|
แนวคิดการศึกษาปฐมวัยสู่การปฏิบัติ |
แนวคิดที่เรานำไปใช้ในการพัฒนาการศึกษาปฐมวัยเป็นแนวคิดของนักการศึกษาที่ได้ทดลองและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สำหรับครูปฐมวัยที่จะนำแนวคิดของนักการศึกษาไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน รองศาสตราจารย์ ดร.ภรณี คุรุรัตนะ ได้กล่าวว่าต้องอาศัยหลักมนุษย์ปรัชญาและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ไปพร้อม ๆ กัน (Humanistic and scientific bases) ผู้ใช้นวัตกรรมต้องมีความรู้ความเข้าใจในปัจจัย 3 ประการ คือ
1. ความเชื่อ
2. ความเข้าใจในทฤษฎี
3. ความสามารถในการปรับการสอน
ปัจจัยทั้ง 3 ประการนี้มีความสำคัญเท่าเทียมกัน การนำนวัตกรรมไปใช้ขึ้นอยู่กับการที่
บุคคลต้องการสร้างความเชื่อให้กับตนเองด้วยการนำนวัตกรรมไปปฏิบัติ โดยมีการศึกษาทฤษฎีเพื่อให้เหตุผลและคำอธิบายกับตนเองในสิ่งที่ปฏิบัติ
การเลือกนวัตกรรมต้องเลือกตามความเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องใช้แนวเดียวกันทุก โรงเรียนในต่างประเทศนั้นโรงเรียนมีอิสระและมีเหตุผลในการเลือกใช้แนวคิด สามารถที่จะนำ ข้อดีของแนวคิดต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ที่สำคัญต้องพิจารณาปรับตามสภาพการณ์ของโรงเรียน แต่ละแห่งโดยอาจเริ่มทีละส่วนจากกิจกรรมขยายไปสู่หลักสูตร ครูผู้สอนจำเป็นต้องมีความสนใจอยากทดลอง ส่วนผู้บริหารต้องสนับสนุนไม่ให้เกิดแรงกดดันจากครูระดับประถมศึกษา หรือ ผู้ปกครอง และเหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การติดตามผลที่ชี้ให้เห็นว่าเด็กที่เรียนตาม แนวใหม่มีทักษะกระบวนการเรียนรู้ภายในตัวเองมากกว่าเด็กที่เรียน โดยเน้นเนื้อหาการท่องจำ ซึ่งทำให้เกิดวิกฤตการณ์ทางการศึกษาของเราในปัจจุบัน การนำแนวคิดทางด้านการศึกษาปฐมวัยมาสู่การปฏิบัติ และมีการติดตามผลอย่างเป็นระบบในลักษณะการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ในชั้นเรียน (Classroom research) วิธีนี้ทำให้ครูมีแนวคิดและแนวปฏิบัติของตนเอง เกิดการพัฒนาวิชาชีพได้อย่างต่อเนื่อง และเกิดผลดีต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิสัยทัศน์ที่กำหนด
ผู้เขียนจึงขอย้ำให้ครูปฐมวัยไทยเรานั้น เวลาจะใช้นวัตกรรมอะไรต้องมีความเชื่อ มีความเข้าใจในทฤษฎีพหุปัญญา หรือ Multiple Intelligences ของการ์ดเนอร์ เราต้องมีความเชื่อและความเข้าใจในทฤษฎีดังกล่าว ทฤษฎีนี้การ์ดเนอร์เรียกร้องให้มองลึกลงไปในตัวตนของเด็กทุกคนว่าเด็กมีเพียงความสามารถที่จะเก็บรับความรู้สึกในการเขียน อ่าน และคิดคำนวณเท่านั้นหรือที่จริงยังมีความรู้อีกมากมายที่ทำให้มนุษย์มีชีวิตอยู่รอดและสืบทอดเผ่าพันธุ์ ความรู้ทั้งหลายก็ล้วนแต่สะสมสืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น และสมองเป็นกระบวนการที่ทำงานสืบทอดอารยธรรมนี้ ดังนั้นที่แท้จริงแล้วสมองของมนุษย์เป็นผลผลิตของการพัฒนาการแห่งการเรียนรู้ของมนุษยชาติ สมองไม่ใช่มีไว้เพื่อการอ่าน เขียนและการคิดคำนวณ ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์ได้อธิบายถึงความสามารถของสมองซึ่งมีอย่างหลากหลายไม่ใช่มีแต่ความสามารถที่จะเรียนรู้เฉพาะด้านตรรกะ คณิตศาสตร์และภาษา ศักยภาพของสมองหรือมีปัญญาแยกได้ 8 ด้าน ที่เรียกว่า
