ในการตัดสินใจเลือกซื้อ เลือกใช้ สินค้าและบริการสำหรับบ้านหลังสุดท้ายหลังนี้นั้น กล่าวได้ว่าเราได้ของดี บริการดีเพราะเราตั้งใจดีที่จะทำ “การบ้าน...”

นับตั้งแต่เรื่อง “เตาเผาศพปลอดมลพิษ” เราทำการบ้านอย่างหนัก เราวิ่งไปดูเตา ไปล้วง แคะ แกะ เกา หาข้อมูล ทั้งแบบแห้งและแบบสด คือ หาเบื้องต้นจากทางเอกสาร ทาง Internet ฟังข้อมูลจากผู้ขายรายต่าง ๆ แล้วนำข้อมูลต่าง ๆ เหล่านั้นกลับไปตรวจสอบซ้ำ (Re-Check) แบบสุ่มกับผู้ใช้ซึ่งมีประสบการณ์จริงเป็นประสบการณ์หลังขาย เราจึงได้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจอย่างดีที่สุด

การทำการบ้านนั้น นอกจากเราจะได้ของดีแล้ว เรายังได้มิตรที่ดีด้วย...
เพราะการตัดสินใจใด ๆ นั้น ย่อมมีผู้สมหวังและผิดหวัง
ผู้สมหวังนั้นแน่นอน เขาจะยอมรับที่จะเป็นมิตรกับเรา และยอมรับความเป็นมิตรของเรา
แต่สำหรับผู้ผิดหวังนั้น หากเราทำการบ้านไม่ดี ข้อมูลไม่แน่น การตัดสินใจที่จะไม่เลือกใคร โดยเฉพาะเขานั้น จะทำให้เกิดการค้างคาใจ แล้วเราจะเสียมิตรที่ดี ๆ ไปอย่างน้อยก็หนึ่งคน

ครั้นที่เราตัดสินใจเลือกผู้ผลิตรายหนึ่งที่จากข้อมูลรอบด้านที่สรุป ณ เวลานั้น (สิงหาคม 2551) ได้ว่า บริษัททีมเทค เป็นผู้ผลิตที่ดีที่สุดในปัจจุบัน
มีผู้อกหัก ผิดหวังหลายราย และผู้ผิดหวังเหล่านั้นต้องการ “คำตอบ...”

คำตอบจากการทำการบ้านนั้น ท่านอาจารย์บอกให้เราบอกเค้าให้หมด ว่าข้อดี ข้อเสียแต่ละอย่างนั้นเป็นอย่างไร
บอกกันตรง ๆ ว่าเขาดีแบบนี้ ของคุณมีข้อเสียแบบนี้ ทำไมเราถึงเลือกคนอื่นและไม่เลือกเขา
ข้อมูลที่เราทำการบ้านมานี้ เป็นเหตุเป็นผลที่พิสูจน์ได้ในทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะบอกเขาได้ว่า เราบริสุทธิ์ใจ ไม่มีนอกมีใน และสิ่งเหล่านี้จะตัดซึ่งความค้างคาใจได้ทั้งสองฝ่าย...

 

เรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “กระเบื้องแกรนิโต้ (Granito) ที่เราแทบพลิกแผ่นดินหา
มีลูกศิษย์หลายรายมาช่วย แต่ละรายนั้นทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ เสียสละเวลา ติดต่อ ประสานงาน ต่อรองราคานับเวลาเป็นแรมเดือน


แต่สุดท้ายนั้นเราไม่สามารถที่จะซื้อกระเบื้องจากลูกศิษย์ทุกรายได้ที่เขาติดต่อได้ เราต้องเลือกที่ดีที่สุดเพียงรายหนึ่ง และนั่นเองผู้ที่เราไม่เลือกนั้นเขาย่อมต้องการคำตอบ

 


นอกจากคำตอบที่สมเหตุ สมผล ที่ทำให้เขาสบายใจ กับสิ่งต่าง ๆ ที่เขาทุ่มเทลงไปเพื่อเราแล้ว
คำตอบทั้งหลายที่ได้ทำการบ้านมานั้น ยังจะช่วยให้เขามีความรู้
เขาจะรู้จักข้อดี ข้อเสีย โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis) ของตัวเขาเอง ของคู่แข่ง ทั้งที่เขาแพ้ และเขาชนะ


