิ้วมือลงบนกระดาษ โดยผู้เข้าร่วมอบรมมีการ
ทำกิจกรรมกลุ่ม แบ่งออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 4 คน ช่วยกันเขียนเล่าเรื่องลงบนกระดาษ chart โดยมีกติกาว่าไม่ให้สมาชิกกลุ่มคุยกัน กำหนดประโยคขึ้นต้นว่า “จากวันนั้นถึงวันนี้” และประโยคท้ายว่า “ แล้วเราก็จะช่วยกันสร้างสรรค์สังคม” ผู้เข้าอบรมแต่ละคนมีความมุ่งมั่นที่จะเขียนข้อความต่อกันเพื่อให้ เนื้อหาสอดคล้องกันไป ในขณะเดียวกันเรื่องที่เขียนได้สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้เขียนได้เป็นอย่างดี ใช้เวลาเขียนประมาณ 20 นาที หลังจากนั้นจึงให้แต่ละกลุ่มตั้งชื่อเรื่อง มีการนำเสนอเรื่องราวที่ได้เขียนไว้ มีเสียงหัวเราะครื้นเครงจากหลายกลุ่ม บางกลุ่มนั่งฟังเงียบ ๆ พูดคุยบ้างเล็กน้อย นอกจากนี้แล้ววิทยากรได้ให้ผู้เข้าอบรม(สมาชิกกลุ่ม)ได้พูดแสดงความรู้สึกว่ารู้สึกอย่างไรในการเขียน ซึ่งสมาชิกแต่ละคนได้พูดแสดงความรู้สึกที่แท้จริงของตนเองมาว่าทำไมจึงเขียนเช่นนั้น เช่น บางคนบอกว่าต้องการเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ประกอบการเขียน หรือ บางกลุ่มเขียนเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา เป็นต้น จบกิจกรรมกลุ่มทุกคนจะรับประทานอาหารว่างร่วมกัน ประกอบด้วย กาแฟ / โอวัลติน และขนม หลังจากรับประทานอาหารว่างก็จะเป็นเรื่องของการเขียนเรื่องเล่าของแต่ละบุคคล ซึ่งเป็นเรื่องที่ประทับใจ หรือประสบการณ์จากการทำงาน มีการแลกเปลี่ยนกันอ่านเรื่องเล่าระหว่างผู้เข้าอบรม
ผู้เข้าอบรมได้นำเสนอการเขียนเล่าเรื่องที่ประทับใจ 5 เรื่องเป็นของอาจารย์ 4 เรื่อง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน 1 เรื่อง สมาชิกกลุ่มช่วยกันวิเคราะห์ว่าประทับใจอย่างไร บางคนประทับใจในการใช้คำ
บางคนประทับใจในเรื่องเนื้อหาสาระ ขั้นตอน และการเรียงลำดับความสำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็น 2 ลักษณะ คือ อารมณ์ ความรู้สึก ความคิด และ เนื้อหาสาระ วิธีปฏิบัติ และผู้เข้าอบรมยังได้ช่วยกันสรุปเทคนิคของการเขียนเรื่องเล่าว่าควรมีการสอดแทรกตัวอย่าง เล่าจากประสบการณ์จริงของผู้เล่า ลักษณะการเล่าเรื่องจะต้องเป็นไปตามธรรมชาติ เห็นตัวละครในการเล่าที่ชัดเจน มีการดำเนินเรื่องที่เชื่อมโยงต่อเนื่อง ขั้นตอนที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ใช้คำที่มีพลัง สละสลวยหรือวลีสั้น ๆไม่ซ้ำซ้อน ชวนให้ผู้อ่านติดตาม มีการสอดแทรกคุณธรรม อารมณ์ขัน และการตั้งชื่อเรื่องเพื่อให้น่าสนใจ นอกจากนี้แล้ว วิทยากรยังได้ช่วยสรุปเพิ่มเติมว่าการเขียนเรื่องเล่านั้น สามารถแทรกรูปภาพ ใช้เทคนิคการเขียนที่ยกผลลัพธ์มาก่อนและไต่ไปหาสาเหตุเช่นเดียวกันกับการเขียนนิยายฆาตกรรม และเรื่องที่เขียนต้องเป็นเรื่องจริง เล่าแบบถ่อมตน ให้เห็นรายละเอียด บอกความรู้สึกที่แท้จริงของผู้เขียน มีความรู้ การปฏิบัติสู่ความสำเร็จ ที่สำคัญต้องเป็นไปในลักษณะเชิงบวกและสร้างสรรค์
กิจกรรมการอบรมในภาคบ่าย จบการเขียนเรื่องเล่าก็เป็นการทบทวนหลังการอบรม (AAR)
โดยผู้เข้าอบรมจะต้องบันทึก AAR ของตนเองเกี่ยวกับกิจกรรมการเขียนเรื่องเล่าในช่วงเช้า ผู้เข้าอบรม
