เครื่องแมมโมแกรม
การตรวจเต้านมด้วยเครื่องเอกซเรย์แมมโมแกรม หรือ แมมโมกราฟฟี่ ปัจจุบันได้มีการพัฒนาไปถึงระบบดิจิตัลแล้ว โรงพยาบาลหลายแห่งมีเครื่องระบบนี้มาใช้ในการตรวจ
อยากจะขอกล่าวถึง ปัจจัยต่างๆของเครื่องเอกซเรย์ ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของภาพถ่ายเต้านม ที่ได้ ก่อนที่จะส่งให้รังสีแพทย์รายงานผลการตรวจ น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับนักรังสีเทคนิคในการนำไปประกอบการใช้เครื่องบ้าง
เมื่อพูดถึงคุณภาพของภาพถ่ายเต้านมก็จะประกอบด้วยหลายปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพ จะไม่ขอกล่าวถึงระบบการล้างฟิล์มที่เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องเพราะมีความละเอียดอ่อนในการควบคุมดูแล
ปัจจัยแรก ที่จะกล่าวถึงก็คงจะเกี่ยวกับเครื่องเอกซเรย์โดยตรง
ส่วนประกอบต่างๆดังแสดงในภาพ ความแตกต่างของภาพที่ได้จากเครื่องเอกซเรย์ทั้งสองชนิด คือ ถ้าเครื่องเป็นระบบดิจิตัล ข้อดีคือจะสามารถปรับภาพ/ขยายภาพ/วัดขนาดและวัดความยาวต่างๆได้ซึ่งเครื่องที่ระบบรับภาพเป็นฟิล์มไม่สามารถทำได้
-
เครื่องเอกซเรย์ที่เป็นชนิด conventional mammography โดยมีระบบ รับภาพที่ใช้ฟิล์มโดยตรงในการถ่ายภาพและดูภาพ
-
จากรูปแสดงหลอดเอกซเรย์
-
เครื่องเอกซเรย์ที่เป็นชนิด digital mammography โดยระบบการรับภาพดิจิตัล จะดูภาพถ่ายทางจอภาพ (monitor) และเก็บเป็นไฟล์รูปภาพไว้จะยังไม่ถ่ายภาพลงบนฟิล์ม ยกเว้นเมื่อแพทย์ขอมา
-
ปัจจัยที่สอง เกี่ยวกับนักรังสีเทคนิคผู้ใช้เครื่องในการเลือกใช้ระบบต่างๆของเครื่อง
ระบบของเครื่องมีหลายระบบให้เลือกใช้ขณะที่ทำการตรวจเพื่อความเหมาะสมกับชนิดเนื้อเยื่อเต้านมและความหนาเต้านมหลังการใช้แผ่นกดทับเต้านม
บางคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องใช้แผ่นกดทับเต้านม มีภาพให้ดูแทนคำอธิบายค่ะเมื่อใช้แผ่นกดทับสามารถลดสิ่งที่มารบกวนลงได้และได้ภาพที่คมชัดมากขึ้น
ระบบของเครื่องเอกซเรย์เต้านมที่รังสีเทคนิคต้องเลือกใช้มีดังนี้ค่ะ
1.ระบบ Auto- kV exposure mode เป็นการเลือกใช้ค่า kV ที่เหมาะสมส่วนค่า mAs จะเปลี่ยนไปตามความหนาของเต้านมโดยอัตโนมัติ
ความหนาเต้านม 2-6 เซนติเมตร หลังการใช้แผ่นกดทับค่า kV ควรอยู่ในช่วง 25-28 kV
เมื่อความหนาเพิ่มขึ้นมากกว่า 6 เซนติเมตร ต้องเพิ่มค่า kV มากขึ้นโดยเพิ่มมากกว่า28 kV เพื่อให้ปริมาณรังสีผ่านทะลุเนื้อเยื่อพอดีซึ่งต้องเพิ่มพลังงานโดยการเปลี่ยนตัวกรองรังสีจากโมลิปดีนั่มเป็นโรเดี่ยมแทน
2.ระบบ Auto- time exposure mode คือการเลือกใช้ค่า kV ค่าใดค่าหนึ่งตามความหนาของเต้านม
หรือ การใช้ค่า kV คงที่(fix kV)นั่นเอง โดยค่า mAs จะปรับเปลี่ยนไปตามความหนาเต้านมโดยอัตโนมัติ
ทั้งนี้ผู้ที่เลือกใช้ค่า kV คงที่ต้องคำนึงถึงความหนาของเต้านมที่มากกว่า 6 เซนติเมตรด้วยต้องปรับเปลี่ยนตัวกรองรังสีให้ถูกต้อง
