หลักธรรมในการปกครองประเทศ


หลักธรรมในการปกครองประเทศ มีหลักสูงสุดในการปกครองอยู่ว่าควรมีการ “ปกครองโดยธรรม” ดังมีพระกระแสพระบรมราชโองการที่ตรัสว่า “เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม” การมีหลักธรรมและศีลธรรมของผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่จึงเป็นสิ่งจำเป็น ที่จะเหนี่ยวรั้งคนเราไม่ให้มีพฤติกรรมเป็นไปในฝ่ายต่ำ ฝ่ายอกุศล อีกทั้งจะช่วยทำให้คนเรามีความเหมาะสมแก่ฐานะตำแหน่งด้วย ทั้งนี้ไม่พิจารณาถึงการปกครองบังคับบัญชาของคนในสมัยก่อนๆที่ผู้ปกครองจะใช้อำนาจประกอบกับหลักธรรมของผู้ปกครอง กฎหมายและจารีตประเพณีเป็นที่ตั้ง หรือจะพิจารณาถึงการ ปกครองในสมัยปัจจุบันที่มีความเจริญในด้านต่างๆเกิดขึ้นเป็นอันมากเหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะว่าในทางปฏิบัตินั้น แม้บทบัญญัติที่ใช้เป็นปทัสถานของการปกครองจะดีเพียงไร แต่ผลของการปฏิบัติย่อมจะขึ้นอยู่กับคุณธรรมของคนมากที่สุด ดังจะเห็นอยู่เสมอๆ ว่าภายใต้การบังคับแห่งบทบัญญัติอันเดียวกัน นักปกครองคณะหนึ่งจะสร้างความเจริญรุ่งเรือง ความร่มเย็นเป็นสุข ให้แก่ชุมชนได้ดี แต่นักปกครองอีกคณะหนึ่งอาจจะก่อให้เกิดผลในทางตรงกันข้ามขึ้นได้ ดังนั้นนักปกครองที่ดีนอกจากจะมีสติปัญญาความรู้ ความสามารถแล้ว ยังจะต้องมีคุณธรรมที่ดีและสะสมไว้ พอที่ธรรมนี้จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นเรือนใจแปรเปลี่ยนพื้นอัธยาศัยเก่า ซึ่งเป็นอย่างอื่นของนักปกครองนั้น ให้เป็นไปตามชนิดแห่งธรรมนี้อีกด้วย การมีคุณธรรมของผู้ปกครองย่อมเป็นส่วนสำคัญที่จะดลบันดาลผลให้เป็นไปตามเจตนารมณ์แห่งบทบัญญัติที่กำหนดไว้ได้ การที่ผู้ปกครองมีคุณธรรมย่อมจะเป็นที่พึ่งทางใจและทำให้ผู้อยู่ในปกครองประพฤติปฏิบัติตามและมีความสุขไปด้วย ดังมีพุทธภาษิตกล่าวไว้ว่า “ บัณฑิตตั้งตนไว้ในคุณธรรมอันสมควรก่อนพร่ำสอนผู้อื่นภายหลัง จึงไม่มัวหมอง….ถ้าพร่ำสอนผู้อื่นฉันใด ก็ควรทำตนฉันนั้น และ ถ้าพระราชาเป็นผู้ทรงคุณธรรม ราษฎรทั้งปวงก็เป็นสุข”

 สำหรับผู้ที่มีหน้าที่ปกครองคนและปกครองบ้านเมือง พระพุทธองค์ได้ทรงสอนหลักธรรมที่ใช้เป็นปทัสถานในการปกครองโดยตรงไว้หลายประการ ซึ่งย่อมจะนำมาใช้ได้ทั้งผู้ที่เป็นพระมหากษัตริย์หรือผู้มีตำแหน่งหน้าที่ในการปกครองทั่วไป