"รัฐบาลมาร์ค 1" ฟิตเปรี๊ยะ! เตรียมดันร่างนโยบายเข้า ครม.

"รัฐบาลมาร์ค 1" ฟิตเปรี๊ยะ! เตรียมดันร่างนโยบายเข้า ครม.นัดแรกอังคารนี้ ก่อนแถลงรัฐสภา 29-30 ธ.ค. เชื่อโดนใจรากหญ้า "อภิสิทธิ์" ไม่หวั่นเสื้อแดงปิดล้อม มั่นใจเจ้าหน้าที่มีประสบการณ์คุมอยู่  "จุรินทร์" ประกาศดึงเอกชนร่วมพัฒนาการศึกษา   ชูจุดขายเรียนฟรี   พร้อมปฏิรูปการศึกษารอบ   2 ด้านเจ้ากระทรวงบัวแก้วเคาะ วาระด่วน จัดประชุมสุดยอดอาเซียนและสางปมขัดแย้งไทย-เขมร "ครส." ให้โอกาสทำงาน 1 ปีก่อนประเมินผล

เมื่อวันที่  21 ธ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประกาศนโยบายรัฐบาลว่า  ขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา แม้ว่าจะมีข้อห่วงใยเรื่องที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกาศจะปิดล้อม  เพราะย้ำมาหลายครั้ง หากเป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญก็ไม่เป็นปัญหาอะไร  "นโยบายสำคัญของเรา คือทางเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องมีบทเรียนจากเหตุการณ์ในอดีต หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีประสิทธิภาพ" นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการร่างนโยบายรัฐบาล กล่าวว่า ในการประชุมพรรคที่มีนายอภิสิทธิ์เป็นประธาน จะสามารถพิจารณาร่างนโยบายแล้วเสร็จ เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ในวันที่ 23 ธ.ค. ก่อนการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา  "ร่างนโยบายของรัฐบาลจะไม่บรรจุเนื้อหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ยอมรับว่านโยบายบางข้ออาจนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ และเชื่อว่านโยบายของรัฐบาลจะเป็นที่พอใจของประชาชนระดับรากหญ้า" นายจุรินทร์กล่าว

ประธานคณะกรรมการร่างนโยบายรัฐบาลกล่าวว่า  ในการประชุมรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาล วันที่ 29-30 ธ.ค. จะไม่พูดถึงปัญหาความรุนแรง แม้ว่ากลุ่ม นปช.ประกาศปิดล้อมรัฐสภา เพราะมั่นใจหาทุกฝ่ายจะใช้เหตุการณ์ 7 ต.ค.เป็นบทเรียน ส่วนการพิจารณาย้ายที่ประชุม คงต้องให้เป็นดุลยพินิจของประธานรัฐสภา

นายจุรินทร์กล่าวถึงนโยบายทางด้านการศึกษาว่า ในเชิงนโยบายคงต้องให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพการศึกษาเป็นหลัก และเรื่องเรียนฟรี ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องเร่งทำ เพราะเป็นนโยบายหลักของพรรคประชาธิปัตย์ โดยจะเริ่มทำให้ทันในปีการศึกษา 2552"เราจะต้องลงไปดูในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ว่าคำว่าเรียนฟรีหมายถึงอะไรบ้างที่ต้องฟรี เช่น ค่าเล่าเรียน  ตำราเรียน อุปกรณ์  ค่าชุดนักเรียน  คงต้องคุยกับทีมเศรษฐกิจเรื่องงบประมาณอีกครั้ง เพราะรัฐบาลนี้เข้ามาบริหารงานในช่วงที่มีการใช้งบประมาณไปแล้ว   3 เดือน  ดังนั้นคงต้องดูที่งบกลาง  1  แสนล้าน ว่าจะสามารถดึงมาสนับสนุนเรื่องนี้ได้มากน้อยแค่ไหน" นายจุรินทร์กล่าว