พฤติกรรมที่แสดงออก
(ปัญญา ทักษะ ความชำนาญ ความสามารถ) ดังนี้
1. ความสามารถในการใช้คำ ทั้งในภาษาพูดและภาษาเขียน
2. ความสามารถในการใช้ตัวเลขและการใช้เหตุผล
3. ความสามารถในการเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างระยะ ขนาด ตำแหน่ง และ การมองเห็น
4. ความสามารถในการใช้และแสดงออกผ่านอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น มือ เท้า
5. ความสามารถที่จะซึมซับและเข้าถึงสุนทรียทางดนตรี รวมถึงการเล่น การคิดประดิษฐ์และการสื่อแสดงออกด้วยดนตรี
6. ความสามารถในการเข้าใจ รับรู้และแยกแยะ สภาพอารมณ์ ความต้องการ แรงกระตุ้น แรงจูงใจและความรู้สึกของผู้อื่น
7. ความสามารถในการย้อนมองสำรวจ ความนึกคิดและปรับปรุงตนเอง
8. ความสามารถในการมองเห็นและเข้าถึงกฎเกณฑ์ความสัมพันธ์และความเป็นไปในธรรมชาติ
จากสมองทั้ง 8 ด้านนี้ ถึงแม้มีศักยภาพก็จริงแต่ไม่ได้ถูกพัฒนาเป็นสมองที่เรียนรู้และ
เข้าถึงความสามารถที่สมองมีอยู่อย่างเพียงพอ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ศักยภาพของสมองแต่อยู่ที่กระบวนการสร้างเสริมศักยภาพสมองนั้นไม่ถูกต้อง ทำให้สมองหลังกระบวนการเรียนรู้กลายเป็นสมองพิการ ไม่ใช่มีศักยภาพเพิ่มขึ้น
ดังนั้นต้องทำความเข้าใจความหมายและลักษณะของการเรียนรู้เสียใหม่ ไม่ใช่ยังมีความคิดความเข้าใจว่าการเรียนรู้มีความหมายเพียงการทำให้สมองอ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็น หรือจำกัดอยู่แต่เฉพาะการเรียนรู้วิชาการในห้องเรียน สรุปได้ว่าความเชื่อและความเข้าใจในทฤษฎีของพหุปัญญานี้ถ้าครูปฐมวัยนำมาใช้จะทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดผลดีต่อเด็ก ของเราอย่างยั่งยืน
ดีค่ะ น่าสนใจมาก ครูจะได้มีการพัฒนาเด็กรายคน เต็มศักยภาพ และเห็นแววแต่เล็กว่าถนัดอะไร/พัฒนาเป็นสมาคม ดีไหมค่ะ/มีข้อเสนอแนะค่ะ
การพัฒนาการศึกษาปฐมวัยเป็นแนวคิดของนักการศึกษาที่ได้ทดลองและพัฒนาอย่างจริงจังจะเป็นการส่งผลให้เด็กมีการพัฒนา ได้จริง บทความนี้เป็นบทความที่มีประโยชน์ ต่อการพัฒนาเด็กประถมวัยไปสู่การปฎิบัติจริง เพราะส่งเสริมการเรียนรู้ที่ก้าวไกลในอนาคต เป็นอย่างมากค่ะ
ขอชื่นชม คณะครูปฐมวัยราชบุรี 1 ที่รวมตัวกันแลกเปลี่ยนความรู้และทำงานเกี่ยวกับการศึกษาปฐมวัย ทำให้เด็กและบุคคลที่สนใจได้รับประโยชน์ด้วย
ขอชื่นชม คณะครูปฐมวัยราชบุรี 1 ที่รวมตัวกันแลกเปลี่ยนความรู้และทำงานเกี่ยวกับการศึกษาปฐมวัย ทำให้เด็กและบุคคลที่สนใจได้รับประโยชน์ด้วย