ความรู้ต่าง ๆ จากการบ้านนี้ จะทำให้เขา เพื่อนเขา ญาติพี่น้องทั้งในครอบครัวและในธุรกิจ สามารถพัฒนางาน พัฒนาการค้า พัฒนาองค์กร (Organization Development) ให้ก้าวหน้า
ทำให้ข้อมูลสด ๆ จากการที่เราได้ไปเสาะหา ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการวิจัย (Research) อย่างหนึ่ง
ที่เราได้ไปสัมภาษณ์แบบเจาะลึก ทั้งแบบสุ่มและแบบเจาะจง
เป็นข้อมูลที่ได้มาจากทั้งผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย คือ มีส่วนได้เงิน กำไร รายได้จากการตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อนั้น


โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลจากผู้ที่ทำงานด้วยความเสียสละ ทุ่มเททำงานให้เราเพื่อ “ความสุขใจ” ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่มีประโยชน์ยิ่ง
เมื่อนำข้อมูลทั้งสองมาประกอบเข้าด้วยกัน นอกจากเราจะได้ของที่ดีแล้ว เรายังจะได้รู้ว่าใครเป็นใคร ใครเป็นอย่างไร

เพราะข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนั้น สามารถวัด “ใจ” ของเขาได้ ว่าเขามีจิตมีใจอยู่ในระดับไหน

อาทิเช่นเรื่องกระเบื้อง
ปกติแล้วเราจะซื้อประจำกับลูกศิษย์รายหนึ่ง ที่เขาขาย หรือแทบจะเรียกได้ว่า “ไม่ได้ขาย” คือสั่งให้เราเฉย ๆ


เขาสั่งมาราคาเท่าไหร่ เขาก็คิดสตางค์กับเราราคาเท่านั้น
เขาพยายามต่อรองกับทางบริษัทใหญ่กับเราให้มากที่สุด
เขามีอำนาจการต่อรองมาก เพราะเขามีความบริสุทธิ์ใจ
เขาพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำเมื่อจะขอราคาพิเศษ บริษัทบอกมาเท่าไหร่ เขาก็มาบอกเราเท่านั้น
หลาย ๆ ครั้งที่เราต้องขอว่า “ขอซื้อนะ” อย่าถวายให้เราฟรี ๆ เลย 
เราสบายใจกว่านะที่จะซื้อ เพราะลูกศิษย์จะต้องมีครอบครัว ต้องเลี้ยงปาก เลี้ยงท้อง เลี้ยงลูก
แค่ติดต่อประสานงานให้อย่างเดียวก็เป็นความเมตตาอย่างยิ่งแล้ว
ราคาเหล่านี้แต่ละตัวที่ได้มานั้นเป็นฐานในการพิสูจน์ใจของบริษัท ห้างร้าน อื่น ๆ ทั้งที่อยู่รอบข้าง ใกล้เคียง ทั้งไกลและใกล้

หรือจะยกตัวอย่างอันเป็นจริงอีกอย่างหนึ่งก็คือ เรื่อง “หินแกรนิต (Granite)” ที่มีโยมลูกศิษย์ไปสืบเสาะ ควานหา หินสวย หินดี ราคาถูก (ถูกกว่าท้องตลาด) มาให้จากดินแดนที่ห่างไกล “สระบุรี”


ลูกศิษย์ท่านนี้ ใช้เวลาแรมเดือน สืบเสาะ หาข้อมูล ทำการบ้านอย่างหนัก
ต้องเสียสละเวลาและค่าใช้จ่าย แต่เขาก็ยินดีและเต็มใจที่จะทำการบ้านให้กับเราในครั้งนี้

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นั้นเอง เป็นสิ่งล้ำค่าหลังจากที่งานนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว
“การบ้าน” เป็นสิ่งที่มีค่ามาก หากเราตั้งใจทำ


การบ้านนั้นนอกจากจะมีประโยชน์ในช่วงที่เรียนหนังสือในมหาวิทยาลัยแล้ว
การบ้านนั้นยังมีประโยชน์กับชีวิตที่ต้องดำเนินชีวิตอยู่นี้ทุก ๆ วัน
หรือว่าการทำการบ้านนั้นหากจะเรียกให้หรูนั้นก็คือ “การจัดการความรู้ (Knowledge Management)” นั่นเอง

เมื่อเราทำการบ้าน เราจะได้มีการตรวจประมวลความรู้ (Comprehensive) ที่อยู่คู่กับตัวในทุก ๆ วัน
การทำการบ้านอย่างหนัก จะทำให้เราเป็นคนที่หนักแน่นด้วยเหตุและผล
แล้วการบ้านนี้เองจะทำให้เราดำรงตน ให้เป็นคนที่มีเหตุมีผลทั้งกายและใจ...