• เมื่อคืนนี้ได้ฟังธรรมะของพระอาจารย์ปราโมทย์อีกรอบหนึ่ง ถึงได้เข้าใจเพิ่มเติมว่า ... กายกับใจ(จิต)ไม่ใช่ของเรา เราไม่สามารถห้ามกายไม่ให้เจ็บป่วยได้ ไม่สามารถห้ามจิตไม่ให้คิดไปต่าง ๆ นานาได้ เพราะทั้งกายและใจไม่ใช่ของเรา
  • ...แต่ เราสามารถเป็นผู้ดู ตามรู้กาย รู้ใจ (มีสติ) เพื่อทำความเข้าใจและเรียนรู้กายกับใจอย่างเป็นปัจจุบันขณะได้
  • ในการใช้สติตามดูจิตนั้น ในเบื้องต้น เราเพียงแค่ตามดูให้รู้ว่าจิตกำลังคิดก็พอ แต่ไม่ต้องไปรู้เนื้อหาว่าคิดอะไร ... ตรงนี้สำคัญนะครับ หมายความว่า เรากำลังฝึกดูธรรมชาติของจิตว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปอย่างไร ตามดูเพียงให้รู้ว่าคิดก็พอ แต่ไม่ต้องตามไปดูว่าคิดอะไร 
  • เมื่อเรามีสติเป็นผู้ดูบ่อย ๆ ขึ้น จะชำนาญมากขึ้น เมื่อจิตเกิดก็จะรู้ได้เร็วขึ้นอย่างเป็นอัตโนมัติ รู้ว่าความคิดใดเป็นกุศล อกุศล รู้ธรรมชาติของจิตว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตนเราเขา ก็จะปล่อยวางได้ง่ายขึ้น

 

  • --- ต่อไปเราจะมาดูกันว่า การผสานธรรมเข้ากับชีวิตจริงของโลกในยุคดิจิตอล ที่ผู้คนต้องดิ้นรน ต่อสู้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ต้องใช้สมองและความคิดอย่างมากตลอดเวลานั้น จะทำเช่นไร?  
  • ขอเริ่มต้นที่การทำความเข้าใจความหมายพื้น ๆ ของคำบางคำก่อนดังต่อไปนี้ครับ --

  • คำว่า "สติปัญญา" หรือ สติ+ปัญญา นั้น เป็นคำง่าย ๆ ที่เราต้องได้ยินมาตั้งแต่ตอนเด็กแล้ว ซึ่งเราเองก็คิดว่า เราเข้าใจความหมายคำ ๆ นี้ดีแล้ว เราจึงได้เร่งศึกษาสรรพศาสตร์นอกตัวทั้งหลาย เพื่อนำมาพัฒนาตนเองให้เป็นผู้มีสติปัญญาอันเป็นเลิศ
  • แต่หลาย ๆ คนจะพบว่า ยิ่งเรียนมาก ยิ่งรู้มาก ชีวิตก็ยิ่งวุ่น ยิ่งเป็นทุกข์มากขึ้นตามกันไปด้วย เอ! ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นไปได้ หรือว่า การเรียนมาก รู้มาก ที่ผ่าน ๆ มา ไม่ได้ช่วยทำให้เราเป็นผู้มีสติปัญญาเป็นเลิศไดด้เลยหรือ ?
  • ผมเองก็ไม่ต่างไปจากท่านทั้งหลาย ที่มุ่งศึกษาเล่าเรียนสรรพศาสตร์นอกตัว เพื่อหวังจะพัฒนาตนเองให้เป็นผู้มีสติปัญญาอันเป็นเลิศ
  • การรักที่เรียนรู้เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว แต่การจะพัฒนาสติปัญญาของตนเองนั้น การเรียนรู้แต่สรรพศาสตร์นอกตัวเพียงด้านเดียวผมว่า ยังไม่เพียงพอ!
  • การหันกลับมาเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงด้านใน หรือ การเรียนให้รู้จิตใจของตนเอง เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เมื่อเรามีสติตามดูกายดูใจของเราให้เป็นปัจจุบันขณะ เปิดเผยตัวเราเองให้ตัวเรารับรู้ อ่อนโยนและมีเมตตากับตัวเราเอง เราก็จะเห็นธรรมชาติของกายและใจของเราดียิ่งขึ้น สิ่งใดที่ไม่ดีเราก็ลดก็ละ สิ่งที่ดีเราก็ส่งเสริมและพัฒนาต่อไป
  • จะเห็นได้ว่า ชีวิตคือการเดินทางเพื่อเปิดเผยตัวเองให้ตัวเองรับรู้ เพื่อลดละในสิ่งที่ไม่ดี และต่อเติมพัฒนาสิ่งที่ดีให้กับกายและใจของเรา โดยอาศัย "สติ" หรือ "ผู้ดู" เป็นเครื่องมือในการเดินทางแห่งชีวิต

  • ----------- ต่อไปเราจะมาดูว่า การช่วยเหลือผู้อื่น สำคัญอย่างไร ?

  • ถ้าคิดเป็นเหตุเป็นผลอย่างง่าย ๆ ก็หวนให้นึกถึงภาพข้างล่างนี้ครับ ที่เป็นแบบ Give & Take หรือการให้มากยิ่งได้รับมากเช่นกัน

  • ถ้ามองในทางธรรม หรือการฝึกตนแล้ว การช่วยเหลือผู้อื่น ก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่ทำให้เราลดละตัวตนของเราได้เหมือนกัน