3.ระบบ Auto- filter mode คือระบบที่สามารถเลือกใช้ตัวกรองรังสีที่ตรงกับความหนาของเต้านมผู้ป่วยที่เปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ....ซึ่งเมื่อเลือกระบบนี้เครื่องจะปรับเปลี่ยนเองเมื่อความหนาเปลี่ยนไป
ส่วนใหญ่เครื่องเอกซเรย์เต้านมจะมีตัวกรอง 2 ชนิดคือ โรเดี่ยม (Rh)ใช้กับความหนาที่มากกว่า 6 เซนติเมตรเพราะจะให้ค่า kV ทะลุลวงสูงกว่า
และ โมลิปดีนั่ม(Mo) ใช้กับความหนาที่ไม่เกิน 6 เซนติเมตรส่วนใหญ่สตรีแถบเอเชียจะมีขนาดที่พอเหมาะสำหรับการเลือกตัวกรองรังสีชนิดนี้
4. ระบบการเลือกตำแหน่งตัวควบคุมปริมาณรังสีอัตโนมัติ หรือ AEC: Automatic exposure control (ภาพแรกเป็นขบวนการทำงานของระบบ)
ระบบนี้การเลือกจุดที่วางต้องเลือกตำแหน่งของเต้านมที่เป็นส่วนที่หนาและให้ตรงกับเนื้อเยื่อชนิดต่อมน้ำนม หรือเรียกว่า Glandular tissue นั่นเอง ดังภาพถ่ายเต้านมที่แสดงด้านล่าง
ภาพล่างแสดงการเลือกตำแหน่งของตัวควบคุมปริมาณรังสีอัตโนมัติกับความหนาเต้านมที่ไม่ถูกต้อง(ในภาพขวามือ) ทำให้ได้ภาพที่ขาว และ ภาพซ้ายมือถูกต้องทำให้ภาพที่ได้ชัดเจนกว่า
แสดงภาพโครงสร้างเต้านม ภาพที่ได้ควรจะเห็นครบทุกส่วนดังรายละเอียดของโครงสร้างในภาพที่ได้แสดงนี้
ภาพโครงสร้างเต้านมในท่าด้านตรง ควรจะเห็นครบทุกส่วน ตามหมายเลข ด้งนี้
1. include medial breast tissue
2. pectoral muscle (will be seen 30-40%)
3. retroglandular fat
4. skin is not visible
5.lateral glandular tissue (will often extend to the adge of image)
อ.ประ เป็นไปได้ใหมที่ตำแหน่งของตัวควบคุมปริมาณรังสีอัตโนมัติ จะถูฏfix ไว้ในตำแหน่งในสุด ติดChest wall บริษัท(วิศวกร)บอกว่าไม่ตอ้งเลื่อนเพราะมีตัวdetector รับ3ตัวแล้ว เครื่อง lorad เพราะว่าภาพตอนนี้แย่มาก high contrast ช่วยบอกทีจ้า
ตอบคุณไก่...ปกติการเลือกตำแหน่งของ AEC ต้องเลือกวางตรงกับส่วนที่เป็น glandular tissue ภาพที่ออกมาถึงจะสวยไม่ขาว...
1.ขนาดเต้านมที่เล้กและปานกลางไม่ใหญ่ต้องเลือกให้อยู่ใกล้.nipple เช่นถ้าแบ่งเต้านมเป็นสามส่วน เลือกวาง หนึ่งในสามส่วนตามตัวอย่างในภาพบน...ในการเลือกจุดวาง AEC...
2.density ที่ได้จาก AEC ไม่ได้ให้ทั้งหมดร้อยเปอร์เซนต์ ...ขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น จากชนิดความหนาแน่นเต้านมและความหนา/จากการเลือก filter(Mo และ Rh ที่ถูกต้อง)หรือระบบต่างๆที่ยกเป็นตัวอย่างในบันทึกควรเลือก auto filter/จากการวางตำแหน่งของ AEC ซึ่งมีความสำคัญมาก...ในบางบริษัทเพิ่ม density จากหน้าปัด(+1ถึง5 ตรงรูป density selector ในรูป)เมื่อใช้ร่วมกับฟิล์มบางยี่ห้อ
3.ดังนั้นตำแหน่ง AEC ต้องเลือกวางให้ถูกไม่ควร fixใกล้ nipple (แต่ส่วนใหญ่สตรีเอเชีย ขนาดไม่ต่างกันมากแต่การวางชิด ches wall ไม่น่าจะถูกต้อง)ในรูปแสดงการวาง AEC เป็นตัวอย่างที่ถูกต้องจ๊ะ..ตอบได้ตรงคำถามใหมคะ?