แม่คับสมมุติว่าถ้าอองรีเหนื่อย ทำไม่ได้ แม่จะดุอองรีมั๊ย???

จะมีซักกี่คนนะที่ชะตาชีวิตเหมือนกับฉัน ฉันแต่งงานมาปีนี้เข้าปีที่เจ็ดแล้ว วี่แววที่จะมีเจ้าตัวน้อยยังไม่เห็นเลย น้ำยาไม่มีประสิทธิภาพ อิ อิ  แต่ฉันก็ได้เป็นแม่คนล่ะ  แม่ทูนหัวงัย  ฉันรู้จักเจ้าตัวอ้วนเมื่อห้าปีก่อนตอนที่เค้าคลอดออกมา สงสัยเราคงผูกพันกันมาแต่ชาติก่อนมั้ง ชาตินี้เราถึงได้มาเป็นแม่ลูกกัน เรื่องของฉันกับเจ้าตัวอ้วนถ้าจะให้เล่า คงยาวมากกกกกกกกกกกก  เอาเป็นว่าตอนนี้เค้าเรียกฉันว่าแม่  ฉันเรียกเค้าว่าลูก อย่างสนิทใจ ฉันรักเค้ามาก  ยามใดที่เค้าเจ็บฉันจะรู้สึกเจ็บไปกับเค้าด้วย แปลกเนาะ ทั้งที่เราก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน เค้าก็มีพ่อมีแม่ของเค้าที่เฝ้าเลี้ยงดู ฉันเฝ้าทนุถนอมเค้าตั้งแต่เขาลืมตาดูโลกวันแรก จากเด็กแรกคลอด น้ำหนัก 2600กรัม จนถึงเดี๋ยวนี้กลายเป็นเด็กอ้วนไปซะแล้ว

และแล้วฉันก็มีโอกาสหลอกเจ้าตัวอ้วนมาออกกำลังกายได้    อองรีตัวอ้วนมาก  จนคนที่รักเค้าเป็นห่วงอยากเห็นเค้าสุขภาพดี  ภาระกิจแรกคือการทำให้เขาสนใจในการออกกำลังกาย ซึ่งตอนแรกคิดว่างานนี้คงไม่ยาก เด็กก็คือเด็ก  ที่ไหนต้องใช้เหตุและผลมากมายกว่าเขาจะใจอ่อน ทำไมต้องออกกำลังกาย? อ้วนแล้วไม่ดีตรงไหน?  หนูอ้วนแล้วแม่จะไม่รักเหรอ?...................................???????????????????????

แต่ในที่สุดก็สำเร็จเขาตกลงไปออกกำลังกายกับฉัน นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันพาลูกมาออกกำลังกายอย่างเป็นจริงเป็นจัง ฉันให้เขาวิ่งบนลู่วิ่งจนท่าทางเขาเหนื่อย  มองฉันด้วยสายตาละห้อย ฉันก็ปลอบเขาอีกนิดเดียวลูก  พยายามหน่อย  ไม่อยากหล่อเหรอ  สารพัดคำพูดที่สรรหาได้ ลูกแม่ก็ช่างอดทนซะ

ก้มหน้าก้มตาทำต่อไป  จนในที่สุดเค้าคงทนไม่ไหว เค้าหยุดวิ่งแล้วถามฉันว่า" แม่คับสมมุติว่าถ้าอองรีเหนื่อย ทำไม่ได้ แม่จะดุอองรีมั๊ย?"  ฉันรู้สึกอึ้ง ....... นำตาคลอไม่รู้ตัว รีบเข้าไปกอดเขา แล้วขอโทษเขาถามว่าเขาเหนื่อยมากไหม เขาตอบว่าเขาเหนื่อยมากแต่ไม่กล้าหยุดกลัวแม่ดุ อองรีคับแม่จะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว แม่ขอโทษ ด้วยความที่แม่อยากให้หนูทำได้ อยากเห็นหนูแข็งแรง ทำให้แม่ลืมนึกไปว่า หนูคือเด็กชายวัยห้าขวบ แม่เอาแต่ใจตัวเองเนาะ ไม่นึกถึงจิตใจอองรีเลย ลูกซะอีกที่นึกถึงจิตใจแม่ ขอบคุณครับสำหรับสิ่งดีๆที่ลูกให้แม่วันนี้