เวลาของชีวี ณ วินาทีนี้ เรามีโอกาสใช้สายตาทั้งสองคู่มองดูใบไม้ที่พริ้วไหวด้วยสายลม
เราได้ฟังเสียงของใบไม้ที่ถูกสายลมนั้นพัดให้กระทบกัน เสียดสีกัน
จมูกของเราได้มีโอกาสสูดกลิ่นความสดชื่นอันบริสุทธิ์
ผิวกายนั้นได้สัมผัสไอเย็นจากดินและต้นไม้แทนการได้สัมผัสความร้อนโดยตรงจากแสงแดด
อาหารและน้ำอันมีคุณค่าและบริสุทธิ์ที่เปรียบประดุจน้ำมันที่คอยขับเคลื่อนชีวิตนี้
เราสัมผัสสิ่งทั้งหลายเรานี้ได้เพราะเราตัดเสียซึ่งสิ่งที่เรียกว่า “โล่ห์กำบังใจ” ให้ออกเสียได้จากดวงจิต

เมื่อก่อนนั้นคราวที่เราเดินทางไปตามถนนหลายสายในประเทศไทย
ตาทั้งคู่ของเราได้มีโอกาสเห็นใบไม้สีเขียวอันปกคลุมต้นไม้อันหนาทึบ แต่ใจของเรานั้นไม่สามารถมองเห็นความบริสุทธิ์ ความสดใสแห่ง “ธรรมชาติ” นั้นได้เลย
เพราะใจของเราได้แต่ครุ่นคิดถึงเรื่องการ เรื่องงาน เรื่อง “เงิน...”

แม้แต่ครั้งที่จงใจไปเที่ยว ไปพักผ่อนตามสถานที่ที่เขาเรียกว่า “ธรรมชาติ”
ตาของเรานั้นก็จับจ้องอยู่ที่พ็อคเกตบุ๊คเล่มเล็ก ๆ ที่ใคร ๆ เขาชอบนำไปนั่งอ่านกันริมทะเล เราก็ต้องอินเทรนทำตามไปด้วยเขาเพราะกลัวใครจะว่าเราไม่ “ทันสมัย…”

หรือเมื่อครั้งที่เราเหน็ดเหนื่อย ต่อสู้ เดินทางขึ้นไปยังยอดเขาสูงเสียดว่าที่ชื่อว่า “ภูสอยดาว” แต่เราก็กลับนำเครื่องดนตรี ไปดีด ไปสี ไปตี เพื่อกลบเกลื่อนความสุขอันวิจิตรนั้นคือ “ความสงบ...”

ธรรมชาตินั้นเป็นสิ่งอัศจรรย์แสนวิจิตร
แต่ความรู้ของเราที่มีตามยุคตามสมัย กล่อมเราให้ทำตามสิ่งที่ใคร ๆ เขาทำกันจนเป็น “ประชาธิปไตย” ถ้าไม่ทำก็กลัวว่าจะล้าสมัยตามไม่ทัน

โอกาสในวันนี้ช่างดีเหลือหลาย
โอกาสที่มี “ศีล”
ศีลอันเป็นเครื่องกั้นไม่ให้ตาของเราได้ดูโทรศัพท์ บิดบังหูของเราจากเสียงวิทยุ ศีลที่กั้นโสตประสาทจากสื่อทางโลก ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือแม้กระทั่งหนังสือ “ธรรมะ”

โอกาสนี้ทำให้เรามีโอกาสอยู่กับสิ่งที่ประเสริฐสุดคือ “ปัจจุบัน...”

การอยู่กับปัจจุบันทำให้คนที่อยู่เคียงเรานั้นเป็นคนที่สำคัญที่สุด เขามีความสุขแล้วเราก็มีความสุข...


ปัจจุบันที่เราได้อยู่กับธรรมชาติ มองธรรมชาติ ฟังธรรมชาติ ลิ้มรสธรรมชาติ สัมผัสธรรมชาติ เพื่อให้ใจได้รู้จักกับ “ธรรมชาติ...”

โลกของเรานี้สดสวยเสมอถ้าหากว่าเราและเธอได้มองโลก อ่านใจ อยู่ในธรรมชาติ...

เมื่อตาคู่นี้ได้ละออกจากบทความทางเศรษฐกิจ ข่าวการเมือง ปัญหาทางสังคม รวมทั้งสิ่งเพลิดเพลินทั้งบันเทิงและกีฬา ใจดวงนี้จะสดใสขึ้นอีกมาก

สายตาของเราที่ได้มองโลกอย่างที่โลกอยากให้เราเห็น คือ สิ่งที่ใช้เยียวยาความเหน็ดเหนื่อยเมื่อล้าจากการตรากตรำ ทำงานหนัก
ครั้นเมื่อเรามีโอกาสอ่านใจ มากกว่าอ่านตัวหนังสือ การอ่านครั้งนี้คือ “ความสงบ”

การที่มีชีวิตอยู่กับธรรมชาติต้องสร้างโอกาสให้สัมผัสทั้ง ๖ นี้อยู่ในธรรมชาติทุกลมหายใจ
เมื่อมองโลกเป็นโลก อ่านใจให้เป็นใจ ชีวิตเขา ชีวิตเรา ชีวิตใคร ย่อมได้อยู่ในธรรมชาติที่สดใส สงบพลัน...