รมว.ศึกษาธิการกล่าวว่า เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือ การปฏิรูปการศึกษารอบ 2 มีหลายเรื่องที่ต้องทำเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพัฒนาครู นักเรียน เป็นต้น และที่สำคัญที่ต้องเข้าไปดูคือการปรับโครงสร้างเพราะมองว่าขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการศึกษาระดับขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และอุดมศึกษาเป็นหลัก แต่อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการศึกนอกระบบที่จะนำประเทศไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง เป็นการปรับทั้งระบบ  นอกจากนี้ จะต้องดึงกับภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษา ทั้งในส่วนของโรงเรียนเอกชน ซึ่งสามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ ร่วมกับภาคธุรกิจผลิตบุคลากรทางการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานเมื่อถามว่า จะสานต่อนโยบายด้านเทคโนโลยี เช่น โครงการคอมพ์ล้านเครื่องสมัยพรรคพลังประชาชนหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คงต้องเข้าไปศึกษารายละเอียด เพราะเข้าใจว่าเทคโนโลยีเป็นเรื่องสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา แต่ต้องใช้ไอซีทีเพื่อประโยชน์ด้านการศึกษาจริง ๆ ไม่ใช่ใช้เพื่อสนองตอบผลประโยชน์ของใคร ถ้าเกินความจำเป็นก็ไม่ควรจะต้องทำ"ต้องดูตามสภาพความเป็นจริงเพราะเทคโนโลยีคงไม่สามารถสอนแทนครูได้ทั้งหมด100% โรงเรียนอาจจะใช้เทคโนโลยีช่วยสอนในบางชั่วโมง แต่ต้องทำให้เกิดคุณภาพทางการศึกษาจริง ๆ โดยเมื่อเข้าไปแล้วจะต้องมอบนโยบายในแต่ละเรื่องอีกครั้ง เช่น ความร่วมมือพัฒนาการศึกษากับภาคเอกชน" รมว.ศึกษาธิการระบุ

ส่วนนายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า สำหรับนโยบายเร่งด่วนในการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ มี 2 ประเด็น คือ การจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะปัญหาพื้นที่ของไทยที่ถูกประเทศกัมพูชาอ้างสิทธิ์ซึ่งในประเด็นหลังนี้คาดว่าน่าจะสามารถคลี่คลายปัญหาได้พราะหลังจากนายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ สมเด็จฮุน  เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูช ได้ส่งสาส์นมาแสดงความยินดีกับนายอภิสิทธิ์เป็นคนแรก

เมื่อถามประเด็นการติดตามนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาดำเนินคดีในประเทศไทย รมว.การต่างประเทศกล่าวว่า คงต้องขอตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการต่างประเทศในวันที่เดินทางเข้ากระทรวงวันที่ 23 ธันวาคมนี้ก่อนว่าได้ดำเนินการถึงระดับใดแล้ว จึงจะสามารถให้ข้อมูลได้

นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านสังคมและการศึกษา กล่าวถึง ครม.อภิสิทธิ์ว่า ภาพรวมดูค่อนข้างดีแต่ไม่โดดเด่น เพราะรัฐมนตรีชุดนี้ส่วนใหญ่ยังไม่เคยมีผลงานให้เห็น จึงไม่สมกับความคาดหวังที่อยากเห็นรัฐมนตรีที่ดีกว่านี้ ดังนั้น รมว.สังคมในแต่ละกระทรวงควรต้องมีกรอบนโยบายที่ชัดเจนว่าในแต่ละช่วงประชาชนจะได้เห็นอะไรบ้าง  "อยากฝากถึงรัฐบาล ควรให้ความสนใจกับการแก้ปัญหาสังคมของชาติด้วย เพราะส่วนใหญ่ของนโยบายเป็นเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งการกระตุ้นให้เศรษฐกิจโตเพียงอย่างเดียวอาจส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาครอบครัวตามมาได้" นายสมพงษ์กล่าวนักวิชาการด้านสังคมผู้นี้กล่าวว่า รัฐบาลควรตั้งรองนายกฯ 1 คน กำกับดูแลปัญหาสังคมและวัฒนธรรม โดยเฉพาะปัญหาที่วิกฤตหนัก คือยาเสพติดกลับมาสู่ชุมชน และปัญหาร้านเกม คนว่างงานจะกลับมาสู่วงจรค้ายาเสพติดเพิ่มขึ้น ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีนายจุรินทร์เป็นรัฐมนตรี ก็เชื่อว่าคงต้องเป็นตัวหลักในการทำงาน เพราะรัฐมนตรีช่วยฯ ทั้ง 2 คนไม่เป็นที่รู้จัก ซึ่งน่าเสียดายมากที่นายกฯ บอกว่าจะให้ความสำคัญกับกระทรวงศึกษาฯ

