วันทำงานที่แสนเงียบเหงา

วันนี้หลังจากไปส่งอุมมีที่สถานีรถไฟเพื่อกลับไปดูลูกสาวที่อยู่กับยาย ก็แต่งตัวมาทำงานตามปกติทั้งๆ ที่ว่าเป็นวันหยุด (ของ อานา) อีกอย่างช่วง 10.30 น. ของวันนี้ก็ต้องมาเป็นกรรมการสอบหัวข้อพิเศษทางรัฐประศาสนศาสตร์ มาแล้วก็เคลียร์งานให้เสร็จเลยดีกว่า ไหนเรื่องประมวลการสอนที่ต้องส่งให้คณะกรรมการพิจารณา ถ้าผ่านก็ส่งให้ทางคณะฯ ดำเนินการถ่ายเอกสารแจกให้นักศึกษา ส่วนงานอื่นๆ ก็เคลียร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว

อีกอย่างช่วงนี้ในห้องสาขาก็ไม่ค่อยมีคน (เงียบๆ ยังไงไม่รู้) เพราะอาจารย์ในสาขาวิชาได้โควต้าไปทำฮัจญ์ (ฟรี) จำนวน 3 คนรวมถึงหัวหน้าสาขาฯ ด้วย หากพูดถึงการบริหารของ มอย. ของเรานี้ จะเห็นว่ามีอะไรที่แปลกๆ และนำหน้ากว่ามหาลัยอื่น (เฉพาะเรื่องไปทำฮัจญ์ฟรีครับ) ถึงแม้ว่าเงินเดือนที่จ่ายไปถ้าเทียบกับสถาบันอื่น (น่าจะถูกกว่า) แต่ถามว่าคนที่ได้เงินเดือนสูงๆ (จากสถาบันอื่น) โอกาสที่จะได้ขึ้นไปทำฮัจญ์มีสักกี่เปอร์เซ็นต์ครับ ทำงานกี่ปีจะได้มีเงินเก็บจ่ายค่าเครื่องไปทำฮัจญ์

ใช่ถ้าเราดูทฤษฎีการบริหารค่าตอบแทนนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นค่าตอบแทนในรูปแบบของตัวเงินเสมอไป แต่สำหรับมหาลัยนี้ (มอย.) จะเด่นตรงที่มีการให้ค่าตอบแทนในรูปแบบค่าตอบแทนแบบจูงใจ ได้สวัสดิการต่างๆ ทำให้คณาจารย์และเจ้าหน้าที่มีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น และมีนียัตได้ไปทำบุญทุกคน

แต่อย่าเผลอมากไปครับ วันนี้เขียนถึงจุดเด่นของเรา แต่ก็ต้องมอง SWOT ในภาพรวมของเราว่าอยู่จุดไหนกันแน่ ถ้าจะให้ดีลองจับมา (ทำการชั่ง ตวง วัด) ให้จริงจัง ว่าตาชั่งของการบริหารของสถาบันเราอยู่ข้างขวา หรือซ้าย ผู้บริหารจำเป็นต้องอ่านสถานะของผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยว่า พวกเขาเหล่านั้นถ้าตามทฤษฎีของ แม็คเกรเกอร์ พวกเขาจะเป็นคนประเภท X หรือ Y แล้วต้องจัดการอย่างไร......?

ฝากเป็นการบ้านของทุกคนแหละนะ