ได้บันทึกไว้น่าสนใจมาก เช่น ผู้เข้าอบรมมีเป้าหมาย เพื่อเพิ่มความรู้และเพื่อศึกษางานการ KM
สิ่งที่บรรลุเป้าหมายในการอบรม คือ ได้รับความรู้เพิ่มขึ้น ได้วิธีการเขียนเรื่องเล่า เทคนิคการเขียนเรื่องเล่า เนื่องจากได้มีโอกาสฝึกปฏิบัติจริง สิ่งที่ไม่บรรลุเป้าหมายในการอบรมบางคนบอกว่า ไม่มี เนื่องจากไม่ได้ตั้งเป้าหมายไว้เพิ่มเติม และความชัดเจนที่ทำให้เกิด KM ของวิทยาลัย สิ่งที่ผู้เข้าอบรม
ได้เกินความคาดหวัง คือ ได้ฟังเรื่องเล่าที่น่าสนใจจากผู้ร่วมงาน และพบศักยภาพในการเขียนเรื่องเล่าของอาจารย์ในวิทยาลัยหลายท่าน สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเข้าอบรม ได้แก่ เทคนิคการเรื่องเล่า ความกล้าในการเขียน โดยไม่ต้องคำนึงว่าดี หรือดีที่สุด การปฏิบัติการเขียนเรื่องเล่าทำให้มีทักษะเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ข้าอบรมยังมีแนวคิดที่จะกลับไปนำแนวทาง AARไปใช้ในหน่วยงาน พัฒนาการเขียนเรื่องเล่าโดยฝึกฝนการเขียนเรื่องเล่าจากประสบการณ์การทำงานเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง สำหรับข้อเสนอแนะนั้น
ผู้อบรมได้เสนอให้มีการทำ Workshop เกี่ยวกับการทำ KM ให้มากขึ้น แบ่งตามกลุ่มงานที่ปฏิบัติสกัดสาระสำคัญในงานนั้นๆ เพื่อให้ได้ความรู้และเรื่องเล่าที่หลากหลาย โดยเจาะจงในบุคคลที่สนใจ และควรจัดให้มีการประกวดเรื่องเล่าเพื่อสร้างแรงจูงใจแก่ผู้ที่จะเข้าอบรม
สิ่งสำคัญของการอบรมในวันนี้คือผู้เข้าอบรมได้ร่วมกันวิเคราะห์ AAR ซึ่งผู้เข้าอบรมมีการวิเคราะห์ทั้งหมด 5 ประเด็น คือ 1) ทบทวนวัตถุประสงค์ ว่ามีอะไรบ้าง 2) เมื่อโครงการดำเนินไป ดูว่าวัตถุประสงค์ใดที่ได้ผลเกินคาด เพราะอะไร 3) มีวัตถุประสงค์ใดที่บรรลุเป้าหมายน้อยหรือหรือไม่บรรลุเป้าหมายเลย เพราะอะไร 4) ถ้าจะมีการทำงานนี้อีกควรปรับปรุงตรงไหนบ้างและปรับปรุงอย่างไร 5) จะเอาความรู้ที่ได้จากการวิเคราะห์ AAR ไปใช้ประโยชน์อะไรบ้าง โดยเฉพาะงานประจำของหน่วยงาน
ประเด็นที่สนใจวิเคราะห์ร่วมกันคือจำนวนของผู้เข้าอบรมที่กำหนดไว้จำนวน 90 คน แต่พบว่ามี
ผู้เข้าอบรมเพียง 43 คน คิดเป็นร้อยละ 47.77 ซึ่งเมื่อได้ร่วมกันวิเคราะห์สาเหตุสรุป ได้ 3 สาเหตุ คือ 1) อาจารย์มีภาระงานมากเกินไป และได้วิเคราะห์แนวทางการแก้ไข คือนโยบายการทำ KM ต้องมีความชัดเจน จากผู้บริหาร มีคำสั่งและการสื่อสารคำสั่งอย่างเป็นระบบ ในขณะเดียวกันคณะทำงาน KM จะต้องทำให้ผู้บริหารเห็นความสำคัญ เช่น นำเรื่องที่เล่าเสนอผู้บริหาร นำเรื่องที่เล่าขึ้น web board มีการจัดประกวด KM มีการติดต่อเชื่อมโยง KM กับวิทยาลัยอื่น ๆ สร้างนวตกรรมการเรียนการสอนที่เกิดจากการทำ KM มีการนำเรื่องเล่าไปออกแบบการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ 2) ประเด็นสาเหตุสำคัญที่กลุ่มผู้ข้าอบรมได้ร่วมกันวิเคราะห์และพบว่าอาจารย์บางท่านยังไม่เห็นความสำคัญของการทำ KM ในประเด็นนี้ผู้เข้าอบรมได้เสนอแนวทางแก้ไขโดยคณะทำงาน KM จะต้องวิเคราะห์ ความรู้ ทัศนคติ และทักษะของอาจารย์ต่อ KM และ 3) ซึ่งเป็นประเด็นสาเหตุสุดท้าย คือ ช่วงเลาที่จัดประชุมเกี่ยวกับ KM ซ้ำซ้อนกับงานอื่น ซึ่งแนวทางการแก้ไข คือ การจัดตาราง / แผนงานของวิทยาลัย และดำเนินการตามแผนงานที่กำหนดไว้