เมื่อถามว่า มีอะไรอยากฝากให้รัฐบาลชุดนี้ดำเนินการด้านการศึกษาบ้าง  นายสมพงษ์กล่าวว่า ฝากนโยบายเร่งด่วนให้ รมว.ศึกษาธิการแก้ไข  ได้แก่  นโยบายเรียนฟรี  14  ปี  จบแล้วมีงานทำ การปฏิรูปการศึกษารอบ 2เพื่อไม่ให้เด็กซังกะตายกับการเรียนและเยียวยาวิชาชีพครู ส่วนระยะยาวควรปฏิรูประบบงบประมาณ เพิ่มงบประมาณให้กับเด็กและโรงเรียนให้มากขึ้น และออกแบบระบบโรงเรียนใหม่  ยกเลิกให้ครูทำวิทยฐานะ  กลับสู่ห้องเรียนไปอยู่กับเด็ก และแก้ปัญหายาเสพติดในเด็ก "ปัญหายาเสพติดทำให้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง ก่ออาชญากรรม และเกิดวัฒนธรรมควักล้วง  ตั้งครรภ์เร็วกว่ากำหนด   นอกจากนี้ ขอฝากนายกฯ ช่วยก่อให้เกิดแบบอย่างด้านสังคมที่ดี ไม่ควรมีภาพ ครม.ไปฉลอง เต้นรำท่ามกลางผู้หญิงล้อมรอบที่เกาะสมุยด้วย" นักวิชาการด้านสังคมและการศึกษาผู้นี้กล่าวตั้งรัฐบาลนี้ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องผลประโยชน์ของพรรคการเมือง มากกว่าการคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน   ถือเป็นจุดอ่อนและข้อบกพร่องของระบบการเมืองปัจจุบัน แต่ทาง ครส.จะให้เวลารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ทำงานระยะหนึ่งอย่างน้อย 1 ปี และจะมีการประเมินการทำงานของรัฐบาลอีกครั้งนายเมธา มาสขาว เลขานุการ ครส. กล่าวว่า ข้อเสนอของ ครส.ที่ต้องการให้รัฐบาลใหม่เร่งดำเนินการ จะมีทั้งปัญหาเศรษฐกิจ สังคมและความยากจน ปัญหาสิทธิมนุษยชนกระบวนการยุติธรรม ปัญหาด้านประชาธิปไตยการปฏิรูปการเมือง และรัฐธรรมนูญที่สำคัญรัฐบาลต้องปฏิรูปกระทรวงแรงงาน ให้เป็นกระทรวงของผู้ใช้แรงงานอย่างแท้จริง เพราะรัฐบาลมีกระทรวงที่ดูแลผลประโยชน์ให้ฝ่ายกลุ่มทุนหลายกระทรวง  และทำหน้าที่ให้กับฝ่ายทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ แต่ในส่วนผู้ใช้แรงงานกลับไม่มีผู้ดูแลประโยชน์ให้อย่างจริงจัง

ไทยโพสต์  ผู้จัดการรายวัน  กรุงเทพธุรกิจ  22 ธันวาคม 2551